ดีเอสไอแถลงจับขบวนการค้ามนุษย์หลอกคนไทยไปบังคับแรงงานในเรือประมง จนต้องหลบหนีขึ้นเกาะอำบน อินโดนีเซีย
นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ ร่วมกับน.ส.พัชรี แนวพานิช ผอ.ส่วนช่วยเหลือผู้เสียหายชาวไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและตำรวจแถลงการจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยมีพฤติการณ์หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญคนไทย ไปทำงานในเรือประมงในน่านน้ำอินโดนีเซีย โดยพบลูกเรือประมงคนไทยหลายคนถูกหลอกไปบังคับใช้แรงงาน จนต้องหลบหนีไปพำนักอยู่บนเกาะอำบน ประเทศอินโดนีเซีย ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ โดยพฤติการณ์คดีเข้าข่ายการกระทำผิดเรื่องค้ามนุษย์ และคดีพิเศษ คดีอยู่ระหว่างสอบสวนโดยศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ รวม 4 คดี มีผู้เสียหาย 8 คน
ล่าสุด คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการร่วมสอบสวนได้ร่วมกันสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหากลุ่มแรก 3 คน ในข้อหากระทำผิดฐานค้ามนุษย์ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้อื่นปราศจากอิสรภาพ โดยวันที่ 19 ม.ค. 58 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เข้าจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาดังกล่าวได้ 2 คน ได้ที่จังหวัดสมุทรสาคร คือ นายมนตรี หรือตึ๋ง มัคผล อายุ 53 ปี มีพฤติการณ์เป็นนายหน้าบังคับหลอกลวงจัดหาคนไปทำงานในเรือประมงในเขตจังหวัดสมุทรสาคร และนายภมร หรือ หนู จันทร์โต อายุ 52 ปี เป็นไต้ก๋งหรือกัปตันเรือประมง ซึ่งผู้เสียหายในคดีถูกบังคับให้ทำงานบนเรือ ส่วนอีกคน ผู้ต้องหาตามหมายจับรายที่ 3 ยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว คาดว่าอยู่ในต่างประเทศ จึงยังต้องปกปิดชื่อ และคาดว่า จะมีการขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดเพิ่มเติมในเร็วๆนี้
ด้านพ.ต.ท.ไพศิษฏ์ สังคหะพงศ์ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ กล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่ารูปแบบลักษณะของการกระทำผิดจะมีกลุ่มแก๊งบุคคลที่จะดักรอหาเหยื่อตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น บริเวณสถานีรถไฟ สถานีรถประจำทาง มุ่งไปที่กล่มบุคคลที่มาจากต่างจังหวัด และมีลักษณะคล้ายกับจะเข้ามาหางานทำ โดยจะเข้าไปตีสนิทพูดคุย ชักชวน หลอกว่าจะให้ไปทำงานที่มีรายได้ดีในสถานที่และโรงงานต่างๆและแม้บางราย อ้างว่าให้ไปทำงานในเรือประมงก็จะหลอกว่าไปทำงานช่วงเวลาสั้นๆรายได้ดี เมื่อบุคคลที่ถูกหลอกลวงหลงเชื่อก็จะนำตัวบุคคลเหล่านั้นไปควบคุมตัวไว้ ตามที่พักอาศัยในเขตจังหวัดชายทะเล ก่อนจะนำตัวไปลงเรือประมงต่อไป
บางรายมีการไปหลอกลวงผู้เสียหายจากหมู่บ้านในต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคอีสาน จัดทำเอกสารคนประจำเรือปลอม และนำตัวส่งไปทำงานในเรือประมง โดยเป็นการเดินทางไปทำงานในเรือประมงนอกน่านน้ำของประเทศไทย ซึ่งต้องทำงานเป็นระยะเวลาหลายปี ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ รายได้ก็ได้ รับเพียงเล็กน้อย และมีการบังคับขู่เข็ญ ทำร้ายร่างกายขณะทำงานอยู่ในเรือประมงด้วย ผู้เสียหายมีทั้งที่เป็นผู้ใหญ่และเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยพบเหยื่อายุต่ำสุดที่อายุ 13 ปี ซึ่งข้อมูลสอบสวนพบว่า นายหน้าได้รับค่าหัวคิวจากการหลอกลวงแรงงานไปลงเรือประมงหลักหมื่นบาทต่อหัว โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่จับกุมครั้งนี้ มีคดีเก่าติดตัวหลายคดีแต่ก็ยังกระทำผิดต่อเนื่อง หลังจากนี้จะประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ขยายผลยึดทรัพย์ต่อไป





