สุรชัย แฉ ทีมทนายไม่ยอมติดต่อ ยิ่งลักษณ์ มาตอบข้อซักถามเอง ทั้งๆ ที่เสนอเลื่อนประชุมให้ถึง 6 โมงเย็น
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้กลับมาประชุมอีกครั้ง โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้สรุปผลการหารือระหว่างผู้แทนคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กับกรรมาธิการซักถามให้ที่ประชุมสนช.ทราบว่า ผู้แทนคี่ดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์เห็นชอบให้ดำเนินการกระบวนการพิจารณาต่อไปตามมติของกรรมาธิการซักถาม
อย่างไรก็ตาม หลังจากกรรมาธิการได้ซักถามต่อไปได้ครู่หนึ่ง นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้แทนคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ลุกขึ้นทักท้วงว่า ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ยินยอมตามมติในการหารือ และขอยืนยันที่จะชี้แจงและตอบข้อซักถาม ขอให้มีการบันทึกไว้ในที่ประชุมด้วย
ทำให้นายสุรชัย ชี้แจงทันทีว่า ไม่เหมาะที่จะมาโต้แย้ง ถือว่าไม่สมควร เพราะได้ตกลงกันหมดแล้วกับผู้แทนคดีทั้ง 9 คนของผู้ถูกกล่าวหา การพูดแบบนี้ทำให้ตนเสียหาย ขอชี้แจงว่า ตนและประธานสนช.เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาเต็มที่ โดยในช่วงพักการประชุมนั้นได้แจ้งให้ผู้แทนคดีติดต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมกับระบุว่า สนช.ยินดีเลื่อนการประชุมออกไปจนถึงเวลา 18.00 น. ขอให้ผู้แทนคดีติดต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้มาตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง ส่วนคำถามใดที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ตอบก็สามารถให้ผู้แทนคดีช่วยชี้แจงได้เป็นรายคำถาม ซึ่งเรายินดีอำนวยความสะดวกให้ แต่คำตอบที่ได้จากผู้แทนคดีคือ ไม่สามารถติดต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เพราะไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด และขอให้สนช.ดำเนินการไปตามเดิม
จากนั้นคณะกรรมาธิการซักถาม เริ่มทยอยอ่านคำถามจนกระทั่งครบทั้ง 35 คำถาม โดยคำถามส่วนใหญ่จะถามในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน อาทิ ตัวเลขความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่ามีตัวเลขการขาดทุนอย่างมหาศาลซึ่งเกิดจากการเก็บรักษาข้าวในโกดัง การระบายข้าวในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดจนกระทบต่อฐานะการเงินการคลังของประเทศ เหตุใดน.ส.ยิ่งลักษณ์จึงไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว และจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไร รวมทั้งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความเสียหายที่เกิดขึ้น และมีความคืบหน้าอย่างไร รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวเพราะเป็นสัญญาประชาคม แต่ทำไมกลับไม่ยอมดำเนินการโครงการลดราคาน้ำมันทั้งๆ ที่เป็นนโยบายตามที่ได้สัญญาประชาคมไว้เหมือนกัน และอยากทราบว่า ระหว่างนโยบายพรรคกับความรับผิดชอบต่อประเทศนั้น อะไรสำคัญกว่ากัน เป็นต้น
คณะกรรมาธิการซักถามยังตั้งคำถามถึงเรื่องกลไกการควบคุมการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวด้วยว่า ได้รับทราบข่าวการทุจริตในโครงการหรือไม่ และดำเนินการยับยั้งการทุจริตอย่างไรบ้าง มีการดำเนินการกับผู้ทุจริตอย่างไรบ้าง ผู้ที่มาซื้อข้าวจากรัฐบาล คือ ผู้ช่วย ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นภริยาของนักการเมืองพรรคเพื่อไทยที่สังคมรู้จักกันดี อยากทราบว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์สั่งให้ตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ และมีผลการสอบเป็นอย่างไร และโครงการนี้มีชาวนาบางส่วนที่ได้รับประโยชน์ แต่ก็มีชาวนาบางส่วนเครียดที่ไม่ได้รับเงินจากโครงการนี้จนฆ่าตัวตาย 16 ราย ถามว่าได้ช่วยเหลือเยียวยากรณีดังกล่าวอย่างไร เป็นต้น





