วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิษณุ'ยันรธน.ยังไม่มีแก้ให้'เซ็นเซอร์สื่อ'

"วิษณุ"ยันรธน.ยังไม่มีแก้ให้"เซ็นเซอร์สื่อ" ชี้แค่ถามเผื่อเกิดภาวะสงคราม ระบุกม.อื่นก็มีอำนาจห้ามเผยแพร่และจำ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ไปแก้ไขเรื่องการเซ็นเซอร์สื่อ ว่า ไม่ได้มีการแก้ เป็นเพียงแต่การสอบถามเข้ามาและปรากฎอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุกคนมีสิทธิที่จะตั้งข้อสังเกต ซึ่งตรงนี้ก็มีการว่าการที่เขียนไว้อย่างนี้พอถึงวิกฤตชนิดที่ยังไม่เกิดสงคราม ซึ่งสงครามมันไม่ได้ประกาศกันง่ายๆ ขนาดสู้กันตามชายแดนยังไม่ถึงขนาดสงคราม แต่ถ้าต้องรอถึงขนาดสงครามมันก็ไม่ใช่ และคำถามคือมันจะทำได้จะมีวิธีไหนไหมหรือใช้มาตรการใดก่อนที่จะไปถึงการประกาศสงคราม แต่จำเป็นต้องทำ ซึ่งไม่ใช่ว่ารัฐบาลนี้จะทำรัฐบาลไหนอีกสิบปียี่สิบปีก็ลองให้เขาไปคิดดูเท่านั้นเอง

ต่อข้อถามที่ว่า มาตรการนี้จะเป็นการริดรอนเสรีภาพของสื่อมวลชนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ต้องถือว่าเป็นการริดรอน แต่คำถามคือทำไมถึงยอม มันมีข้อยกเลิกเวลาเกิดสงคราม ซึ่งสงครามหากเซ็นเซอร์สื่อก็ถือเป็นการิดรอนเหมือนกัน แสดงว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างที่เราเรียกว่าวิกฤต ปัญหาว่าจำเป็นต้องวิกฤตถึงขั้นสงครามหรือไม่ ถ้าคิดว่าจำเป็นที่จะต้องคิดว่าเป็นสงครามก็แล้วไปก็ปล่อยไปตามนั้น แต่ถ้าคิดว่าไม่จำเป็นต้องถึงขั้นสงครามก็ต้องไปคิดดูว่าจะมีมาตรการอื่นไหม

"ผมเข้าใจว่าคำตอบคงพอมีอยู่แล้วว่าสำหรับการเซ็นเซอร์คงต้องเก็บเอาไว้ในช่วงที่มีสงครามแต่อย่างอื่นไม่ต้องมีสงครามรัฐก็ใช้มาตรการได้ เช่น เมื่อรัฐไปตรวจข่าวไม่ได้รัฐก็ให้จัดพิมพ์แต่สั่งห้ามเผยแพร่แค่นี้มันก็จบอยู่ตรงนั้นได้ ซึ่งการห้ามเผยแพร่ไม่จำเป็นต้องรอสงคราม ถ้าคิดว่าเหตุผลตรงนี้เพียงพอก็ไม่ต้องแก้ก็จบอยู่แค่นี้"นายวิษณุ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อเสนอดังกล่าวมีสิทธิออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคิด แต่วันนี้คำตอบก็คงจะรู้แล้วว่ากรรมาธิการยกร่างฯ บอกว่ามาตรการที่จะใช้กับกรณีของสื่อแรงที่สุดคือการเซ็นเซอร์คือการตรวจก่อนที่จะเผยแพร่แต่ความจริงถ้าไม่ให้ไปตรวจสอบก็ทำได้แต่เราห้ามได้อยู่แล้วที่จะไม่ให้เผยแพร่ แค่ประกาศกฎอัยการศึกก็ห้ามเผยแพร่ได้อยู่แล้ว ก็แปลว่าไม่ต้องไปตรวจแต่คุณแค่ขายไม่ได้

ส่วนการห้ามเซ็นเซอร์ในภาวะเหตุการณ์ไม่สงบหมายความว่าอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ทุกวันนี้ก็ห้ามอยู่แล้ว ไม่ต้องถึงกับประกาศกฎอัยการศึกแค่ประกาศภาวะฉุกเฉินก็ห้ามได้ เวลานี้กรรมาธิการก็ใช้เหตุผลนี้อยู่เพราะฉะนั้นสำหรับโทษที่รุนแรงที่สุดในเวลานี้หรือการเซ็นเซอร์ก็คงเก็บไว้สำหรับสงคราม แต่สำหรับวิกฤตอื่นก็ใช้มาตรการอื่น เพราะฉะนั้นที่จะไปแก้ว่าไม่ต้องมีสงครามก็ผ่อนลงมาเพราะมันอาจจะไม่คุ้มกัน ซึ่งเคยมีการอธิบายกันมาแล้ว ความจริงรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาก็เขียนกันแบบนี้ว่าการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ให้ทำได้เฉพาะกรณีสงครามก็เขียนมาตลอดทุกฉบับ

"ส่วนสมาคมสื่อมวลชนจะไปโต้แย้งอะไรก็สามารถทำได้ในชั้นกรรมาธิการยกร่างฯ ถ้ากรรมาธิการฯ เห็นว่าไม่ต้องและหยุดไว้ตามที่ปรากฎในร่าง รัฐบาลก็ไม่ได้ว่าอะไรและก็เห็นว่าไม่มีใครพูดอะไรและการตั้งข้อสังเกตก็ทำได้ แม้กระทั่งถ้อยคำ"กับ แก่ แต่ ต่อ หรือ และ" แม้กระทั่งการตั้งข้อสังเกตคำว่า "ศึกษาอบรม" ให้ตัดคำว่าอบรมออกก็เคยมีการตั้งข้อสังเกตมาแล้ว แต่จะทำไม่ทำก็เรื่องของกรรมาธิการฯ"นายวิษณุ กล่าว