กลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกยื่นหนังสือ "ณรงค์ชัย" ยุติขึ้นราคาเอ็นจีวี อ้างทำต้นทุนสูงขึ้น ขู่จะหยุดวิ่งรถ
แล้วนัดรวมตัวนำรถปิดล้อมกระทรวงพลังงาน ด้านคมนาคมปล่อยรถเมล์ปรับราคา 1 บาท มีผล 10 ก.พ.นี้ ขณะที่ผู้ประกอบการรถร่วมฯยังไม่พอใจ ขอขึ้นรวดเดียว 3 บาท ให้เวลา 1 สัปดาห์แก้ปัญหา แท็กซี่เอาด้วยขอปรับรอบสอง 13%
นายกฤษณ์ สุริยผล เลขานุการนายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้เป็นตัวแทนผู้ประกอบการรถบรรทุก เข้ายื่นหนังสือกับ นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เมื่อวานนี้ (3 ก.พ.) เพื่อเรียกร้องให้ยุติการปรับขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี) ตามการปรับโครงสร้างราคาเอ็นจีวีของรัฐบาล
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากล่าสุดกระทรวงพลังงานปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีอีกครั้งเมื่อวันที่ 31 ม.ค.58 เป็น 13 บาทต่อกิโลกรัม โดยเป็นการทยอยปรับขึ้นมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่ราคาเริ่มต้นที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม โดยนายกฤษณ์ระบุว่าการขึ้นราคาเอ็นจีวีส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรถบรรทุกเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมทั้งยังเป็นการดำเนินการที่สวนกระแสราคาพลังงานในตลาดโลกที่ขณะนี้มีราคาต่ำ
ดังนั้นต้องการให้กระทรวงพลังงานยุติการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีไว้ที่ 13 บาทต่อกิโลกรัม จากที่เคยแจ้งว่าจะปรับขึ้นตามต้นทุนที่ 15-16 บาทต่อกิโลกรัม
ขู่ปิดถนน-ล้อมกระทรวงพลังงาน
นายกฤษณ์ ระบุว่า หากกระทรวงพลังงานไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ ทางกลุ่มรถบรรทุกจะหยุดวิ่งรถ และนัดรวมตัวกันโดยขับรถบรรทุกมาปิดล้อมที่กระทรวงพลังงาน พร้อมทั้งนัดกันถอดถังก๊าซเอ็นจีวีทิ้ง หันไปใช้น้ำมันดีเซลแทน เพื่อเป็นการประท้วงนโยบายรัฐบาลที่ในอดีตเคยสนับสนุนให้รถบรรทุกหันมาใช้เอ็นจีวีแทนน้ำมัน แต่สุดท้ายก็มาปรับขึ้นราคา ทำให้ผู้ประกอบการต้องเดือดร้อน
นอกจากนี้ กรณี ปตท.ระบุว่าผู้ประกอบการรถบรรทุกต้องการลงทุนสถานีบริการเอ็นจีวีขนาดใหญ่นั้น ขณะนี้คงไม่มีผู้ประกอบการรายใดอยากลงทุนแล้ว เพราะเมื่อราคาเอ็นจีวีปรับตัวสูงขึ้น คาดว่าผู้ประกอบการรถบรรทุกจะถอดถังเอ็นจีวี แล้วเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซลแทน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมรถบรรทุกดีเซลให้เปลี่ยนมาใช้เอ็นจีวี โดยอ้างว่ามีราคาถูก ช่วยประหยัดค่าขนส่ง แต่ขณะนี้มีการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีมาก และมีกระแสข่าวว่าอาจไปถึง 20 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการรถบรรทุกอย่างสูง
"หากกระทรวงพลังงานไม่ยุติการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี สมาคมฯจะหยุดวิ่งรถ และมาปิดกระทรวงพลังงานภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากเห็นว่าการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีสวนกระแสราคาพลังงาน การปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีที่ผ่านมาก็มากพอแล้ว และคงไม่มีใครอยากลงทุนปั๊มเอ็นจีวีรถบรรทุกแล้ว เพราะราคาดีเซลถูกไปอีก 1 ปี" นายกฤษณ์ กล่าว
อนึ่ง ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรถบรรทุกกว่า 4 แสนคัน มีความต้องการใช้เอ็นจีวีประมาณ 40% ของปริมาณการใช้เอ็นจีวีทั้งหมดที่ 9 พันตันต่อวัน
