วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯหวังปฏิรูปให้ประเทศดีขึ้น

"พล.อ.ประยุทธ์" ยันหวังปฏิรูปให้ประเทศดีขึ้น ไม่ได้เผด็จการ สกัดนักการเมืองหน้าเก่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสิ่งที่จะเข้ามาดำเนินการในเรื่องปฏิรูปประเทศ คิดว่าในอนาคตจะสามารถแก้ไขปัญหาสีเสื้อได้หรือไม่ว่า เรื่องนี้จะต้องแยกออกจากกัน เพราะการแบ่งสีเสื้อ หรือ การแบ่งประชาชนจะแบ่งโดยอะไร งานการเมืองและการเข้าสู่ระบบประชาธิปไตยก็คือเสียงของประชาชน เมื่อประชาชนเป็นเจ้าของเสียงของการเลือกตั้งก็จะมีกลุ่มคนมวลชนในการเลือกเข้ามา ซึ่งก็มีหลายพวกหลายฝ่ายบางประเทศมี 2 พรรค บางประเทศมี 3 พรรค แต่เรามีหลายพรรค มากบ้างน้อยบ้าง พรรคไหนใหญ่ก็มีคนสนับสนุนเยอะ ตรงนี้จะแก้ด้วยเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ เพราะเราจะต้องคำนึงเสียงส่วนน้อยด้วย อย่าไปหาวิธีการบีบเสียงส่วนน้อยให้เขาเลือกให้เขาแพ้มันเป็นไปไม่ได้ เพราะมีคนที่ไม่พอใจซึ่งการเมืองมีความผูกพันกับประชาชน ซึ่งเราจะต้องดูทั้ง 3 อย่าง 1.พื้นฐานของประชาชนทำอย่างไรถึงจะเรียนรู้ 2.กฎระเบียบ กฎหมายรัฐธรรมนูญจะต้องเขียนให้มีทางออก 3.พรรคการเมืองที่เข้ามาจะเป็นใครก็จะต้องย้อนไปดูว่าใครจะเข้ามา มีคนใหม่เท่าไหร่ คนเก่ามีบ้างหรือไม่จะต้องไปหาดู แต่จะให้ใช้วิธีการป้องกันคนนั้นคนนี้มันยาก ถ้าไม่ใช้กฎหมายถ้าไม่มีความผิดก็กั้นยาก เขาจะกลับเข้ามาใหม่แล้วทำหรือเปล่าเราก็ไม่รู้ วันนี้เราจะต้องทำเพื่อไม่ให้เกิดแบบนั้นขึ้นมาอีก

"สื่อจะต้องช่วยผมในการอธิบายว่ากลับมาอย่างนี้ไม่ได้แล้ว ที่ว่าผมเผด็จการ ต้องไปดูทั้ง 2 อย่าง ทั้งเผด็จการรัฐประหาร และ เผด็จการรัฐสภา มันมีหรือไม่ มันมีคำกล่าว มีตำราเขียนอยู่แล้ว ถ้าสภาทั้งสองสภา หรือกี่สภาไม่รู้มีความเห็นอย่างเดียวกันหมดจะรับรองได้หรือไม่ว่าใช่หรือไม่ถูก อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดก็ได้ ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้มีกลไกลที่ถ่วงดุลกันทั้งระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. ก็ไปหามาว่าทำอย่างไรให้เกิดขบวนการปฏิรูปโดยที่ไม่ต้องใช้อำนาจที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยให้เขายอมรับการปฏิรูป ซึ่งการปฏิรูปไม่ใช่ทำปีเดียวแล้วจบ ผมเคยเล่าหลายครั้งแล้วว่า ประเทศจีนทำ 30 ปี ยังไม่จบเลย วันนี้แค่เริ่มต้นการปฏิรูปเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลหรือ คสช.ทำให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง มีการถกแถลงหลายฝ่าย มีการตั้งเรื่อง 11 เรื่อง มีบ้างหรือไม่ ที่พูดว่ากฎหมายจะเป็นอย่างไร ทำให้ทุกอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงวางระยะเวลากี่ปีรัฐบาลต่อไปจะต้องทำอะไร ตรงนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเวลานี้ ฉะนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีการยอมรับหรือจะสำเร็จทุกอย่าง

แต่อย่างน้อยก็ยังได้เริ่มต้น หรือทำต่อไปอีก 30 ปี ก็ได้ ประธานาธิบดีจีนก็บอกแล้วว่า ยังไม่ได้เริ่มทำอีก 300 กว่าเรื่อง ที่ผ่านมาทำไปแล้วกว่า 1,500 เรื่อง มันก็ไม่ใช่ 11 เรื่อง มีหลายอย่าง รวมถึงคนที่จะมาร่วมกระบวนการเหล่านี้ได้รับการยอมรับหรือไม่ ซึ่งของเราไม่ค่อยยอมรับ เพราะไม่ค่อยใช้การบังคับกฎหมายทำอะไรก็อิสระเสรีตามวิสัยคนไทย แต่ต่างประเทศเขาทำไม่ได้ เขาจึงทำได้ เราเป็นอย่างเขาก็ลำบาก เรายอมรับได้หรือไม่ ก็ไม่ได้อีก อะไรก็ไม่ได้สักอย่าง แต่จะให้เป็นอย่างนี้อย่างนั้นมันก็ไม่ได้ ประเทศเรามีความสุข เวลาผมไปต่างประเทศ คิดถึงประเทศไทยทุกที กลับมาก็สดชื่นสวยงามรื่นเริง แต่ทำไมจะต้องทะเลาะกัน"นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า นิรโทษกรรมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาและการปฏิรูปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มันมีคำว่า ปรองดอง นิรโทษกรรม อภัยโทษ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ปรองดองคือใจเราปรองดอง คนที่เคยทะเลาะก็ทะเลาะกัน ไม่ต้องเอาปัญหามาว่าใครถูกใครผิดตรงนี้คือปรองดอง ถ้าอภัยโทษคือการเข้าไปติดคุกรับโทษก็ว่ากันไป ส่วนเรื่องนิรโทษกรรมส่วนใหญ่เป็นคดีการเมืองไม่ใช่คดีอาญาก็ต้องไปดูซิว่าใครอยู่กลุ่มไหนตนไม่รู้

เมื่อถามว่าการกระชับพื้นที่ของทหารที่มีการนิรโทษของกลุ่มคนเสื้อแดง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ออกมาหมดแล้ว เหลือเฉพาะคดีอาญาที่กระทำผิดเผาศาลากลาง ใช้อาวุธ ถ้าเป็นคดีการเมืองและไปยืนประท้วงตอนนี้ออกมาหมดแล้ว หรือใครที่ยังไม่ได้ออก ก็จะให้ฝ่ายยุติธรรมออกมาชี้แจงอีกครั้งว่าใครอยู่ในข่ายที่ได้รับการนิรโทษ แต่ตนไม่ได้เป็นคนเริ่มต้น เพราะไม่ใช่เรื่องของตน เรื่องนิรโทษกรรมเป็นเรื่องที่แต่ละฝ่ายมีส่วนได้ส่วนเสียที่จะต้องเป็นผู้เสนอเข้ามา รัฐบาลเป็นเพียงผู้พิจารณาเฉยๆ อย่างครั้งที่แล้วก็มีคนเสนอเข้ามายังรัฐบาลและก็เป็นเรื่องขึ้นมา มันเป็นคนละประเด็นอย่าเอามาพันกัน ตนไมได้ไปทำโทษใครแล้วจะไปนิรโทษกรรมใคร เรื่องการปฏิรูปต้องไปว่ากันมา