วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดีเอสไอ'แถลงดำเนินคดีบุกรุกออกเอกสารสิทธิ์เกาะสมุย

"ดีเอสไอ"แถลงผลการดำเนินคดีบุกรุกออกเอกสารสิทธิ์ไม่ชอบบนเกาะสมุย เกาะยาว หลังศาลพิพากษาลงโทษจำเลย

นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันแถลงภาพรวมการดำเนินคดีบุกรุกและออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา ว่า ดีเอสไอได้รับการประสานข้อมูลจากประเทศเดนมาร์กให้ช่วยตรวจสอบมาเฟีย "กลุ่มแบนดิดอส" ที่มีพฤติการณ์เป็นนักค้ายาเสพติด และนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดมาลงทุนในโครงการบ้านพักตากอากาศหลายแห่งใน อ.เกาะสมุย โดยนำเอกสาร ส.ค.1 จากแปลงอื่นมาสวมทับออกโฉนดที่ดิน 3 แปลง เนื้อที่ 43 ไร่ มูลค่า 430 ล้านบาท จึงได้สอบสวนดำเนินคดี ซึ่งล่าสุดศาลอาญาได้พิพากษาลงโทษจำเลยชาวต่างชาติที่เป็นสมาชิกกลุ่มแบนดิดอส คนไทยที่สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ออกเอกสารอันเป็นเท็จและบุกรุกป่า

" สำหรับสิ่งปลูกสร้างนั้น ดีเอสไอได้ประสานกรมที่ดินและกรมธนารักษ์ดำเนินการเรียกร้องเอาทรัพย์สินทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป อย่งไรก็ตาม สำหรับมาเฟียกลุ่มแบนดิดอส หลังถูกดำเนินคดีได้ลดบทบาทการกระทำความผิดในอ.เกาะสมุยลงอย่างเด็ดขาด จึงถือเป็นผลงานด้านการปราบปรามผู้มีอิทธิพลด้วย"พ.ต.ท.ประวุธกล่าว

พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีบุกรุกเกาะยาว จ.พังงา ในชั้นสอบสวนพบว่า นายวาเลนติโน่ นักธุรกิจชาวมาเลเซีย เชื้อสายจีน ซึ่งมีฐานะเป็นกงศุลกิตติมศักดิ์ ประจำประเทศโมร็อคโค เป็นตัวการเข้ามาบุกรุกและสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐให้ออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ เนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ และนำเอกสารสิทธิ์จำนวน 51 แปลง ไปยื่นจำนองขอสินเชื่อจากธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือ บีบีซี และธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) ได้เงินสินเชื่อไป 1,800 ล้านบาท จากนั้นไม่ยอมผ่อนชำระ ปล่อยให้เป็นหนี้เสียจนเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ธนาคารทั้ง 2 แห่งถูกปิดกิจการ ทำให้สร้างความเสียหาย โดยคดีนี้ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ที่บุกรุกออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ส่วนนายวาเลนติโน่ หลบหนีไปในชั้นประกันตัว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป