"เอกนัฎ" วอน ทุกฝ่ายเคารพมติสนช. ระบุ "ยิ่งลักษณ์" หักล้างข้อกล่าวหาทุจริตจำนำข้าวไม่ได้จึงโดนถอดถอน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.(กปปส.) กล่าวว่า ผลของการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คงไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง ถ้าทุกคนเคารพกระบวนการยุติธรรมภายใต้หลักนิติธรรม เพราะความยุติธรรมภายใต้หลักนิติธรรมจะค่อยๆ เยียวยาความแตกแยกในประเทศ ซึ่งการทำงานของ สนช.ในเรื่องของการถอดถอนนั้นถือว่าได้ ทาง สนช.ได้ให้ความยุติธรรมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาโดยตลอด ทั้งการเปิดโอกาสให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาชี้แจง แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ปฏิเสธไม่ได้มา ที่สำคัญการแถลงปิดคดีเป็นการให้ข้อมูลด้านเดียว ไม่ตรงประเด็น จึงไม่สามารถหักล้างข้อกล่าวหาโดย ป.ป.ช.ได้แม้แต่น้อย ทั้งนี้ กปปส.ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งในเรื่องของตัวบุคคล แต่เข้าใจดีว่าครอบครัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องรู้สึกเสียใจ เพราะคนที่ถูกถอดถอนเป็นคนในครอบครัว แต่ทุกคนก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและหลักนิติธรรม
"ขอให้ทุกฝ่ายเคารพมติของ สนช.โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มต่างๆ อย่าออกมาเคลื่อนไหว เรารู้ดีว่าที่ผ่านมามวลชนเสื้อแดงที่ออกมาชุมนุมมีเป้าหมายเพื่อส่วนรวมเพื่อประชาธิปไตย ไม่ใช่ตัวบุคคล แม้ระยะหลัง ๆ แกนนำบางคน
จะยอมตกเป็นเครื่องมือ หรือเป็นกันชนให้กับนักการเมืองบางคนก็ตาม วันนี้อยากให้ทุกคนคำนึงถึงประเทศชาติเป็นสำคัญ ถ้าหากจะออกมาเคลื่อนไหว ก็ขอให้เป็นความเห็นในเรื่องประเด็นการปฏิรูป ก็มีช่องทางอยู่แล้ว"โฆษกกปปส. กล่าว
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในส่วนของ กปปส.นั้นคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดทางการเมือง ยกเว้นเฉพาะในประเด็นเรื่องของการปฏิรูปและการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในช่วงของการชุมนุม อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดคือการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูป ซึ่งขณะนี้ กรรมาธิการยกร่างฯ กำลังพิจารณาเป็นรายมาตรา และได้ทำไปเกือบครบทั้ง 2 ภาคจากทั้งหมด 4 ภาคในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว จากนี้ต้องพิจารณางานหินคือภาคที่เกี่ยวกับการเมือง อีกไม่นานคงได้ความชัดเจน ทั้งนี้ กปปส.ได้ตั้งคณะทำงานติดตามความคืบหน้า ซึ่งคงต้องประเมินพิจารณาร่างฯ ฉบับใหม่อย่างละเอียด เพื่อเปรียบเทียบกับเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนคงต้องดูว่าระบบใหม่สามารถป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงในทุกระดับ สามารถทำให้นักการเมืองและสถาบันการเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงได้หรือไม่





