วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั้งคณะขับเคลื่อน'ยุทธศาสตร์คสช.'ไล่บี้งานส่วนราชการ

(รายงาน) ตั้งคณะขับเคลื่อน "ยุทธศาสตร์ คสช."ประวิตรนั่งปธ. ไล่บี้งานส่วนราชการ

เงียบหายไปนานสำหรับบทบาทในมิติของ คสช. หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพราะระยะหลังๆ กลายเป็นเพียงสร้อยคำต่อท้ายตำแหน่งของบรรดาบิ๊กๆ ในรัฐบาลเท่านั้น

ที่ผ่านมาแม้จะมีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจพิเศษตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 จัดการปัญหาบางปัญหาด้วยความเด็ดขาด เช่น เล่นงานคนโกง หรือแม้แต่การบังคับค่ายมือถือให้เปลี่ยนวิธีคิดค่าบริการเป็นวินาทีก็ตาม แต่ก็ไม่มีการขยับใช้อำนาจ คสช.เพื่อการใดทั้งสิ้น

กระทั่งวานนี้ (13 ม.ค.) ก็มีประเด็นฮือฮาขึ้น เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคสช.ได้ลงนามในคำสั่ง คสช.ที่ 2/2558 ลงวันที่ 9 ม.ค.58 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดขับเคลื่อนการดำเนินการของส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ให้เกิดการบูรณาการสอดคล้องรองรับกับยุทธศาสตร์ของ คสช.ทั้ง 9 ด้าน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิรูปและพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่เหมาะสมและยั่งยืน โดยนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการปฏิบัติ

คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้า คสช.เป็นประธาน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองประธาน มีกรรมการประกอบด้วย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ถาวร มณีพฤกษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายอำพน กิตติอำพล เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้ทรงคุณวุฒิที่หัวหน้า คสช.แต่งตั้งขึ้นมาอีกไม่เกิน 3 คน และ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1.ติดตามและประเมินผลการดำเนินการของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของ คสช. 2.รายงานผลดำเนินการตามข้อ 1 รวมทั้งความเห็นหรือข้อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขต่อหัวหน้า คสช. เพื่อพิจารณาสั่งการให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

3.กำหนดแนวทางและมาตรการหรือกลไกในการประสานความร่วมมือระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของ คสช.ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม 4.ในกรณีที่เห็นสมควรอาจแจ้งต่อหัวหน้า คสช.เพื่อขอให้มีการประชุมร่วมกันของ คสช.และ ครม.เพื่อปรึกษาหารือหรือพิจารณาแนวทางดำเนินการเพื่อให้การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของ คสช. มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

5.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือช่วยเหลือในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตามความจำเป็น 6.เชิญข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ หรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ข้อเท็จจริง ความเห็น หรือข้อเสนอแนะ หรือเอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น 7.ดำเนินการอื่นใดตามที่หัวหน้า คสช.มอบหมาย

................

"ประยุทธ์"แจงภารกิจลุยสอบทุจริต-เกียร์ว่าง

การแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ คสช. ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ไม่น้อย เพราะภารกิจหลักดูเหมือนจะเป็นการเร่งรัดการทำงานของส่วนราชการ ซึ่งที่ผ่านมาก็มี คณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล (กขร.) ที่มี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่อยู่แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ อธิบายเรื่องนี้ว่า การทำงานมี 2 ส่วน คือ รัฐบาลที่จัดตั้งคณะทำงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี โดยขับเคลื่อนงานที่เป็นฟังก์ชันพันธกิจแต่ละกระทรวงให้ลื่นไหล และรัฐบาลทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบาย เช่น เรื่องความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหาทุจริต รักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม จัดระเบียบบังคับใช้กฎหมาย และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

ส่วนที่สอง คือ งานของ คสช.ที่ต้องนำทหารมาช่วยในกลไกราชการ คสช.จึงตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ คสช.อีกทางหนึ่ง โดยให้ พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้า เพราะเป็นรองนายกรัฐมนตรี และคุ้นเคยกับทหารทุกเหล่าทัพ ส่วนตนและคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเดินงานนโยบายในกรอบพันธกิจต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ จะไปตรวจสอบจากข้างล่างว่ามีการทุจริตหรือไม่ ข้าราชการเกียร์ว่างหรือเปล่า งบประมาณติดขัดไหม ซึ่งต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาขาดการบูรณาการ แต่ละกระทรวงมาจากคนละพรรคการเมือง วันนี้ไม่มีพรรคการเมืองแล้ว ทุกกระทรวงต้องทำตามนโยบายกลางนี้ให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ได้พูดในที่ประชุม ครม.ว่าขอให้ทุกกระทรวงทำความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีโอกาสพบกับสื่อมวลชน ทำให้ทราบว่าทุกคนได้ฟังแต่ตนคนเดียว บางทีกระทรวงพูดก็บอกว่าไม่มีใครฟัง ก็น่าเห็นใจ จากนี้ตนจะให้ทุกกระทรวงพูดว่ามีรายละเอียดการทำงานอย่างไร เพื่อสร้างการรับรู้ เช่น ศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์เกษตรพอเพียง ตลาดชุมชน การขุดลอกบ่อน้ำมีความก้าวหน้าอย่างไร เพื่อให้ทุกคนรับทราบ

หรืออย่างเรื่องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำรวจที่วิพากษ์วิจารณ์กัน พล.อ.ประวิตร ได้ชี้แจงในที่ประชุมครม.ว่า กำลังดูอยู่ว่ามีการไปเรียกเงินที่ไหนอย่างไร ให้ตำรวจไปรวบรวมบัญชีหลักฐานมา ใครมีความเห็นอย่างไรก็ว่ามา ดังนั้นการแต่งตั้งทั้งหมดอยากให้เป็นเรื่องของแต่ละหน่วยงานทำขึ้นมา แน่นอนมีทั้งคนได้และไม่ได้ คนที่ไม่ได้จะไปพูดอะไรเสียหายหรือไม่ โยนกันไปกันมา และไปบอกเป็นคำสั่งนายกฯบ้าง รองนายกฯบ้าง

"ผมไม่ได้ไปสั่งใครสักคน ให้ไปตั้งกันขึ้นมาเองดีกว่า เพราะถ้ารัฐบาลตั้งจะเป็นปัญหาเสียมากกว่าได้ และถ้าทำให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้จะเป็นผลดีมากกว่า" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