วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

30องค์กรสิทธิฯค้านยุบรวม'ผู้ตรวจฯ-กสม.'ชี้งานต่างกัน

30องค์กรด้านสิทธิประชาชน ยื่น "บวรศักดิ์" ค้านยุบรวม "ผู้ตรวจการฯ-กสม." ชี้ 2 องค์กรหลักการทำงานขัดแย้งกัน

ด้าน “บวรศักดิ์” ระบุรับฟัง แต่อาจไม่เชื่อฟัง พร้อมแจงการควบรวมมุ่งประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก เผยวางคิวร่างรธน.หมวดการเมืองไว้รั้งท้าย เหตุกระทบผู้มีส่วนได้เสียมาก "ประยุทธ์" นัดถกแม่น้ำ 5 สายตรวจการบ้าน

ตัวแทนสมาคม มูลนิธิและเครือข่ายด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชน จำนวน 30 องค์กร อาทิ สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.), สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.), มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นำโดย นายจาตุรงค์ บุญยรัตนสุนทร ประธาน สสส. น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ได้ยื่นหนังสือต่อ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ทบทวนการควบรวมผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ไว้ด้วยกัน

เนื่องจากเห็นว่าหลักการของการมีองค์กรทั้ง 2 นั้นขัดแย้งกัน พร้อมกันนั้นได้นำความเห็นประกอบการทบทวน โดยมีสาระสำคัญ คือ หลักการของการก่อตั้งมีความแตกต่างกัน และการทำงานยังมีส่วนที่แตกต่างกัน เช่น การตรวจสอบเรื่องร้องเรียนของประชาชน แม้ประชาชนสามารถร้องเรียนไปได้ทั้ง 2 องค์กร แต่หลักเกณฑ์การตรวจสอบแตกต่างกัน กล่าวคือ กสม.จะตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ และตรวจสอบได้ถึงระดับนโยบาย ทำให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองมากกว่า

ดังนั้นกรณีที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยกเหตุผลว่า การทำงานของ 2 หน่วยงานคล้ายกัน จึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน นอกจากนั้นแล้ว กสม.ที่พบว่ามีปัญหาเรื่องกระบวนการสรรหา ควรมีการแก้ไขโดยยึดหลักความเป็นอิสระจากระบบราชการแทนการควบรวมเข้ากับผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่วนประเด็นการทำงานของกสม.ที่ขาดประสิทธิภาพนั้น ควรแก้ไขโดยให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมแทนการควบรวม ดังนั้นขอให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ทบทวนประเด็นการควบรวมดังกล่าวด้วย

ด้านนายบวรศักดิ์ ยืนยันว่าจะนำประเด็นของภาคประชาชนไปทบทวนกับบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการพิจารณาไปแล้ว แต่การทบทวนภายใต้การรับฟังของภาคส่วนต่างๆ คงไม่ใช่เป็นการเชื่อฟัง เนื่องจากต้องมีการพิจารณารายละเอียดสำคัญ อาทิ ตามมาตรา 35 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 รวมถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ประเด็นข้อเสนอดังกล่าวที่จะมีผลต่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญคนอื่นๆ ด้วย

"ในรายละเอียดของการควบรวมของ 2 หน่วยงานนั้น ได้ยึดประโยชน์ที่จะเกิดกับประชาชนเป็นสำคัญ กล่าวคือในกระบวนการร้องเรียนของประชาชน เดิมได้ระบุว่าประชาชนสามารถฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องผ่านการพิจารณาของ กสม. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลปกครองก่อน ซึ่งจะใช้เวลานาน แต่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้ ประชาชนสามารถยื่นได้ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิของประชาชน หากผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิ์ของประชาชนไม่ดำเนินการส่งศาล ประชาชนสามารถนำเรื่องส่งให้ศาลพิจารณาได้ ทั้งนี้จะลดเวลาดำเนินการลง 1 ปี จึงถือว่าประชาชนได้ประโยชน์”

วางคิวยกร่างรธน.หมวดการเมืองรั้งท้าย

นายบวรศักดิ์ ยังกล่าวถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ปลายเดือนก.พ.นี้เตรียมเข้าสู่การพิจารณาร่างรายมาตราในหมวดการเมือง ขณะที่ในประเด็นที่เกี่ยวกับระบบเลือกตั้งใหม่ ที่เรียกว่าระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมซึ่ง คณะ กมธ.ปฏิรูปการเมืองมีข้อท้วงติงว่ามีความบกพร่อง อาทิ ทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพนั้น ตนขอให้รอการพิจารณารายละเอียดที่เป็นภาพรวมทั้งหมดก่อน

