วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ผุดแผนบริหารจัดการน้ำกว่าหมื่นโครงการ

นายกฯผุดแผนบริหารจัดการน้ำกว่าหมื่นโครงการ เน้นงบประจำปี ไม่ต้องกู้ ลั่นต้องโปร่งใส

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า วันนี้เป็นการประชุม ครม.ครั้งสุดท้ายในปี 2557 ถือเป็นครั้งที่ 16 ได้หารือเรื่องการบริหารจัดการน้ำว่าจะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซากได้ โดยมีการชี้แจงแผนบริหารจัดการน้ำ ที่มีแผนระยะยาวในปี 58-69 กว่าหมื่นโครงการ เน้นพื้นที่ที่ภัยแล้งซ้ำซาก เช่น ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางที่น้ำท่วม โดยเบื้องต้นใช้งบประมาณประจำปี 57 ที่เหลืออยู่ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท และงบประมาณในปี 58 รวมทั้งสิ้นประมาณ 5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะทำให้แล้วเสร็จภายในปี 58 หากมีการเร่งรัดให้ทำต่อในปี 58-59 ก็ต้องมีการผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่าจะต้องกู้เงินเท่าไหร่อย่างไรเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่คงจะไม่กู้เป็นแสนล้านบาทเหมือนอย่างเดิมที่ได้ยกเลิกไปแล้ว และแผนใหม่นี้ก็ยังไม่ได้มีการกู้อะไรเลย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อในเรื่องความโปร่งใสว่า ปกติมีคณะกรรมการตรวจสอบอยู่แล้วทุกแผนงาน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ในส่วนของรัฐบาล มีคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตในภาครัฐ ที่มีนายกฯเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายปกติ รวมถึงหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม องค์กรอิสระ ภาคีประชาชน นอกจากนี้ยังได้สั่งให้มีการตั้งคระกรรมการของ คสช. ในการตรวจสอบด้วย ซึ่งตนดูแลอยู่ทั้งสองส่วนหากมีอะไรจะได้ชี้เป้ากันดำเนินการ ให้รวดเร็วขึ้น บางอันอาจต้องใช้อำนาจพิเศษในการลงโทษ ตนได้สั่งการไปแล้วว่า ถ้าตรวจสอบทันทีต้องใช้อำนาจเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ทำให้เกิดความบกพร่องในการใช่จ่ายภาครัฐ เพราะถือว่าไม่เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ตอนนี้การทำงานแบบกึ่งๆ เรามีอำนาจจริง แต่ใช้อย่างไรให้พอดี ถ้าไม่ใช้อำนาจก็เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นต้องช่วยสร้างความเข้าใจกับประชาชน วันนี้ถือว่าดีที่เราฟันฝ่าอุปสรรคมาได้ ส่วนโครงการใหญ่มีวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไปมีการติดต่อให้ ครอส ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ หากใครพบเห็นการทุจริตขอให้แจ้งข้อมูลมา ถ้าไม่มีรายละเอียดอาจทำให้ขัดแย้งกันได้ เพราะบางโครงการอาจมีการแข่งขันทางธุรกิจกันอยู่ และสุดท้ายก็ว่าจะตนเป็นผู้ได้ประโยชน์ ยืนยันว่า ตนและรัฐบาลไม่ต้องการรับผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น

นายกฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของงบประมาณสำหรับดูแลพี่น้องเกษตรกร ที่ผ่านมามีปัญหาในเรื่องการจัดทำทะเบียนมาโดยตลอด ตอนนี้ดำเนินการอยู่ แต่มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงสั่งการไปแล้วว่า จากนี้ต้องมีการทบทวนเรื่องฐานข้อมูลบุคคล การเสียภาษี เป็นพิเศษ ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันทำ ซึ่งได้สั่งการไปแล้วว่าหลังจากปีใหม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวสวนยางและข้าวให้เรียบร้อย และต้องตรวจสอบก่อนการจ่ายเงิน เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตและขอให้มีการตรวจสอบในภายหลังอีก

นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า ในที่ประชุม ครม.ได้หารือเกี่ยวกับการต่างประเทศโดยสรุปผลการเยี่ยมเยือนประเทศต่างๆ โดยตนมีนโยบายในเรื่องการร่วมมือกันในทุกมิติ ติดตามโดยคณะกรรมการที่มีอยู่ทั้งหมดที่จะต้องวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนใน 6 กลุ่มประเทศ ได้แก่ 1.กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน 2.ประเทศที่ไกลออกไป เช่น จีน ญี่ปุ่น 3.กลุ่มประเทศยุโรป 4.กลุ่มประเทศตะวันตก 5.ประเทศที่เป็นหมู่เกาะ และ 6.ประเทศตะวันออกกลาง โดยสั่งการไปชัดเจนว่าแต่ละกลุ่มจะเดินหน้าอย่างไรเพราะบางอย่างเราต้องช่วยเหลือเขา เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางต้องให้การช่วยเหลือบ้าง อาจจะเป็นทางด้านการศึกษา ความร่วมมือทางวิชาการ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการเน้นเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนใน 5 พื้นที่เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กระจายสินค้าได้ด้วย เพราะเป็นอนาคตที่จะวางในระยะยาว