วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เลิศรัตน์'ยันกกต.ไม่ถูกลดอำนาจ

“เลิศรัตน์” ยันกกต.ไม่ถูกลดอำนาจ แต่ได้อำนาจเพิ่ม กรณีโยกย้ายขรก.ที่จัดการเลือกตั้งไม่สุจริตออกนอกพื้นที่

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงถึงผลการพิจารณาการประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 27 ม.ค. ว่า ได้พิจารณาในส่วนขององค์การตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยสรุปคือจะมีการแยกการบริหารจัดการออกจากการดำเนินการเลือกตั้ง ในมาตรา (3/2/5-1)8 กำหนดให้ กกต.จะมีหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้ง ส.ส., สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นรวมถึงการออกเสียงประชามติ และดำเนินการเพื่อให้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา , มาตรา(3/2/5-1)9 ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของกกต. มีทั้งหมด 10 ข้อ คือ

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่า1.ออกประกาศหรือวางระเบียบที่จำเป็นต้องการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งส.ส. สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และดำเนินการให้ได้มาซึ่ง ส.ว. รวมถึงออกระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินการของพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม, 2.วางระเบียบเกี่ยวกับข้อห้ามการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วงที่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไป โดยสาระสำคัญคือการบริหารราชการแผ่นดินช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง จะให้ปลัดกระทรวงเป็นผู้ทำหน้าที่แทนนายกฯ และรัฐมนตรี, 3.ออกมาตรการและควบคุมการบริจาคเงิน การใช้จ่ายเงิน หรือการรับเงินในส่วนพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง , 4.ออกคำสั่งให้ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติการที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ต่อการทำหน้าที่ของกกต.

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่า 5.ออกคำสั่งให้คณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง รวมถึงระงับการปฏิบัติหน้าที่ ย้ายข้าราชการหรือเจ้าหน้าทรัฐออกจากพื้นที่ชั่วคราวเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม, 6.สืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา หรือเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งไม่ถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย, 7.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่, 8.ประกาศผลการเลือกตั้งส.ส. สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ผลการเลือกส.ว. และผลการออกเสียงประชามติ, 9.ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาคเพื่อให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครที่ใช้หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และ 10.ควบคุมการออกเสียงประชามติหรือสั่งให้มีการออกเสียงประชามติใหม่ นอกจากนั้นแล้วให้มีคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของ กกต.เป็นประจำทุกปี ดังนั้นยืนยันว่า กกต.ไม่ถูกลดอำนาจ แต่ได้รับอำนาจเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่าสำหรับการสรรหา กจต. นั้นในมาตรา (3/2/5-1)10 กำหนดให้ที่ประชุม กกต. ร่วมกับปลัด 6 กระทรวงได้แก่ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงเกษตรและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวม 7 หน่วยงานเลือกบุคคลในสังกัดเป็น กจต. รวมทังสิ้น 7 คนเพื่อมาดำเนินการสรรหาบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้งในพื้นที่ โดยในแต่ละพื้นที่มี กจต. จำนวน 7-9 คนมาปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่งบประมาณเพื่อดำเนินการจะให้กกต.เป็นหลัก ขณะที่ กจต. นั้นจะได้รับค่าตอบแทนเช่น เบี้ยประชุม เป็นต้น