รมว.กต.ยันไทยอยู่อย่างมีเกียรติได้รับการยกย่อง เชิดชูจากต่างชาติ เปิดVDR15นาที ฟุ้งผลงานเข้าเป้าปฏิรูปประเทศ
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมแถลงผลงานรอบ 3 เดือน ว่า ฝ่ายต่างประเทศเหมือนกับด่านหน้าในเรื่องนอกประเทศ ซึ่งนายกฯได้ส่งตนไปนำสิ่งดีๆ และสร้างความเชื่อมั่นในโลกภายนอก การต่างประเทศเราทำทั้งภายในและภายนอกประเทศควบคู่กันไป โดยทำงานบูรณาการกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม และทุกกระทรวง ซึ่งตนต้องรู้เรื่องทุกกระทรวงและนำไปเสนอ
"ขอยืนยันว่าวันนี้ประเทศไทยอยู่อย่างมีเกียรติ ได้รับการยกย่อง ได้รับความเชื่อถือ และทุกคนพร้อมที่จะสนับสนุนงานพัฒนาและงานด้านความมั่นคงตามแผนงานของเรา จะเห็นได้จากที่นายกฯเดินทางไปต่างประเทศทั้งในยุโรปและอาเซียน ได้รับเกียรติเสมือนผู้นำคนอื่นๆ มีรถนำขบวน มีรปภ.เท่าเทียมคนอื่น และการเดินทางไปต่างประเทศของนายกฯทำให้งานของผมง่ายขึ้น เพราะนายกฯได้สร้างความมั่นใจ สร้างความสนิทสนมกับผู้นำต่างประเทศ ทำให้งานต่างประเทศมีความสะดวก มีความมั่นคง ความจริงจัง โดยทุกงานที่นายกฯเดินทางไป รายงานจะเสร็จเมื่อท่านถึงกรุงเทพฯทุกครั้ง โดยจะแจกแจงว่ากระทรวงไหนเกี่ยวพันกับเรื่องอะไร มีเลขาธิการนายกฯเป็นผู้ติดตาม ผมเป็นผู้ประสานนำเรื่องทั้งหมดมา ทำให้เราสามารถไปตอบในสิ่งที่เขาฝากมาได้ จากเมื่อก่อนที่เราตามแก้กับสิ่งที่ค้างไว้หลายปี แต่ตอนนี้เราเก็บเรื่องเหล่านี้ไว้ดำเนินการ และมีเรื่องใหม่นำเสนอ เขาจึงมีความมั่นใจและให้เกียรติ" รมว.กต.กล่าว
รมว.กต. กล่าวว่า สำหรับยุทธศาสตร์ต่างประเทศของเรา คือการสร้างความเชื่อมั่น ขอให้มั่นใจว่าการทำงานของเราเป็นไปด้วยดี มั่นคง และหลายๆอย่างเราทำแล้วเอาผลงานเป็นตัวประชาสัมพันธ์ การทำไปก่อนได้หรือไม่ได้นั้น พลิกตามเนื้อผ้า การเจรจาต่างประเทศไม่ใช่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก เราก็ถ่วงน้ำหนักทั้งหมด แบ่งโลกออกเป็นภูมิภาค ทั้งหมดเรามีจังหวะในการดำเนินการ ขอให้มั่นใจว่าเราถ่วงได้หมด คนทั้งโลกมี 6,000 กว่าล้านคน เราได้แล้วประมาณ 4,700 ล้านคน ฉะนั้นคนที่เราสนิทแล้ว เขาสนิทมากขึ้น คนที่เมื่อก่อนเฉยๆเขาสนิทมากขึ้น คนที่เคยต่อต้านหยุดต่อต้าน บางประเทศเขายึดถือบางเรื่อง เช่น เรื่องประชาธิปไตย แบบของใครของคนนั้น แต่ใต้โต๊ะฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายสังคมเขาเข้ามาติดต่อเยอะ เช่น นักธุรกิจอเมริกา นักธุรกิจยุโรป ที่มาพบนายกฯลงทุนเพิ่มมากมาย ใครที่เคยพูดเคยมีความคิดเห็นที่ไม่ดี เขาก็หยุดพูดและหันมาสนับสนุน ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามา มีความร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้น