ทั้งนี้ยอมรับว่าไม่ว่าจะใช้ระบบเลือกตั้งแบบใดย่อมมีปัญหาทั้งนั้น รวมถึงความมีเสถียรภาพของรัฐบาล เช่นกรณีการใช้ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ที่เป็นโมเดลของประเทศเยอรมนี รัฐบาลของประเทศเยอรมนีก็มีปัญหาเรื่องเสถียรภาพเช่นเดียวกัน ส่วนประเด็นที่กมธ.ปฏิรูปการเมืองมีข้อเรียกร้องให้เพิ่มความเข้มแข็งของระบบตรวจสอบนั้น ตนพร้อมรับฟัง โดยหลังจากการพิจารณาแล้วเสร็จตนเตรียมเขียนและอธิบายต่อภาพรวมและรายละเอียดของส่วนที่เกี่ยวข้องการเมืองทั้งหมด

"ประเด็นทางการเมืองในรัฐธรรมนูญใหม่ ที่กมธ.ปฏิรูปการเมือง เสนอเราได้รับฟังหลายเรื่อง อาทิ หน่วยงานประเมินผลงาน ทั้งนี้ระบบเลือกตั้งของประเทศต่างๆ ต้องยอมรับว่าล้วนมีปัญหา แต่ที่เราเลือกแบบนี่เพราะตอบโจทย์ของปัญหาได้ และสามารถตอบคำถามในเรื่องความเป็นธรรมได้ ดังนั้นอย่าเพิ่งพูดไป ต้องดูรายละเอียดอื่นๆ ประกอบด้วย อย่ามองแค่จิ๊กซอว์เพียงตัวเดียว เมื่อจิ๊กซอว์ต่อกันครบ 120 ตัวเราถึงจะเห็นว่าเป็นภาพอะไร แต่ข้อเสนอหรือความเห็นต่างๆ นั้นสามารถส่งมาได้ เราพร้อมรับฟังไปจนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม”

นายบวรศักดิ์ ชี้แจงด้วยว่าเหตุผลที่ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญหมวดที่เกี่ยวกับการเมืองไปพิจารณาในช่วงท้าย เพราะมีผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นมีเสียงสะท้อนที่ดัง อีกทั้งยอมรับว่ากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญบางคนเมื่อโดนคำวิจารณ์หนักๆ ก็จะหวั่นไหว แต่ตนเชื่อว่า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันจะไม่หวั่นไหว เมื่อให้ตัดสินใจอะไรก็สามารถทำได้ เพราะไม่ได้มีนอกมีใน

"ประยุทธ์"นัดถกแม่น้ำ5สายตามติดร่างรธน.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมร่วมระหว่าง คสช., ครม., สปช., สนช. และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 4 ก.พ.นี้ว่า เป็นการหารือเพื่อการขับเคลื่อนของแม่น้ำ 5 สาย ซึ่งก็จะมาพูดคุยว่าแต่ละส่วนมีความคืบหน้าไปถึงไหน อีกทั้งจะมาจัดระเบียบกันว่ากำหนดการตามโรดแมพที่วางไว้ยังมีปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรยังเป็นไปตามโรดแมพที่มีการวางไว้ และจะพูดคุยถึงรายละเอียดของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง เพราะถึงเวลาที่ต้องเสนอเข้ามายังครม.และคสช. ตอนใกล้เวลาอาจจะติดปัญหากันหมด

เมื่อถามย้ำว่าจนถึงวันนี้ความคืบหน้ายังเป็นไปตามระยะเวลาของโรดแมพที่กำหนดไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามระยะเวลาและแผนงานที่วางไว้ ถ้าไม่เป็นตามแผนและกรอบระยะเวลาทุกอย่างก็เดินต่อไม่ได้ เพราะกฎหมายมีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจน โดยเดือนเม.ย.นี้ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมีการเสนอร่างฯ แรกเข้ามาให้ได้และภายในเดือนส.ค.ก็จะมีการดำเนินการต่อไป ดังนั้นทุกอย่างต้องเป็นไปตามโรดแมพไม่เช่นนั้นก็จะเดินไม่ได้

"เป็นสิ่งที่ผมอยากยืนยันว่า ผมพยายามเดินตามโรดแมพให้ได้ ถ้าพวกเราหรือสถานการณ์ไม่เป็นไปตามปกติ ยังมีความขัดแย้งกันอยู่มากแล้วมันจะเดินต่อกันไปอย่างไรก็ต้องไปหาคำตอบกันเอง อย่ามาหาคำตอบจากผม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว