วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยิ่งลักษณ์'ฟ้องสหรัฐ

อดีตนายกฯฟ้องมะกัน โวยมีขบวนการล้มล้าง "ประยุทธ์"ยันไม่ไล่ล่าใคร สหรัฐจี้ไทยยกเลิกกฎอัยการศึก

"ยิ่งลักษณ์" นำทีมพบผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศสหรัฐ แจงมีขบวนการล้มล้างเหมือนสมัย "ทักษิณ" เชื่อสังคมโลกไม่ยอมรับถอดถอน ชี้จัดฉากร่างรธน.หวังสกัดพรรคเพื่อไทย ด้าน "อภิสิทธิ์" แจงสหรัฐ รธน.ใหม่ต้องแก้ปัญหาเดิมๆ และทำประชามติเพื่อการยอมรับ "ประยุทธ์" ยันถอดถอนเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ได้ไล่ล่าใคร จี้ยอมรับกติกา ห้ามเคลื่อนไหว

มีความเคลื่อนไหวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกิดขึ้นอีกครั้ง ภายหลังถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้ต้องเว้นวรรคทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ขณะที่คดีอาญาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ก็อยู่ระหว่างอัยการสูงสุดเตรียมการเพื่อส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) เฟซบุ๊ค U.S. Embassy Bangkok ของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ภาพภารกิจของนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และอุปทูต ดับเบิลยู. แพทริก เมอร์ฟี ในการพบปะกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อรับฟังความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ของประเทศไทย โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯและรมว.พาณิชย์ และ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกฯ เข้าร่วมหารือด้วย

"ยิ่งลักษณ์"แจงสหรัฐ-โวยมีขบวนการล้มล้าง

นายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า ทางสหรัฐได้พูดคุยสอบถามถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่สนช.ลงมติถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งความจริงทางสหรัฐได้ติดตามข่าวคราวอยู่ตลอดเวลา ทราบดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เพียงแต่อยากฟังจากปาก จึงเล่าให้ฟังว่ามีที่มาที่ไปและมีขบวนการอย่างไร ยังหาตัวคนผิดไม่ได้ แต่ลงโทษคนกำกับนโยบายไปแล้ว เป็นกระบวนการถอดถอนที่สังคมโลกยอมรับไม่ได้

ทั้งนี้ทางสหรัฐ ยังได้ถามถึงการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่าเป็นอย่างไร นายสุรพงษ์ กล่าวว่า "ได้ตอบไปว่าการเขียนกติกาใหม่ชัดเจนว่าเขาต้องการล้มล้างพรรคของเรา อย่างที่เคยทำมาตลอด ซึ่ง นางสาวยิ่งลักษณ์ คงมีชะตากรรมไม่ต่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นพี่ชาย ซ้ำเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเหมือนลอกแบบกันมา ต่อไปก็จะมีเหตุการณ์ทำนองว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบ ชดใช้ อันนั้น อันนี้ ตามมา"

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สหรัฐได้แสดงความเป็นห่วงสิ่งที่เกิดขึ้น อดีตนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งต้องโดนถอดถอนจากคนที่มาจากการแต่งตั้ง ไม่ได้มาตามครรลองประชาธิปไตย เรื่องนี้จะส่งผลกระทบแน่นอน โดยเฉพาะความเชื่อมั่น การลงทุน ต่างชาติไม่กล้าคบค้าสมาคมด้วย เพราะถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม

ทั้งนี้สหรัฐมีหลักยึดที่มั่นคงคือ หลักประชาธิปไตย การเคารพสิทธิมนุษยชน หลักความเท่าเทียม และหลักกฎหมาย และบอกว่าความสัมพันธ์กับประเทศไทยจะดีขึ้นก็ต่อเมื่อเรามีประชาธิปไตยที่แท้จริง เป็นมาตรฐานสากลของโลก หรือ อินเตอร์เนชันแนลสแตนดาร์ด

อัดจัดฉากร่างรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้นายแดเนียล ยังสอบถามว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จึงบอกไปว่าคงต้องรอให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ คือการเขียนกติกาใหม่ที่มั่นใจว่าตัวเองจะชนะ ถึงมีการเลือกตั้ง แต่ถ้าเขียนออกมาแล้วประชาชนไม่ยอมรับก็เหนื่อยหน่อย เรื่องรัฐธรรมนูญที่ร่างกันอยู่ เราก็ให้ความเห็นไปว่าเขาเขียนกันไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ที่ทำกันอยู่ ไปรับฟังความเห็น เดินทางไปที่นั่นที่นี่ล้วนเป็นการจัดฉาก เล่นลิเกเท่านั้น

"อภิสิทธิ์"แจงสหรัฐ-รธน.ใหม่ต้องแก้ปัญหาเดิมๆ

วันเดียวกัน นายแดเนียล ได้พบปะกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ โดยนายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงการหารือว่า สิ่งที่ทางรัฐบาลสหรัฐอยากรับรู้ก็คือแนวทางของรัฐบาลไทยเป็นอย่างไร จะนำไปสู่ภาวะปกติตามโรดแมพที่ได้เคยประกาศไว้หรือไม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้ชี้แจงไปว่าขณะนี้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญของไทยน่าจะเสร็จภายในเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้ แต่จะเสร็จในกระบวนการทั้งหมดคงจะเป็นช่วงเดือน ก.ย.

