สปช.เสนอรธน.ใหม่ป้องกันซื้อเสียงที่ได้ผล สร้างพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมือง ให้ความรู้ประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอแนะและความเห็นของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญประจำสภาปฏิรูปแห่งชาติ 18 คณะเพื่อเสนอต่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในส่วนของรายงาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง ที่มีผู้ขออภิปรายเพื่อเพิ่มเติมประเด็นทั้งสิ้น 39 คนนั้นพบข้อเสนอที่เป็นสาระสำคัญเพิ่มเติมนอกจากคัดค้านให้เลือกนายกฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตรงแล้ว คือ การหามาตรการเพื่อป้องกันการซื้อสิทธิ์ ขายเสียงที่ได้ประสิทธิภาพ นอกจากนั้นแล้วต้องมีหลักที่ทำให้พรรคการเมืองสามารถพัฒนาเป็นสถาบันทางการเมืองเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้และพัฒนาทางการเมืองให้กับประชาชนทั้งนี้ต้องคำนึงถึงสัดส่วนระหว่างเพศสภาพให้เหมาะสมด้วย
ทั้งนี้ในการพิจารณาได้สลับการอภิปรายระหว่าง สปช. และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อภิปรายว่าข้อเสนอแนะและความเห็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีหลายประเด็นที่ตรงกับผลหารือของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ ให้มีรัฐบาลรักษาการหลังจากที่มีการยุบสภาและมี พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งใหม่ ที่ข้อเสนอให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่นายกฯ และรัฐมนตรี ขณะที่ข้อเสนอให้เลือก นายกฯ และครม. โดยตรงนั้นยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ทั้งนี้ตนมีข้อสังเกตให้พิจารณา คือ 1.การเลือกตั้งนายกฯ และครม. โดยตรงยังไม่มีหลักประกันที่ป้องกันการซื้อเสียงเพื่อเข้าสู่อำนาจได้ ที่ผ่านมาในการเลือกส.ส.ยังมีจุดอ่อน คือการใช้เงินอย่างเป็นระบบผ่านส.ส.เขตเพื่อให้เลือกส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย ส่วนการใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้งยังไม่ใช่วิธีที่ป้องกันการซื้อเสียงได้อย่างแท้จริง
นายคำนูณ กล่าวด้วยว่า 2. ต้องใช้ความรอบคอบกับการพิจารณาถึงระบบการเมืองที่ยั่งยืน ยาวนาน ดังนั้นการสร้างระบบรัฐบาลที่เข้มแข็งต้องพิจารณาให้ดี อย่างไรก็ตามวิกฤตการเมือรอบ 10 ปีที่ผ่านมาพบว่าเกิดจากความเข้มแข็งของรัฐบาลและกินรวบทั้งระบบเศรษฐกิจและการเมือง ดังนั้นหากใช้วิธีเลือก ครม. โดยตรงและได้รับคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 20 ล้านเสียงหากได้ครม.ไม่ดี มาจากการซื้อเสียงอาจก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองได้ นอกจากนั้นแล้วกรณีที่จะมีการปรับครม. ที่มาจากการเลือกของประชาชนจะสามารถทำได้โดยอำนาจของนายกฯ หรือไม่ และกระทบพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการโปรดเกล้าฯ ให้ออกจากตำแหน่งหรือไม่





