"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ เผยรบ.เร่งเดินหน้าพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เล็งใช้ 5 จว.ชายแดนเป็นตัวนำร่อง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ กล่าวการเดินหน้าโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ว่า เรื่องต่อไปเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ อันนี้ถือเป็นนโยบายหนึ่งที่จะส่งเสริมในเรื่องของการเชื่อมโยงระหว่างกัน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคของเรานั้นได้อย่างยั่งยืนเป็นการเพิ่มมูลค่าการค้าขายระหว่างกันปัจจุบันนั้น ประเทศไทยมีเขตเศรษฐกิจตามแนวชายแดนที่สำคัญถึง 13 จุด คิดเป็นมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกันถึงเกือบ 8 แสนล้านบาทต่อปี แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงได้มีนโยบายที่จะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านั้นที่เรามีโอกาสอยู่แล้วให้เป็นฐานการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและภูมิภาค โดยจะพัฒนาให้มีระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงทั่วถึง การวางผังเมืองที่เหมาะสมและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งที่ได้อนุมัติไปแล้วในรัฐบาลนี้ มี 5 พื้นที่หลักในปี 58 ก็ได้แก่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา , อำเภอเมืองมุกดาหาร , จังหวัดมุกดาหาร , อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก , อำเภออรัญประเทศ , จังหวัดสระแก้ว และ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ได้สั่งการสภาพัฒน์ฯ ให้ศึกษาเพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ที่จะผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในระยะที่ 2 ซึ่งเป็นจุดเชื่อมผ่านแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านและมีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อไปได้ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย หนองคาย กาญจนบุรี นครพนม และนราธิวาส นะครับ พื้นที่ในจังหวัดเหล่านี้ นอกจากจะเป็นศูนย์การผลิตสินค้าการเกษตรที่สำคัญแล้ว ยังสามารถที่จะพัฒนาพื้นที่ในด้านการลงทุน การท่องเที่ยว ธุรกิจแลกเปลี่ยนสินค้า และอื่นๆ ด้วยนะครับ และเมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์ เชื่อมต่อกันทุกภูมิภาค ก็จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยช่วยกระจายรายได้เพิ่มมูลค่าการค้าขาย และส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยมีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ปี 58 นั้นเราคงนำร่องได้ใน 5 พื้นที่แรกนี้ก่อน คงต้องใช้เวลาเกี่ยวกับการแกไขกฎหมายการจัดทำผังเมือง การกำหนดระเบียบต่างๆ ในช่วงนี้ก็ขอความร่วมมือ ให้ภาคเอกชน หลายบริษัทก็พร้อมที่จะมาร่วมลงทุนด้วย เพื่อให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อนอาจจะยังไม่สมบูรณ์ แต่เราต้องเร่งให้เกิดให้ได้ ถ้าไม่เกิดปีนี้ ปีหน้าก็ช้าไปอีกเพราะงั้น อะไรที่เกิดได้ เกิดเลย พื้นที่ตรงไหน จะเอาตรงไหนมีความพร้อมสาธารณูปโภคไปก่อน ถ้ารองบประมาณที่ต้องปรับสาธารณูปโภค ใช้เงินอีกเป็นแสนล้านนะครับ ซึ่งผมคิดว่ายังทำไม่ได้ตอนนี้หรอก ถ้าตรงไนเกิดได้ เกิดก่อน แล้วเราก็พัฒนาไปสู้อนาคตให้ได้อย่างรวดเร็ว ในเรื่องสาธารณูปโภค สำคัญก็คือเรื่องถนน คอขวด อะไรต่างๆ วันนี้ก็ได้สั่งการ ไปแล้วว่าให้กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ได้ไปพิจารณาดูซิว่า เส้นทางเชื่อมโยงนี่เราเร่งก่อนได้ไหม ถ้าเราไปดูสิ่งที่ขาดแคลนอยู่ หรือสิ่งที่ต้องไปขยายทั่วๆ ไป ตามหลักการ หรือระเบียบคำ สั่ง เดิม อะไรเดิมนี่ อาจจะต้องปรับใหม่นะครับ ดูซิว่าเส้นทางเชื่อมโยง จังหวัดต่อจังหวัดนี่พร้อมหรือยังแล้วก็ไปสู่ด่านตรวจตามแนวชายแดน หรือพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนี่พร้อมแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่พร้อมก็เอาจัดตารางสำรวจตรงนี้มาก่อน ก็พิจารณาไปตามความเหมาะสม หรือจัดลำดับความเร่งด่วนในการใช้งบประมาณที่หลัง อะไรก็ว่ากันไป อะไรก่อนอะไรหลังให้สอดคล้องด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น สำหรับการงานของรัฐบาลและ คสช.ที่ผ่านมา ได้มุ่งเน้นในด้านอื่นๆอีกด้วย เช่น ในเรื่องการสร้างความเป็นธรรมในสังคม การรักษาความสงบเรียบร้อย และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนก็ได้เร่งรัดการดำเนินการของกระทรวงศึกษาธิการ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดูซิปัญหาอยู่ที่ไหน แล้วจะแก้อะไรที่มันเร็วที่สุด แล้วให้เกิดความสุขในการเรียน ในการที่จะเตรียมคนไปสู่อนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AEC ในปี 59 นี่ด้วย ในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตรนั้น เราจำเป็นมากเลย เพราะมีความเดือดร้อนของประชาชนที่มีรายได้น้อย ความมั่นคงของพลังงาน ของอาหาร การผลิต การตลาด ความเข้มแข็งการใช้เทคโนโลยี การเปิดตลาดกลางการเกษตร เพิ่มความเข้มแข็ง สหกรณ์ การจดทะเบียน การขึ้นบัญชีต่างๆ เรายังไม่ค่อยเรียบร้อยนะ ตนได้สั่งการณ์ให้ทุกหน่วยทุกกระทรวง ได้ดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อจะได้ใช้ในการแก้ปัญหาให้ได้ แต่ถ้าเรายังแก้ปัญหาวิธีเดิม แก้ไม่ได้หรอก ยังไงก็แก้ไม่ได้ แล้วเราก็ต้องหมดเงินไปเป็นมหาศาล ก็เห็นใจ พี่น้องชาวเกษตรกร ถ้าผมไม่เห็นใจท่านแล้วจะไปเห็นใจใครล่ะ แต่วิธีการแก้ปัญหาต้องใช้เวลา ใช้เงินมหาศาล อันนี้ก็ต้องเข้าใจกัน มาพูดคุยกันซะว่าอันไหนก่อน อันไหนหลัง ถ้าทั้งหมดพร้อมๆ กันทุกอย่างมันไม่ได้หรอก เพระว่าการบริหาราชการแผ่นดินของรัฐบาลนั้นมีหลายส่วนด้วยกัน
ในเรื่องของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน วันนี้ก็ต้องขับเคลื่อนให้ได้ ก็มีหลายอย่างที่จะต้องพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ SME ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก ก็หลายอย่างมีแนวโน้มที่สูงขึ้น หลายอย่างก็ลดลง ปัญหาก็อยู่ตรงที่ว่าเราจะส่งเสริมตรงไหนก่อน ตรงไหนไม่ควรจะทำต่อไป อะไรที่มีรายได้ เดิมนั้นมีรายได้จากภาคการเกษตร วันนี้เท่าที่ผมดูสรุปจาก สสว. มานี่ ในปี 56 สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือ SME ที่เกี่ยวกับงานบริการ และการซ่อมแซมอะไรต่างๆ เหล่านี้ แต่เกี่ยวกับเรื่องของการเกษตรนี่ลดลงมาก แสดงให้เห็นว่า ภาคการเกษตรเราไม่เข้มแข็ง เพราะงั้น ต้องไปดูมาว่าจะทำยังไง