รมว.กต. กล่าวว่า สิ่งที่เราไปดิวกับโลก ขณะนี้นานาชาติเขามอง 4 เรื่องใหญ่ 1.ภาวะแวดล้อม 2.เรื่องโรคระบาด ที่เรามีความพร้อมช่วยเหลือ มีการจัดประชุม และยืนยันได้ว่าองค์การอนามัยโลกให้เราเป็นที่หนึ่งในภูมิภาค 3.เรื่องการก่อการร้าย ไทยมีองค์กรในทุกระดับ มีความร่วมมือทั้งการแลกเปลี่ยนข่าว ส่งคน ส่งเงิน ตัดกำลัง ส่งกำลังพลไปในที่เหมาะสม ร่วมมือกับอาเซียน โดยที่ไม่ต้องกลัวภัยกลับตามมา และ 4.การค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าว ซึ่งกลุ่มเหล่านี้พื้นฐานมาจากกลุ่มใต้ดิน เราได้รับคำชมตั้งแต่ในช่วง 2 เดือนที่คสช.เข้ามาใหม่ เราจดทะเบียนได้ 1.2 ล้านคน ทุกๆคนก็ถามว่าคุณทำได้ยังไง ทั้งองค์กรของสหประชาชาติ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่น แล้วเขาก็เอาไปพูดต่อ พยายามมาค้นว่าเราทำอย่างไร และขั้นต่อไปก็จะง่ายขึ้น มีการพิสูจน์สัญชาติ ทำให้ถูกกฎหมาย มีการประสานงาน มีชุดตรวจสัญชาติเคลื่อนที่เร็ว มาทำให้เร็วขึ้น
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องค้ามนุษย์นั้น เป็นแนวทางของสหรัฐ ที่กำหนดกติกาเอง เพื่อนบ้านเรามาเลเซียได้เทียร์ 3 เหมือนกัน แต่ว่าสำหรับประเทศที่ได้รับการเพิ่มระดับขึ้นมาเป็นเทียร์ 2 ซึ่งตนไม่ขอเอ่ยชื่อ ดูแล้วกันว่ามาตรฐานคืออะไร จะเทียร์อะไรไม่สำคัญ ที่สำคัญคือความมั่นคง คือมนุษยธรรม เราทำเพื่อความมั่นคง ฉะนั้นเรายังคงมุ่งมั่นที่จะทำต่อไป ปีนี้เราจะดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะหมักหมมมาหลายปีแล้ว ความจริงก็ไม่ยากอะไร เราป้องกันได้ นำคนมารักษาพยาบาลได้ ควบคุมโรคติดต่อได้ มันมีประสิทธิผลที่เห็นอยู่ สามารถจับต้องได้ เขาถึงชื่นชม
รมว.กต. กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือประเทศรอบบ้าน เขตแดนไม่ใช่ปัญหา ขณะนี้อะไรที่เป็นปัญหาเราวางไว้ เราพัฒนาร่วมกันหมด ฉะนั้นความร่วมมือ แม้แต่เขตเศรษฐกิจพิเศษก็จะมอบประโยชน์ให้เราทุกๆฝ่าย การเตรียมความพร้อมเข้าสู้ ASEAN ท่านนายกได้อนุมัติให้ตนเป็นประธานสำหรับติดตาม พร้อมกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ด้านความมั่นคง ม.ล.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ และ นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯ ด้านสังคม ให้ความก้าวหน้าเป็นไปด้วยดี เราสามารถนำเรื่องแพทย์ เรื่องแรงงาน แต่ว่าเมื่อเปิดเขตแดนแล้วความมั่นคงคือเรื่องทหาร ซึ่งมีความแน่นแฟ้น ฉะนั้นจึงมีการจัดเตรียมให้เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคระบาด เรื่องลักลอบต่างๆ ความเชื่อมโยงก็มีการจัดการประชุมกันอยู่อย่างต่อเนื่อง
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า สรุปคือความเชื่อถือและความมั่นใจในประเทศไทยต่อต่างประเทศนั้นเป็นไปอย่างดียิ่ง ตนประเมินเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่ตนประเมินจากรายละเอียดที่ได้เห็น อันนี้เป็นเพราะทุกกระทรวง ข้าราชการทุกคน ภาคเอกชน ที่สำคัญคือ สื่อมวลชน ฉะนั้นจึงต้องขอความร่วมมือจากพวกท่านให้ถือประเทศเป็นหลักเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป





