วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กองปราบ'ได้เบาะแสเพิ่มคนร้ายข่มขืนหญิงชรา

"พ.ต.อ.อัคราเดช" รทท.ผู้การฯกองปราบ เผยได้เบาะแสเพิ่ม คนร้ายข่มขืนฆ่าหญิงชรานครปฐม

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทน ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายก่อเหตุข่มขืนหญิงสูงวัยต่อเนื่อง 10 ราย ในพื้นที่ จ.นครปฐม จ.สมุทรสงคราม และ จ.สมุทรสาคร ว่าเมื่อช่วงเช้าได้เรียก ผกก.แต่ละกองกำกับที่ลงไปดูแลคดีดังกล่าวมาหารือ และกำชับในเรื่องคดี ตอนนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก

ชุดสืบสวนสามารถแยกได้ว่าทั้ง 10 คดี แต่ละคดีคนร้ายใช้เส้นทางใดในการก่อเหตุ คนร้ายมีแผนการประทุษกรรมอย่างไร และเรายังได้พยานเพิ่มเติมมาอีกเยอะหลังจากที่เราได้ทำเอกสารแผ่นพับเกี่ยวกับเบาะแสของคนร้ายแจกจ่ายไปประชาชนได้โทรศัพท์เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจเป็นจำนวนมาก ซึ่งข้อมูลที่ได้มาตำรวจจะนำไปเชื่อมต่อเพื่อหาตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ส่วนการติดตามจับกุมคนร้ายนั้นดูจากภูมิศาสตร์อาชญากรรมแล้ว ชุดสืบสวนเชื่อมั่นว่าคนร้ายน่าจะอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เกิดเหตุในคดีล่าสุด ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.พุทธมณฑล อ.นครชัยศรี และอ.บางเลน รอยต่อ 3 อำเภอนี้ ส่วนผลการตรวจดีเอ็นเอบุคคลต้องสงสัยที่ถูกนำตัวมาตรวจสอบนั้นผลการตรวจออกมาแล้วพบว่าไม่ตรงกับคนร้าย


ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการจำกัดวงหรือไม่ว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มคนอาชีพใด พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า หลังจากมีการหารือกันเมื่อช่วงเช้าแล้วได้ข้อสรุปว่า อย่าเพิ่งรีบฟันธง ขอให้เป็นในหลายๆกลุ่มอาชีพก่อน เราจะดูเรื่องของพยานที่พบ ซึ่งแยกแยะแต่ละคดีว่าคนร้ายมาเส้นทางใด มาอย่างไร ถ้ารีบฟันธงว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มอาชีพใดอาชีพหนึ่งแล้วในระหว่างนี้เกิดเปลี่ยนอาชีพขึ้นมา ในช่วงที่อยู่ อ.บางคนที ทำอีกอาชีพนึง ในช่วงที่อยู่ อ.พุทธมณฑล ทำอีกอาชีพนึง จะทำให้เกิดความสับสนในการสืบสวน ทั้งนี้เรายังให้ความสำคัญกับกลุ่มอาชีพทุกอาชีพที่ต้องสงสัยที่เกี่ยวโยงกับลักษณะของการกระทำความผิดอยู่