"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ ชี้ปัจจัยภายนอกกระทบศก.ไทยปี 2558 ระบุนำเงินกองทุนปรับช่วยเหลือคนจนในทุกด้าน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2558 ว่า ตนสั่งมาตลอดเพราะรู้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาบ้างในภาวะเศรษฐกิจช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจระดับโลก ปัจจัยภายนอกต่างๆ รวมถึงความเข้มแข็งของเราค่อนข้างน้อย ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่ของไทยเป็นธุรกิจขนาดย่อย (เอสเอ็มอี) ไม่มีความเข้มแข็งพอจึงยังสู้เขาไม่ได้ ตลาดก็เป็นตลาดเดิม ซึ่งวันนี้รัฐบาลทุกประเทศก็ได้พัฒนาตลาดของตนเอง และไทยก็ได้เริ่มทำบ้างแล้วทั้งในเรื่องการส่งออกข้าวและอื่นๆ ที่ต้องส่งออกไปตามสัญญาเดิมที่รัฐบาลชุดที่แล้วทำไว้ ส่วนสัญญาใหม่อยู่ในขั้นตอนการประมูลเพราะฉะนั้นข้าวที่ส่งออกขณะนี้ล้วนเป็นข้าวใหม่ทั้งสิ้นเนื่องจากต่างชาตินิยมข้าวใหม่และข้าวเก่าของไทยก็ราคาตกลงเรื่อยๆ จึงถูกมองว่านโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้วสร้างความเสียหาย
"ถ้าท่านตัดสินกันเองว่าไม่เสียหายก็ไม่เสียหาย ถ้าท่านว่าอย่างนั้นก็คงเป็นแบบนั้น แต่ถามว่าข้าวที่ค้างอยู่ในคลังตอนนี้จะทำอย่างไร เพราะถ้าขายราคาก็ตกเราก็ขาดทุน แต่อาจไม่ขาดทุนมากเพราะยังมีข้าวอยู่ ซึ่งการขายข้าวก็ต้องดูว่าราคาปัจจุบันอยู่ที่เท่าไร หากรัฐบาลพยายามขายข้าวทั้ง ๆ ที่รู้แล้วว่าขาดทุน สุดท้ายรัฐบาลก็ถูกมองว่าขายข้าวขาดทุนเยอะ ผมก็เสียหายอีกใช่หรือไม่ แต่หากไม่ขายข้าวเราก็ต้องเสียค่าดูแลคลังเดือนละ 2,600 ล้านบาทรวมถึงค่ารถเมล์ รถไฟอีก 2,000 ล้านบาท รวมเป็น 4,600 ล้านบาท" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้เราพยายามจัดระเบียบคนจนในหลาย ๆ อาชีพ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเสียเงินไปกับการเกษตรจำนวนมากเพราะมีการเพาะปลูกมาก โดยงบประมาณของรัฐบาลมาจากการเก็บภาษี ซึ่งหากมีการลดการเก็บภาษีทั้งหมดก็จะไม่มีเงินเข้าคลัง เนื่องจากตอนนี้เราต้องใช้เงินบริหารงานมากกว่าปกติ รวมถึงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ส่วนหนึ่งไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมดเพราะต้องนำเงินมาใช้ในโครงการของรัฐบาลประมาณ 2,000 ล้านบาทแล้วส่วนที่เหลือก็ใช้ชำระหนี้สาธารณะเพราะฉะนั้นเงินจะเหลือช่วยประชาชนไม่ถึงครึ่งของ 7,500 ล้านบาท เราจึงนำเงินมาช่วยเรื่องข้าวและคนจนได้ไม่เต็มที่และจะต้องเบียดเบียนงบของข้าราชการแต่ละกระทรวงที่มีแผนงานอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงต้องทำให้เหลืองบลงทุนมากที่สุดเพื่อสร้างความเข้มแข็ง แต่ทั้งหมดจะเกิดขึ้นวันเดียวไม่ได้เพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยสร้างความเข้มแข็งอะไรเลย วันนี้ต้องเอากองทุนทั้งหมดมาปรับเพื่อพัฒนาให้ช่วยเหลือคนจนในทุก ๆ ด้าน