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญได้มีการวางโรดแมพไว้แล้ว แต่หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร จะมีการทำประชามติหรือไม่นั้น ในขณะนี้ทางรัฐบาลไทยก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือยืนยันว่าจะดำเนินการหรือไม่ ซึ่งในมุมมองของทางพรรคประชาธิปัตย์นั้น ก็มองว่าถ้ามีการทำประชามติก็จะสร้างความยอมรับในตัวรัฐธรรมนูญที่จะร่างใหม่มากขึ้น

นายเกียรติ กล่าวว่า ทางหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงด้วยว่า หากจะต้องขยายเวลา อาทิ การทำประชามติ ก็จะต้องขยับเวลาออกไปไม่กี่วัน ก็คงจะไม่ใช่ประเด็น เพราะรัฐธรรมนูญที่ออกมาจะต้องได้รับการยอมรับและการเลือกตั้งครั้งต่อไปก็จะต้องแก้ปัญหาเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพราะปัญหาของประเทศไทยที่นำไปสู่ความขัดแย้งมากมาย ก็คือเรื่องของการคอร์รัปชันและการใช้อำนาจโดยมิชอบ ถึงแม้ว่าจะผ่านกระบวนการประชาธิปไตยมาก็จริง แต่ก็มีการใช้อำนาจโดยมิชอบในหลายกรณี ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่แล้ว รวมทั้งอยากจะเห็นกติกาใหม่ซึ่งจะแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้มีประสิทธิผล ส่วนทางนายแดเนียล ก็มีท่าทีมองไปข้างหน้า ไม่ได้พูดถึงเรื่องในอดีต

สหรัฐจี้ไทยยกเลิกกฎอัยการศึก

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังนายแดเนียล รัสเซล เข้าพบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ว่า การเยือนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของนายรัสเซล และเป็นการเยือนระดับสูงครั้งแรกของสหรัฐ หลังปีใหม่ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันความร่วมมือและความสัมพันธ์ ในฐานะที่ไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ของสหรัฐ ที่มีมายาวนานกว่า 180 ปี และได้ยืนยันความเป็นมิตรและหุ้นส่วนทวิภาคี นอกจากนี้ยังได้หารือแนวทางรับมือความท้าทายในอนาคต ทั้งเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ก่อการร้าย ยาเสพติด ค้ามนุษย์ และการแพร่ระบาดของโรค เช่น อีโบลา ซึ่งประเด็นเหล่านี้ประชาคมโลกต่างให้ความสำคัญ

“รองนายกรัฐมนตรีได้แจ้งสถานการณ์ในประเทศไทย และความมุ่งมั่นของรัฐบาล ในการดำเนินการตามโรดแมพ ขณะที่สหรัฐยืนยันให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการปฏิรูป และย้ำท่าทีเดิม คือ การขอให้ประเทศไทยยกเลิกกฎอัยการศึก อย่างไรก็ตามในการพบปะกันครั้งนี้มีการหารืออย่างสร้างสรรค์ และไม่มีประเด็นเรื่องการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี” นายเสข กล่าว

"ประยุทธ์"ยันถอดถอนตามขั้นตอน-ไม่ไล่ล่าใคร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ภายหลังสนช.มีมติถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่า ไม่ห่วง ทุกคนต้องเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามกติกาและกฎหมาย อย่าไปเขียนว่าเป็นการไปไล่ล่าใคร ไม่ได้ต้องการไปไล่ล่าใครเป็นกรณีพิเศษแล้วต้องใช้ประเทศทั้งประเทศ หรือประชาชนทั้งประเทศมาต่อสู้กันนั้น ตนว่ามันไม่ใช่ คงไม่ไปลงทุนขนาดนั้น ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย กติกาและกฎหมายว่าอย่างไร ถ้ามันทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้อะไรทำได้ก็ทำได้

"ผมไม่ได้ไล่ล่าใคร ถ้าไล่ล่าก็ต้องตั้ง คตส. ตั้งอะไรอีกเยอะแยะ ซึ่งมันเร็ว แต่มันจะจบหรือไม่ แต่ขณะนี้ก็ต่อสู้กันไปถ้าอยากจะต่อสู้ก็ต่อสู้ เราให้ความเป็นธรรมกับทุกคนและทุกฝ่าย"

