วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'แท็กซี่-รถร่วมฯ'ยื่นขอขึ้นค่าโดยสาร

เครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ ร้องขอปรับค่าโดยสารรอบสอง13% ด้านรถร่วมขอปรับขึ้น3บาท อ้างราคาก๊าซเอ็นจีวีเพิ่มสูงขึ้น

นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังหารือกับกรมการขนส่งทางบกถึงผลกระทบจากการกรณีเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเอ็นจีวีมีราคาเพิ่มขึ้นว่า เครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ได้เรียกร้องให้กรมการขนส่งทางบก พิจารณาทบทวนการปรับขึ้นค่าโดยสารรอบที่ 2 ที่จะมีการปรับขึ้นในช่วงกลางปี 2558 ใหม่ โดยขอให้มีการปรับเพิ่มค่าโดยสารจาก 5% เป็น 13% และให้มีผลบังคับใช้เร็วขึ้นจากเดือน ก.ค. 2558 เป็นบังคับใช้ภายในเดือนเม.ย.นี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการแท็กซี่ หลังจากกระทรวงพลังงานปรับขึ้นก๊าวเอ็นจีวีต่อเนื่อง จนทำให้ต้นทุนผู้ขับแท็กซี่สูงขึ้นอีกกะ 12 ชม.กว่า 100 บาท

ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้มีมติให้ขึ้นราคาแท็กซี่ไว้ 13% แบ่งเป็นการขึ้นรอบแรก 8% และรอบสองในครึ่งปีหลังอีก 5% ไม่รวมกับค่าก๊าซที่เพิ่มขึ้น แต่เพื่อความเป็นธรรมอยากให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาให้ปรับขึ้นค่าโดยสารอีก 13% จะช่วยให้แท็กซี่มีรายได้ไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ เพราะปัจจุบันแท็กซี่ขับ 12 ชั่วโมง มีรายได้เหลือ 300 บาท ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 8 ชั่วโมง 300 บาทเสียอีก

อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลไม่ขึ้นค่าโดยสาร ก็ขอให้มีมาตรการช่วยในเหลือเรื่องอื่น เช่น การขายเอ็นจีวี และแอลพีจีให้แท็กซี่ราคาเดิม หรือเพิ่มวงเงินชดเชยเอ็นจีวีจากปัจจุบันที่ได้รับ กก.ละ 3 บาท เป็น กก.ละ 4.50 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น กก.ละ 1.50 บาท ซึ่งกรมการขนส่งฯได้นัดให้ผู้ประกอบการแท็กซี่มาหารือพร้อมรับฟังคำตอบอีกครั้งวันที่ 5 ก.พ.นี้

นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง หรือรถร่วมบริการ ขสมก. กล่าวหลังการประชุมว่า ที่ประชุมให้ตัวแทนยื่นหนังสือกระทรวงคมนาคมวันที่ 3 ก.พ. 2558 เพื่อขอให้พิจารณาขึ้นค่าโดยสารรถธรรมดาอีก 3 บาท หรือจาก 8 บาท เป็น 11 บาท และขอให้ปรับขึ้นราคาค่ารถโดยสารปรับอากาศอีกระยะละ 3 บาท จากเดิมราคาเริ่มต้นที่ 11- 12 บาท ให้ปรับเป็น 14-15 บาท โดยขอให้พิจารณาด่วนภายใน 1 สัปดาห์

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตนได้ตั้งคณะทำงานที่มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ส่วนกรรมการจะมีตัวแทนจาก กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ฝ่ายจัดระเบียบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานชุดย่อยขึ้นมาอีก 3 ชุด เพื่อพิจารณาใน 3 ประเด็นหลัก

คือ 1. ศึกษาต้นทุนของผู้ประกอบการรถแท็กซี่ 2.พิจารณาการเก็บค่าธรรมเนียมแท็กซี่ในสนามบิน (เซอร์ชาร์จ) และ 3.ประเมินความพึงพอใจของประชาชน คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งในการเก็บรวบรวมข้อมูล

ส่วนที่กรณีที่ผู้ประกอบการแท็กซี่เสนอขอปรับค่าโดยสารเพิ่มขึ้นในรอบสองเป็น 13% จากเดิมที่จะต้องปรับเพิ่มอีก 5 % ในกลางปีนี้ คงรับพิจารณา เพราะการศึกษาต้นทุนของแท็กซี่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ดูปัจจัยเรื่องของต้นทุนด้านพลังงาน แต่ต้องขอเวลาศึกษารายละเอียดต่างๆ ก่อน

ขณะที่รถร่วม ขสมก. ยอมรับว่าที่ผ่านมายังไม่เคยมีการพิจารณาเรื่องนี้มาก่อน ดังนั้นจะต้องขอเวลาแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะรับพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารทั้งรถร่วม ขสมก. และรถเมล์ ขสมก. เนื่องจากต้องรอการปฏิรูป ขสมก. ก่อน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินตามแผนฟื้นฟู