วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.รับทราบสถานการณ์ผู้สูงอายุ

ครม.รับทราบสถานการณ์ผู้สูงอายุ ระบุไทยเข้าสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี64

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.รับทราบตามที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุขณะนี้ประชากรไทยมีแนวโน้มผู้สูงวัยมีจำนวนเพิ่มขึ้น อีกไปเกิน 10 ข้างหน้า เพื่อกำหนดแนวทางรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ปี 2556 มีผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี เกือบ 10 ล้านคน และคาดว่าในปี 2561 มีมากกว่าจำนวนเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 ที่มีจำนวนสูงถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และปี 2578 จะสูงถึงร้อยละ 30 นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี เป็นผู้ที่มีระดับรายได้ต่ำกว่าเส้นมาตรฐานของความยากจน ซึ่งกำหนดไว้ว่า 1 ปี มีรายได้คนละ 29,000 บาท ส่วนผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้เริ่มมีระดับที่สูงขึ้น

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้รัฐบาลจึงกำหนดมาตรการ 3 ส่วน คือ 1.สนับสนับให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตได้อยู่อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี ให้ข้อมูลความรู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอย่างปลอดภัย ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคชุมชนเข้ามามีบทบาทในการดูผู้สูงอายุ การออกแบบการก่อสร้างอาคารที่พักให้เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ 2. เสริมสร้างสุขภาพอนามัยจัดระบบสาธารณสุขให้ใช้ได้อย่างสะดวก ส่งเสริมให้ดูแลสุขภาพตั้งแต่วัยเด็ก และ 3. ส่งเสริมการประกันรายได้มั่นคงและยั่งยืน ปรับแก้ไขกฎหมายที่ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ วางแผนการออมเงินในวัยชราพัฒนาระบบบำนาญ อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเปรียบเทียบระหว่างกองทุนออมแห่งชาติ หรือมาตรการประกันตนตามมาตรา 40 ว่าระบบ ระบบไหนถึงจะได้ประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดและให้มีข้อมูลที่ชัดเจน