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่ได้ออกมารับหนังสือด้วยตัวเอง แต่มีเจ้าหน้าที่กระทรวงมารับหนังสือแทน เพื่อส่งให้รัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
ปตท.เร่งขยายปั๊มเอ็นจีวีรับขนส่ง
ด้าน นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนลงทุนขยายสถานีเอ็นจีวีในช่วง 3 ปี (2558-2560) ว่า มีทั้งขยายปั๊มทั่วไปและปั๊มเอ็นจีวีรองรับรถขนส่งขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) รวมทั้งเปลี่ยนปั๊มเอ็นจีวีที่อยู่นอกแนวท่อส่งก๊าซ จะเริ่มตั้งแต่ปี 2558
โดยจะมีการขยายปั๊มเอ็นจีวีจำนวน 6 แห่ง อยู่ในอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี 2 แห่ง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี 1 แห่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 2 แห่ง ซึ่ง 1 แห่งจะเป็นปั๊มรองรับรถเอ็นจีวีของ ขสมก. และ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี 1 แห่ง ทั้งหมดจะใช้งบลงทุนประมาณแห่งละ 30-45 ล้านบาท
ส่วนปี 2559 จะขยายปั๊มเอ็นจีวีเพิ่มอีก 7 แห่ง อาทิ อ.เมือง จ.ชลบุรี 1 แห่ง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี 1 แห่ง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 1 แห่ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี 1 แห่ง และใน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 3 แห่ง
สำหรับปี 2560 จะลงทุนก่อสร้างปั๊มเอ็นจีวีอีก 7 แห่ง อาทิ เขตหลักสี่ เขตภาษีเจริญ เขตตลิ่งชัน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ รวม 4 แห่ง เพื่อรองรับรถโดยสาร ขสมก. นอกจากนั้นยังมีที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น 2 แห่ง และ อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ 1 แห่ง
ทั้งจะปรับปั๊มเอ็นจีวีให้มาอยู่ในแนวท่อส่งก๊าซอีกประมาณ 100 ล้านบาท แบ่งเป็นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี 1 แห่ง อ.ปากช่อง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมารวม 3 แห่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินการตามแผนงานดังกล่าว จะส่งผลให้มีสถานีบริการเอ็นจีวีเพิ่มเป็น 518 แห่ง จากปี 2557 ที่มีอยู่ 498 แห่ง
ขึ้นค่ารถเมล์1บาทมีผล10ก.พ.
วันเดียวกัน นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง พร้อมด้วยตัวแทนผู้ประกอบการรถร่วมบริการ ขสมก. ได้เข้ายื่นหนังสือที่กระทรวงคมนาคม เพื่อเรียกร้องขอขึ้นราคาค่าโดยสารจากปัญหาเอ็นจีวีแพง
นายพงษ์ไชย เกษมทวีศักดิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการรับหนังสือว่า ทางผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางขอให้พิจารณาทบทวนการปรับค่าโดยสารของรถโดยสารประจำทางธรรมดา 3 บาท จาก 8 บาท เป็น 11 บาท และรถโดยสารปรับอากาศอีกระยะละ 3 บาท จาก 11-12 บาท เป็น 14-15 บาท
พร้อมกันนี้ยังได้รับมอบหนังสือจาก นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มายื่นหนังสือเรียกร้องให้พิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่รอบสองเป็น 13% จากเดิมที่จะเพิ่ม 5% และให้จำหน่ายแก๊สเอ็นจีวีในราคาเดิม
