วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

7ประเด็นร่างรธน.'สิทธิประชาชน'

(รายงาน) 7ประเด็นร่าง รธน. "สิทธิประชาชน" เปิดช่องร้องศาลรธน.สอบอำนาจรัฐ

หลังจากที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อช่วยสื่อสารกับสังคมเกี่ยวกับความคืบในการยกร่างรัฐธรรมนูญ และประเด็นเนื้อหาที่จะถูกบรรจุเป็นกติกาประเทศใหม่ นอกเหนือไปจากที่โฆษก กมธ.ยกร่างฯ ทำหน้าที่เผยแพร่ข่าวสารต่อสังคมแล้ว

โดยคณะทำงานชุดนี้มีชื่อว่า "คณะทำงานสื่อสารกับสังคม" มี นายมานิจ สุขสมจิตร เป็นประธานนั้น

ล่าสุดคณะทำงานฯได้จัดทำจุลสารชื่อ "รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปประเทศเป็นอย่างไร" หวังทำความเข้าใจกับสังคมในวงกว้าง โดย กมธ.ยกร่างฯได้เผยแพร่จุลสารฉบับแรกนำร่องจำนวน 30,000 ฉบับ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับสิทธิและการมีส่วนร่วมที่ครอบคลุม 7 เรื่องสำคัญ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1.ความเป็นพลเมืองและหน้าที่พลเมือง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสนอให้รัฐมีหน้าที่สร้างพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ได้พลเมืองที่ดีมีคุณภาพ พึ่งตนเองและรับผิดชอบตนเองได้ เคารพหลักความเสมอภาค เคารพความแตกต่าง เคารพสิทธิของผู้อื่น และเคารพกติกา มีวินัย ยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม ตระหนักในความรับผิดชอบต่อสังคม

ทั้งนี้รัฐต้องให้การศึกษาเรื่องความเป็นพลเมือง ด้วยการกำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาทุกประเภททั้งในและนอกระบบ

2.สิทธิเสรีภาพของพลเมือง รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปมีการกำหนดแนวทางเชิงป้องกันเพื่อจำกัดการใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต เพื่อให้เกิดความพอดีและความสมดุลระหว่างผลประโยชน์บุคคลกับผลประโยชน์สาธารณะ พร้อมวางหลักเกณฑ์ที่มีคุณค่าต่อการใช้สิทธิเสรีภาพด้วยความรับผิดชอบโดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

3.การมีส่วนร่วมทางการเมืองของพลเมือง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีบทบัญญัติและเน้นความสำคัญต่อกระบวนการและกลไกการมีส่วนร่วมของพลเมืองที่สะท้อนถึงพลเมืองในพื้นที่ตามสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะประเด็นที่อาจมีผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่และการเสนอปัญหาของชุมชน โดยในทางปฏิบัตินั้นควรใช้วิธีการลงทะเบียนการขอใช้สิทธิในการมีส่วนร่วม โดยมิได้ยึดเพียงการเป็นพลเมืองตามทะเบียนราษฎรเท่านั้น

4.การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบของพลเมือง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะบัญญัติให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบในประเด็นที่เกี่ยวกับการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น โดยคำนึงถึงการเชื่อมโยงขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคำนึงถึงสิทธิในการฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐ โดยขยายสิทธิในการฟ้องร้องให้เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบของประชาชน นอกจากนี้ประชาชนสามารถใช้สิทธิในการตรวจสอบอำนาจรัฐ โดยสามารถฟ้องคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ อันเป็นมาตรการหลักในการคุ้มครองเยียวยาสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

5.การปฏิรูปการเงิน การคลัง และงบประมาณ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีบทบัญญัติในเรื่องทางการเงิน การคลัง และงบประมาณ 5 ประการคือ

- กำหนดให้ผู้ก่อหนี้ผูกพันและการใช้เงินแผ่นดินต้องทำเป็นพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ประกอบด้วย งบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่าย หรือ "ระบบงบประมาณ 2 ขา"

- กำหนดให้นำเงินงบประมาณที่สภาผู้แทนราษฎรแปรญัตติปรับลด หรือ "งบแปรญัตติ" ไปไว้ในแผนงบประมาณส่วนใดส่วนหนึ่งซึ่งไม่สามารถนำไปจัดสรรหรือใช้จ่ายในลักษณะเอื้อประโยชน์แก่นักการเมืองหรือส่วนราชการใดๆ ได้โดยตรง

- ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการจ่ายเงินแผ่นดินและก่อหนี้ผูกพันของคณะรัฐมนตรี ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

- การจัดแบ่งประเภทภาษีและรายได้จากแหล่งรายได้อื่นๆ ระหว่างรัฐบาลและองค์กรปกครองท้องถิ่น ต้องคำนึงถึงดุลยภาพทางการคลังระหว่างรัฐบาลและองค์กรปกครองท้องถิ่น รวมทั้งความเท่าเทียมทางการคลังระหว่างพื้นที่

- การจัดระบบงบประมาณในเชิงพื้นที่ โดยยึดหลักการงบประมาณแบบมีส่วนร่วมของประชาชน ควบคู่ไปกับงบประมาณฐานหน่วยงาน

6.ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีการกำหนดความสัมพันธ์ของบุคคลทั้ง 3 ฝ่าย คือ

- ประชาชน กำหนดให้รัฐส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในนโยบายสำคัญอันมีผลกระทบต่อประชาชน โดยให้ประชาชนที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐได้รับการคุ้มครองจากรัฐ

- ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ อีกทั้งให้ประชาชนมีสิทธิตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งในทางการเมืองและทางกฎหมาย ขณะเดียวกันต้องมีกลไกจำกัดการใช้อำนาจของนักการเมืองเพื่อป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

- เจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะส่งเสริมการรวมกลุ่มของข้าราชการเพื่อปกป้องผดุงเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นอกจากนี้จะมีบทลงโทษสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ละเว้นหรือฝ่าฝืนการปฏิบัติไว้ด้วย

7.การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีการกำหนดหลักการสำคัญรวม 5 ด้าน คือ

- การสร้างความต่อเนื่องและชัดเจนในการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ซึ่งกระบวนการกระจายอำนาจจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินที่จะมีการปรับลดอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนกลางให้เหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

- กำหนดอำนาจหน้าที่ในการจัดทำบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่จะมีการพัฒนาระบบบริหารทุกด้านให้มีประสิทธิภาพในการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมมาภิบาล

- การกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างราชการส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่น ให้การกำกับดูแล อปท.ต้องกระทำเท่าที่จำเป็น

- การกำหนดโครงสร้างและรูปแบบของ อปท. ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดโครงสร้างการปกครองรูปแบบฝ่ายสภากับฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้งเป็นรูปแบบหลัก

- อปท.ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร รายงานผลการดำเนินการงาน งบการเงิน และสถานการณ์การคลังท้องถิ่นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และตัดสินใจเรื่องการดำเนินงานที่มีผลกระทบต่อประชาชน

สำหรับรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญในเนื้อหาเกี่ยวกับระบบการเมือง จะบรรจุในจุลสารฉบับที่ 2 ที่จะออกอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า