"ปีติพงศ์" รมว.เกษตรฯ เร่งสร้างความเชื่อมั่นระบบสหกรณ์ หวังใช้เป็นกลไกยกระดับราคาสินค้าเกษตร
แนะกองทุนรักษาสภาพคล่องออกมาใช้เป็นมาตรการเยียวยา โอนสหกรณ์ออมทรัพย์ให้คลังยังไม่ได้ ติดปัญหาความคล่องตัว
นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการบรรยายพิเศษ เรื่อง"สหกรณ์กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ" ว่าการบริหารงานระบบสหกรณ์ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีปัญหามากโดยเฉพาะการทำธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับระเบียบของสหกรณ์ เช่น การจำหน่ายลอตเตอรี่ การบริหารงานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จนสร้างความเสียหายต่อสมาชิกและความเชื่อมั่นของระบบสหกรณ์ในสายตาของประชาชนทั่วไป ขณะที่ระบบสหกรณ์เป็นความหวังของรัฐบาล ที่ต้องการใช้เป็นกลไกช่วยเหลือระดับราคาสินค้าเกษตร ซึ่งได้ใช้แล้วกรณียางพาราและข้าว แม้ว่าระบบสหกรณ์จะครอบคลุมการช่วยเหลือเพียง 20 % แต่ก็เชื่อว่าจะขยายออกไปได้อีก
“สิ่งที่สหกรณ์ต้องทำเรื่องนี้ คือต้องประเมินผ่านข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้สหกรณ์เป็นกลไกช่วยเหลือเรื่องราคา กรณี ยาง สหกรณ์เข้าไปซื้อน้ำยางเพื่อกระตุ้นให้ราคาสูงขึ้น"นายปีติพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องการให้ระบบสหกรณ์เป็นแหล่งซื้อ ขายสินค้าเกษตร มีการปรับปรุงสินค้าให้ดีขึ้น เป็นไปตามความต้องการของตลาด และอยากให้สหกรณ์ที่มีเงินทุนหมุนเวียนมากถึง 2.5 ล้านล้านบาท ดังนั้นระหว่างสหกรณ์ควรมีเกื้อกูลต่อกัน ปัจจุบันยังมีน้อย โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตรยังมีปัญหา ทั้งหมดนี้อยากให้เกิดขึ้น แต่สหกรณ์จะต้องปฏิบัติตามธรรมาภิบาลเดิม ที่มีเจตนารมณ์เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชน ไม่ใช่ตั้งขึ้นเพื่อแสวงหากำไร และดำเนินธุรกิจ ในขณะที่ยังมีสมาชิกอีกหลุ่มหนึ่งยังไม่ลืมตาอ้าปากได้
ดังนั้นสหกรณ์ต้องปรับตัว คือการสร้างระบบการป้องกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ โดยเชิญผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้ความรู้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเกษตรกรว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ระบบการเฝ้าระวังยังไม่ดีพอทั้งฝ่ายสหกรณ์ที่การดำเนินการ คณะกรรมการยังมีที่แสวงหาผลประโยชน์เป็นการส่วนตัว กรมส่งเสริมสหกรณ์เองที่ต้องรักษากฎหมายในการกำกับดูแลสหกรณ์ให้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนด และการเยียวยาที่ต้องเตรียมการเอาไว้ หากปล่อยให้เกิดปัญหาแล้วจะแก้ไขไม่ทัน เช่น สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ที่ปล่อยกู้ไปแล้วจำนวนมาก เมื่อสหกรณ์มีปัญหา ต้องการนำเงินเหล่านั้นมาแก้ไขเสริมสภาพคล่อง สุดท้ายไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลา กรมส่งเสริมสหกรณ์ต้องพิจารณาโดยการนำเงินจากกองทุนรักษาสภาพคล่องสหกรณ์ ที่เก็บรายได้จากสหกรณ์อัตรา 10% เอาออกมาใช้
นายปีติพงศ์ กล่าวถึงการโอนสหกรณ์ออมทรัพย์ ขณะนี้มีระบบการบริหารคล้ายกับธนาคาร ไปอยู่กับกระทรวงการคลังนั้น จากการศึกษาพบว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากความคล่องตัวยังไม่มี กรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงภาวะเศรษฐกิจ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนการตัดสินใจแก้ไขต้องผ่านคณะกรรมการและสมาชิก.ทำให้เกิดความล่าช้า





