กระทรวงพลังงานแตะเบรกปรับราคาเอ็นจีวี ลดกระแสคัดค้าน รอจังหวะลอยตัวหลังคาดการณ์ราคาก๊าซฯปรับลดลง
ตามราคาน้ำมัน ช่วง เม.ย. 2558 ชี้ผลกระทบน้อยเหตุราคาใกล้เคียงปัจจุบัน 13 บาท/กก. ด้าน ปตท. ประกาศเพิ่มปั๊มเอ็นจีวีปี 58 อีก 7 แห่ง พร้อมสร้างปั๊มแนวท่อเพิ่มรองรับรถ ขสมก.
แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาชะลอการปรับขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ออกไปก่อน หลังจากได้รับเสียงคัดค้านจากผู้ใช้หลายกลุ่ม รวมทั้งเกิดการเรียกร้องขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสารสาธารณะ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงพลังงานประกาศขึ้นราคาเอ็นจีวีครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2558 อีก 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม ทำให้ราคาก๊าซเอ็นจีวีทั่วไปมาอยู่ที่ 13 บาทต่อกิโลกรัม และราคาเอ็นจีวีรถโดยสารสาธารณะมาอยู่ที่ 10 บาทต่อกิโลกรัม
ก่อนหน้านี้ นายพรายพล คุ้มทรัพย์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ทบทวนแนวทางการปรับราคา
ทั้งนี้กระทรวงพลังงานเห็นว่า ควรทิ้งระยะเวลาเพื่อให้กระแสการต่อต้านลดน้อยลง ประกอบกับช่วงเดือนเม.ย. 2558 จะเป็นช่วงราคาก๊าซฯ ตามสัญญาที่อิงกับราคาน้ำมัน แต่จะสะท้อนย้อนหลังเมื่อช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาจะเริ่มมีผล ทำให้ราคาเอ็นจีวีลดลงได้ประมาณ 2-3 บาทต่อกิโลกรัม จากปัจจุบันราคาต้นทุนที่แท้จริงอยู่ที่ 16 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นเดือนเม.ย. 2558 เป็นไปได้ที่ราคาจะลดเหลือ 13 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับราคาปัจจุบัน และเป็นโอกาสที่จะประกาศลอยตัวราคาเอ็นจีวีได้
อย่างไรก็ตามกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงพลังงานไปหารือกัน เกี่ยวกับการปรับราคาเอ็นจีวีและผลกระทบต่อผู้ใช้นั้น ขณะนี้ทางกระทรวงคมนาคมยังไม่มีการติดต่อหารือกับกระทรวงพลังงานอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด โดยที่ผ่านมาเคยโทรศัพท์มาสอบถามถึงต้นทุนที่แท้จริงของเอ็นจีวีเท่านั้น ซึ่งกระทรวงพลังงานยืนยันไปแล้วว่า ราคาต้นทุนแท้จริงปัจจุบันอยู่ที่ 15-16 บาทต่อกิโลกรัม และหลังจากนั้นยังไม่มีการหารือใดๆ อีก
“ขณะนี้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าควรปรับราคาหรือไม่ และเมื่อไหร่ โดยรอดูสถานการณ์ราคาก๊าซฯโลก ประกอบกับสถานการณ์กระแสสังคมที่เกิดขึ้นในประเทศ ดังนั้นยังตอบไม่ได้ว่าจะมีการปรับราคาในเดือนนี้ได้อีกหรือไม่” แหล่งข่าวกล่าว
นายสมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. ได้เพิ่มศักยภาพสถานีบริการเอ็นจีวีตั้งแต่ปี 2557 โดยการก่อสร้างปั๊มเอ็นจีวีเพิ่มเติมไปแล้ว 7 แห่ง
ในปี 2558 ปตท. ได้เตรียมขยายปั๊มเอ็นจีวีอีก 7 แห่ง รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการก่อสร้างปั๊มตามแนวท่อส่งก๊าซฯ รองรับรถโดยสารเอ็นจีวีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในอนาคต โดยขณะนี้ ปตท. อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติ สำหรับการจัดตั้งปั๊มเอ็นจีวีอีก 4 แห่ง ตามข้อตกลงระหว่าง ปตท. กับ สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย อีกด้วย และ ปตท. มีแผนในการปรับรูปแบบปั๊มเอ็นจีวีนอกแนวท่อฯ มาเป็นปั๊มตามแนวท่อฯ ตามโครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติในส่วนภูมิภาค ซึ่งคาดว่าจะสามารถให้บริการก๊าซเอ็นจีวีแก่ลูกค้าเพิ่มขึ้นได้อีก 140 ตันต่อวัน
นอกจากนี้ ปตท. ได้เตรียมพัฒนาบริการในปั๊มเอ็นจีวี โดยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของพนักงานหน้าลาน เพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดระเบียบของรถที่เข้าใช้บริการ การดูแลความสะอาดภายในปั๊ม ตลอดจนปรับรูปแบบของปั๊มให้เป็นแบบครบวงจร