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางได้เห็นชอบให้ผู้ประกอบการรถร่วมปรับขึ้นค่าโดยสารแล้ว 1 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.58 แต่หากผู้ประกอบการต้องการให้ทบทวนใหม่ กระทรวงคมนาคมพร้อมรับข้อเสนอไปพิจารณาทบทวนมติเดิม เพื่อให้สะท้อนกับต้นทุนราคาก๊าซเอ็นจีวีที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปได้ว่าอาจอนุมัติให้ขึ้นค่าโดยสารเกิน 1 บาท เนื่องจากการประชุมก่อนหน้านี้เป็นการพิจารณาก่อนที่กระทรวงพลังงานจะปรับขึ้นเอ็นจีวี
อย่างไรก็ตาม ได้ขอความร่วมมือไม่ให้ผู้ประกอบการหยุดเดินรถ เพราะจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน ส่วนกรณีที่ตัวแทนผู้ประกอบการได้เรียกร้องให้ได้ข้อสรุปภายใน 1 สัปดาห์นั้น ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเร่งหาข้อสรุปได้ทันตามข้อเรียกร้องหรือไม่ เนื่องจากต้องขอหารือกับกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน
แต่กระนั้น กระทรวงคมนาคมได้ประกาศชัดเจนว่าอยากรอให้ราคาพลังงานนิ่งก่อน แล้วค่อยพิจารณาปรับราคา เนื่องจากว่าทางกระทรวงพลังงานอาจจะยังคงมีการปรับเพิ่มราคาเอ็นจีวีขึ้นจนสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงจนถึง 15 บาทต่อกิโลกรัม แต่หากผู้ประกอบการรอไม่ได้ อาจพิจารณาให้เร็วที่สุด และอาจใช้วิธีทยอยปรับขึ้นเป็น 2 รอบตามราคาพลังงานที่เปลี่ยนแปลง
นายกฯรถโดยสารขอ3บาท-ขู่หยุดวิ่ง
นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลพิจารณาขึ้นค่าโดยสาร 3 บาทให้ทันภายใน 1 สัปดาห์ หรือก่อนวันที่ 10 ก.พ.นี้ ไม่เช่นนั้นอาจเห็นผู้ประกอบการรถร่วม 2,500 คันทยอยหยุดวิ่ง
"การหยุดวิ่งไม่ได้เป็นการประท้วง แต่เนื่องจากไม่มีเงินเติมแก๊ส และต้องขออภัยประชาชนด้วยหากต้องทำให้เดือดร้อน หากรัฐบาลจะให้ขึ้นค่าโดยสาร 1 บาทก่อนในวันที่ 10 ก.พ. ผู้ประกอบการก็ยังไม่พอใจกับแนวทางนี้ และรัฐต้องชี้แจงเหตุผลให้ได้ เพราะจะกลายเป็นว่าผู้ประกอบการรถร่วมปรับขึ้นราคา 2 รอบ จะทำให้อธิบายสังคมได้ลำบาก ทำให้ผู้ประกอบการรถร่วมจะดูเหมือนเป็นผู้ร้ายในสายตาประชาชน" นางภัทรวดี ระบุ
แท็กซี่เอาด้วยขอปรับราคารอบสอง13%
ด้าน นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า นโยบายการปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี 2 ครั้งหลังรวม 1.50 บาทของกระทรวงพลังงาน ส่งผลกระทบทำให้รายจ่ายผู้ขับขี่แท็กซี่เพิ่มขึ้นวันละ 100 บาท ทำให้ต้องวิ่งแบบขาดทุนมาตลอด
นอกจากนั้นยังถือว่าเป็นนโยบายที่ขัดแย้งกันเองของหน่วยงานในรัฐบาล เพราะก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมมีนโยบายที่จะเพิ่มรายได้ให้กับแท็กซี่ โดยอนุมัติให้แท็กซี่ปรับขึ้นค่าโดยสาร 13% เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร และปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการให้กับประชาชน แต่กระทรวงพลังงานกลับใช้มาตรการเพิ่มรายจ่ายให้แท็กซี่
ทั้งนี้ระหว่างที่แท็กซี่รอการปรับขึ้นราคาระยะที่ 2 ในเดือน เม.ย.58 กระทรวงพลังงานก็ได้ปรับราคาก๊าซเอ็นจีวีขึ้นไปอีก ดังนั้นแท็กซี่จะขอให้กระทรวงคมนาคมปรับเพิ่มเพดานการขึ้นค่าโดยสารระยะที่ 2 จาก 5% เป็น 13% เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง และขอให้ประสานกระทรวงพลังงานระงับการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีในครั้งต่อไป รวมทั้งหามาตรการเยียวยาจากการปรับขึ้นเอ็นจีวี 2 ครั้งหลังที่ผ่านมา ด้วยการเพิ่มวงเงินชดเชยจากกิโลกรัมละ 3 บาท เป็น 4.50 บาท เพื่อให้ครอบคลุมกับราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นรวมกิโลกรัมละ 1.50 บาท