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากช่วงนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ จะขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อเดินทางไปต่างประเทศทำได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามกระบวนการยุติธรรมเขาก่อนว่าจะว่าอย่างไร ปกติการจะห้ามคนเดินทางไปไหนมาไหนต้องใช้กฎหมายไม่ใช่อะไรก็จะถาม คสช.ฝ่ายเดียว วันนี้ต้องถามว่าฝ่ายกฎหมายว่าอย่างไร มีความผิดแล้วหรือยัง

เมื่อถามต่อว่าหากขั้นตอนของกฎหมายไม่มีข้อบัญญัติห้าม ก็มีสิทธิที่จะเดินทางไปต่างประเทศใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้ายังไม่มีการห้ามก็ต้องมาดูว่าวันนี้ยังอยู่ในกระบวนการการต่อสู้หรือไม่ วันนี้ในเรื่องการถอดถอนจากตำแหน่งเป็นเรื่องของคดีทางการเมือง ซึ่งก็เหมือนทุกครั้ง ในส่วนคดีการถอดถอนมันไม่ได้มีคดีอาญาไม่ใช่หรือ

จี้ยอมรับกติกา-ห้ามเคลื่อนไหว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการปรองดอง เพราะต้องแยกระหว่างปรองดองกับ คดีความทางกฎหมาย และทุกคนต้องยอมรับกติกา ถ้าไม่ยอมรับกติกาทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม กลับไปที่เก่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อเท็จจริงอย่างไรเพราะขณะนี้มีกระแสข่าวว่าถ้ามีการเคลื่อนไหวอย่างใดอย่างหนึ่งจะมีการใช้กฎอัยการศึกเข้าไปดำเนินการ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแต่ไม่ว่าใครทั้งนั้นจะออกมาเคลื่อนไหวใดๆ ไม่ได้ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้นวันนี้เราต้องการความสงบสุขเรียบร้อย ประชาชนก็เรียกร้องว่าขอให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ดังนั้นไม่ว่าใครก็ออกมาเคลื่อนไหวไม่ได้ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องคดีการถอดถอนเท่านั้น ทุกคณะจะออกมาเคลื่อนไหวใดๆ ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม"

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงผู้แทนประเทศสหรัฐ ที่เดินทางเข้าพบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ว่า เป็นการมาเพื่อเรื่องทั่วๆ ไปและเท่าที่ทราบเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย ก็จะเดินทางมาประจำในเดือนหน้า ก็เป็นเรื่องธรรมดาอย่าเอาไปพันกันกับคดีการถอดถอนอดีตนายกฯ เลย ในเรื่องที่ผู้แทนสหรัฐเดินทางมาก็เป็นการติดตามสถานการณ์ต่างๆ ก็จะถือโอกาสได้ชี้แจงว่ามีพัฒนาการไปถึงไหนแล้ว ปัญหาอยู่ที่ไหน สหรัฐเขาไม่ได้มาดูเรื่องการตัดสินคดีของอดีตนายกฯ

ผบ.ทบ.ย้ำสถานการณ์ไม่มีอะไรน่าหนักใจ

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงสถานการณ์ภายหลังการถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่า ไม่มีสถานการณ์อะไรที่น่าหนักใจ ทุกอย่างเป็นไปตามที่ คสช.ได้มอบหมายให้กองทัพบกดูแลด้านความมั่นคง และจากการติดตามสถานการณ์ ถือว่ามีความเรียบร้อยดี ส่วนการพิจารณาถอดถอนนั้นเป็นไปตามขั้นตอนและผ่านพ้นไปแล้วและไม่มีผลกระทบอะไร ทุกคนมีความเข้าใจดี อย่างไรก็ตามต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป

เมื่อถามว่ามีการแสดงความเห็นตามสื่อโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะกรณี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเข้าข่ายปลุกระดมทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า อยากให้ระมัดระวัง และขอให้ใช้วิจารณญาณในการดำเนินการต่างๆ ในการแสดงความคิดเห็นใดๆ ก็ตาม หากก่อให้เกิดปัญหาตามมาก็ไม่ควรกระทำ ขอให้แสดงออกอย่างพอเหมาะพอควร อยู่ในกรอบ ซึ่งตนขอให้ปฏิบัติตามนี้

"สิ่งใดที่เราพอรับได้ก็จะไม่ดำเนินการอะไร แต่ผมฝากบอกว่า ถ้าอยากให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางที่ทุกคนคาดหวังไว้ เพื่อเป็นไปตามกรอบโรดแมพ คสช. ผมขอให้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นอย่างระมัดระวัง สิ่งต่างๆ ที่ผ่านพ้นมา ผมมองว่ายังไม่เกิดปัญหาอะไร ก็ขอให้ช่วยกันรักชาติบ้านเมืองให้มากๆ" พล.อ.อุดมเดช กล่าว