อีกเรื่องหนึ่งคือ ใหญ่เป็นอันดับ 2 เกี่ยวกับการค้าขนาดเล็ก ค้าปลีกอะไรทำนองนี้นะครับ แล้วก็มีการเจริญเติบโตขึ้น ก็คงต้องไปดูกัน กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ว่าเราจะแก้ไขตรงไหนอย่างไร จะเข้าถึงกองทุนกันอย่างไร ดูกฎหมายกันตรงไหน ผมว่าต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนในแต่ละเรื่อง จะได้จัดปรับความเร่งด่วนได้ ในการเข้าไปแก้ปัญหา ไม่อย่างนั้น ถ้าเรามองใหญ่อย่างเดียว ตรงกลาง เล็กก็ไม่ได้ ถ้ามองรายได้ปานกลางผู้มีรายได้น้อยก็ไม่ถึง ก็ต้องไปดูกันให้ถึง ที่สำคัญคือว่า ทุกคนทุกส่วนต้องร่วมมือกันด้วย และเข้าใจนโยบายของรัฐบาล แล้วก็เผื่อแผ่ แบ่งปันกันบ้าง ถ้าทุกคนเอาพร้อมกัน มันไม่ได้ ต้องช่วยกัน พ่อค้าคนกลาง วันก่อนเขาให้เรียกมาคุยกัน ก็มีหลายกลุ่ม สิบกลุ่มยอมรับ อีก 1 กลุ่มไม่ยอมรับ นี่ก็เป็นปัญหาอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ปาล์ม เป็นยาง ทำไมรวมกันไม่ได้ รวมกันเป็นภาคเลยไหม เป็นของภาคได้ไหม แล้วก็จดทะเบียนกับรัฐให้เรียบร้อย บางอันเขาไม่ได้จดนะครับ บางอันเขาทำในพื้นที่ที่ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกกฎหมายเหล่านี้ ทำยังไงครับ ถ้าจะให้เราช่วยก็ต้องมาเข้าระบบ เข้าระเบียบกับเราด้วยนะครับ จะได้มีรายได้ไง ทุกคน เราไม่ไปทำร้ายอยู่แล้วนะเพียงแต่ว่ากฎหมายก็ต้องใช้นะ ไม่งันวันหน้าก็วุ่นวายไปอีก ไม่มีวันจบสิ้น
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางอากาศ ทางน้ำ ก็เร่งดำเนินการหมด ปรับปรุงท่าเรือ ปรับปรุงในเรื่องของสนามบิน เรื่องของการเจรจาเกี่ยวกับเรื่องการบิน ซึ่งมีผลกระทบไปเกี่ยวกับเรื่องของ รัฐวิสาหกิจด้วย หลายๆ อย่างก็กำลังฟื้นฟูอยู่นะ อะไรที่ขาดทุนก็เพราะฟื้นฟู ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ ก็ต้องรื้อกันทั้งหมดจะเห็นได้ว่างานเยอะมากในปัจจุบัน ในเรื่องของการท่องเที่ยวก็มีคนคิดว่า ทำยังไงเราจะเพิ่มการท่องเที่ยวทางน้ำได้บ้าง เคยเรียนไปแล้ว เรื่องการจัดที่จอดเรือ ท่องเที่ยวต่างประเทศ เรือครุช เรือยอร์จ เหล่านี้อาจจะไม่มากมายอะไรนัก แต่เป็นความคิดใหม่ๆ ที่อยากจะให้เป็นรูปธรรมให้มากยิ่งขึ้น ถ้าเราไม่ปรับตัวเองวันนี้ มันไปไม่ได้วันหน้า แล้วทุกอย่างก็จะถอยหลังไปเรื่อยๆ ประเทศรอบบ้านเขาพัฒนาแล้ว เราไม่พัฒนาได้อย่างไรนะครับ การท่องเที่ยวทางเรือวันนี้ก็คุยกับเวียดนามไว้แล้วว่า ปีหน้านี่เราจะขับรถไปเที่ยวเวียดนามกันได้ไหม หรือนั่งเรือท่องเที่ยวไปบริเวณชายฝั่งก็แวะโน่นแวะนี่ไปเรื่อยๆ เรือไม่ต้องใหญ่โตมากนัก แล้วก็ไปถึงเวียดนามได้ ก็สัญญากันไว้ว่าจะทำให้ได้ในปี 58 ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งดำเนินการให้มันเกิดด้วย นอกจากนั้นการท่องเที่ยวในประเทศก็เช่นเดียวกัน อยากจะใช้คำว่า “ไทยเที่ยว” แล้วมา “เที่ยวไทย” คิดง่ายๆ เอา ไทยเที่ยว ก็คือคนไทยก็เที่ยว เที่ยวที่ไหนก็เที่ยวไป จะเที่ยวที่ไหนก็ตามความสมัครใจนะครับ แล้วเที่ยวไทย ก็ต่างประเทศ มาเที่ยวไทย ใช้คำง่ายๆ เหล่านี้ก็จะสร้างการรับรู้ให้มากขึ้น ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ผู้ท่องเที่ยว เป็นห่วงโซ่ด้วยกันนะ เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ต้องมาดูแลให้ปลอดภัย





