วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปลัดฯพาณิชย์'แจ้งบก.ป.เอาผิดคู่สัญญาจำนำข้าว

"ชุติมา" ปลัดฯพาณิชย์แจ้งความกองปราบฯ เอาผิดคู่สัญญาโครงการจำนำข้าว ฐานยักยอกทรัพย์

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่12 มกราคม 2558 น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป.พ.ต.ท.มิ่งมนตรี ศิริพงษ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.2 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคู่สัญญาในโครงการรับจำนำข้าว ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดฐานลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ และข้อหาฉ้อโกง โดยนำเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน

น.ส.ชุติมา กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.)ได้มีมติในที่ประชุมเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2557 มอบหมายให้ตนในฐานะเลขานุการ นบข.แจ้งผลการประชุมให้กับทางองค์การคลังสินค้า(อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) เพื่อดำเนินคดีกับคู่สัญญาในโครงการรับจำนำข้าวที่นำข้าวซึ่งไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กระทรวงพาณิชย์ กำหนดไว้ มาเข้าโครงการดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มผิดชนิดข้าว 5 ราย รวม 5 จังหวัด 10 โกดังกลาง 2.กลุ่มข้าวเสีย 13 ราย รวม22 จังหวัด 94 โกดังกลาง และ 3.กลุ่มข้าวไม่ตรงตามมาตรฐาน 59 ราย รวม 51 จังหวัด652 โกดังกลาง รวมปริมาณข้าวทั้งสิ้นประมาณ 3.6 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท

น.ส.ชุติมา กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีของคู่สัญญา 3 กลุ่มนี้ น่าจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องนับ 100 ราย ซึ่งตนได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ มอบให้ทางพนักงานสอบสวน บก.ป.ไว้เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยหากพบว่ามีผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดก็ขอให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกรณีของข้าราชการ หากมีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระทำความผิดก็จะต้องถูกพิจารณาดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา ซึ่งตรงนี้คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดำเนินการ โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐก็อาจจะต้องถูกส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ณษ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้รับเรื่องและมอบหมายให้ พ.ต.ท.มิ่งมนตรี ได้สอบปากคำผู้แทนปลัดกระทรวงพาณิชย์ แล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ อย่างไรก็ดี เนื่องจากกรณีดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จึงเตรียมทำเรื่องเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลคดี ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการดำเนินการก่อนจะพิจารณาเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