วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

150เสียงลุ้นประวัติศาสตร์ โหวตถอดถอน'ยิ่งลักษณ์'

สนช.ลงมติถอดถอนครั้งประวัติศาสตร์วันนี้ "ยิ่งลักษณ์"อาการหนัก เช็คเสียงล่าสุดหนุนถอดพ้นตำแหน่งเกิน 150

พุ่งเกินแนวปลอดภัย 132 เสียงหรือ 3 ใน 5 ของสมาชิกทั้งสภาราว 20 เสียง ขณะที่ "นิคม-สมศักดิ์" ยังก้ำกึ่ง

วันนี้ (23 ม.ค.) จะเป็นวันนี้ชี้ชะตาการเมืองของนักการเมืองคนสำคัญหลายคน โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว, นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา จากข้อกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการควบคุมการประชุมรัฐสภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของ ส.ว.

มีรายงานว่า การลงมติถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์นั้น จากการตรวจสอบเสียง สนช.ล่าสุด ส่วนใหญ่เห็นคล้อยไปในทิศทางเดียวกันแล้วว่า จะลงมติถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากได้ฟังข้อมูลจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว เชื่อว่านางสาวยิ่งลักษณ์มีความผิดชัดเจนตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตและความเสียหายขึ้นในโครงการจำนำข้าว มูลค่าหลายแสนล้านบาท

ที่สำคัญ นางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ยอมไปตอบข้อซักถามจาก สนช.ด้วยตัวเอง ทำให้สมาชิก สนช.หลายคนเห็นว่า สิ่งที่ นางสาวยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดีในวันที่ 22 ม.ค.ไม่มีน้ำหนักความน่าเชื่อถือแล้ว โดยขณะนี้ สนช.ที่เห็นตรงกันว่าจะถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ มีอยู่ประมาณ 140-150 เสียง ถือว่าเกิน 3 ใน 5 หรือ 132 เสียง ซึ่งเพียงพอที่จะถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ได้

ทั้งนี้ สนช.ที่จะถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 40 ส.ว. กลุ่มนักวิชาการบางส่วน กลุ่มอดีตข้าราชการพลเรือน และกลุ่มอดีตข้าราชการทหารที่เกษียณอายุราชการแล้ว แต่จะมี สนช.บางส่วนลงคะแนนงดออกเสียงประมาณ 20 เสียง

"นิคม-สมศักดิ์"ยังก้ำกึ่ง

ขณะที่คดีถอดถอนนายนิคม และนายสมศักดิ์นั้น พบว่าคะแนนเสียงยังก้ำกึ่งสูสีกัน ระหว่างฝ่ายที่เห็นว่าควรถอดถอน กับฝ่ายที่เห็นว่าไม่ควรถอดถอน

โดยฝ่ายที่เห็นควรถอดถอน เห็นว่ากรณีดังกล่าวทั้งสองคนมีความผิดชัดเจน โดยใช้อำนาจขัดต่อกฎหมายและข้อบังคับการประชุมไปตัดสิทธิการอภิปรายของอดีตสมาชิกรัฐสภา ทั้งที่ยังมีสมาชิกจำนวนมากยังไม่ได้อภิปราย ถือเป็นการใช้อำนาจประธานที่ประชุมเอื้อประโยชน์ให้เสียงข้างมาก

ส่วนฝ่ายที่เห็นว่าไม่ควรถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคม เห็นว่า ข้อกฎหมายยังไม่ชัดเจนในการเอาผิด เพราะรัฐธรรมนูญปี 50 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว ขณะที่การตัดสิทธิผู้อภิปรายจำนวนมากนั้น ก็เป็นการทำหน้าที่ควบคุมการประชุมที่ในขณะนั้นมีการตีรวน สร้างความวุ่นวายตลอดเวลาในการประชุม เมื่อกฎหมายยังไม่มีความชัดเจน ก็ควรยกผลประโยชน์ให้จำเลยไป

อีกทั้งผลจากการกระทำของนายนิคมและนายสมศักดิ์ ยังไม่เห็นความเสียหายชัดเจน เท่ากับโครงการรับจำนำข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ เพราะสุดท้ายแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ประสบความสำเร็จ

"ยิ่งลักษณ์”แจงปมไม่ตอบข้อซักถามสนช.

วานนี้ (22 ม.ค.) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระสำคัญคือพิจารณากระบวนการถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 6 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ชั่วคราว) พ.ศ.2557 ประกอบมาตรา 64 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542

โดยเป็นขั้นตอนการรับฟังคำแถลงปิดสำนวนคดีของ ป.ป.ช.ผู้กล่าวหา และนางสาวยิ่งลักษณ์ ผู้ถูกกล่าวหา

โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีเจตนาที่ไม่มาตอบข้อซักถามของ สนช.ด้วยตนเองเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา เพราะอดีตรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากตนเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกฯ รู้รายละเอียดทั้งหมด จึงให้มาตอบข้อซักถามแทน ไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น และวันนี้พร้อมทำอย่างเต็มที่ และตั้งใจชี้แจงอย่างเต็มที่ในรายละเอียดเพื่อให้ผู้รับฟังพิจารณาตัดสิน หวังว่าคงให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย (อ่านรายละเอียดหน้า 14)

“ยิ่งลักษณ์”โล่งใจชี้แจงหมดทุกประเด็น

นางสาวยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังแถลงปิดสำนวนคดีถอดถอนออกจากตำแหน่งว่า ยังไม่ขอพูดอะไรในตอนนี้ เพราะคิดว่าตอนนี้คงยังตอบอะไรไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสมาชิก สนช. ที่จะตัดสินใจ ตนก็ขอความเป็นธรรมด้วย เพราะได้ชี้แจงไปทั้งหมดแล้ว ส่วนวันนี้รู้สึกโล่งใจหรือยังที่ได้พูดไปหมดทุกอย่างแล้วนั้น อย่างไรก็ตาม ขอให้รอผลในวันที่ 23 ม.ค.ก่อน ส่วนจะมาฟังผลการลงมติหรือไม่นั้น ตามระเบียบข้อบังคับแล้วไม่ต้องมาก็ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นางสาวยิ่งลักษณ์กำลังขึ้นรถยนต์ส่วนตัวเพื่อเดินทางออกจากรัฐสภานั้น นางเรือนแก้ว ศรีหาคิม อดีตข้าราชการประจำสำนักเลขาธิการนายกมนตรี พร้อมคณะประมาณ 4-5 คน ได้นำช่อดอกไม้มามอบให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์เพื่อเป็นกำลังใจด้วย

แหล่งข่าวจากคนใกล้ชิดนางสาวยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 ม.ค. นางสาวยิ่งลักษณ์จะรอฟังผลการลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค

ทีมทนายพอใจชี้แจงครบทุกกรณี

นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาทีมทนายความนางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวภายหลังการแถลงปิดสำนวนคดีถอดถอนว่า ในฐานะผู้แทนคดีนั้นรู้สึกพอใจกับการแถลงปิดคดี นางสาวยิ่งลักษณ์ สามารถแก้ข้อกล่าวหาของผู้ร้องได้ทุกกรณีและแสดงพยานหลักฐานได้ชัดเจน ขณะที่การแถลงของผู้ร้องนั้นมีลักษณะเป็นพรรณนาโวหารเพื่อโน้มน้าว

การชี้ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการเร่งรัดการดำเนินคดี และรายงานของอนุกรรมการปิดบัญชี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่นำมาโต้แย้ง ขณะที่ผู้ร้องได้แต่หยิบยกองค์ประกอบของคณะกรรมการขึ้นมา แต่ไม่กล้าเถียงในประเด็นข้อโต้แย้งของนางสาวยิ่งลักษณ์ใน 3 ประเด็นคือ ข้าวไม่ได้หายไป 3 ล้านตัน การคิดมูลค่าข้าวที่มีปัญหาว่ามูลค่าสต็อกข้าวคิดอย่างไร และค่าเสื่อมราคาข้าวที่อยู่ในโกดังคิดอย่างไร

นายพิชิต กล่าวอีกว่า สำหรับการลงมติถอดถอนของสนช.นั้น ตนคงไม่ขอก้าวล่วง เพราะสมาชิก สนช. ได้รับการคัดเลือกจากประธานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาเป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้น คิดว่าเมื่อได้ยินได้ฟังในสิ่งที่นางสาวยิ่งลักษณ์อธิบาย ซึ่งอยู่ในระบบการบริหารราชการแผ่นดินเป็นหลัก สมาชิกซึ่งอยู่ในระบบราชการน่าจะเข้าใจดีว่าเป็นอย่างไร