"พ.ต.อ.สีหนาท"เลขาฯปปง.สั่งอายัดบัญชีเงินฝากอดีตผบช.กับพวก 37 ล้าน อายัดเงินกลุ่ม"สุวะดี" 61 ล้าน
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. แถลงผลการอายัดทรัพย์สินของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กับพวกว่า ล่าสุด ปปง.ได้อายัดทรัพย์สินเป็นบัญชีเงินฝากธนาคารของกลุ่มพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์และเครือข่ายเพิ่มเติมอีก 111 รายการ มูลค่า 100 ล้านบาท จากเดิมที่มีมติอายัดทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน 104 รายการ มูลค่ากว่า 400 ล้านบาทไว้ก่อนหน้านี้. รวมเป็นทรัพย์สินที่อายัดไว้จำนวน 215 รายการ มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท โดยเป็นการตรวจสอบเฉพาะทรัพย์ที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดเท่านั้น ในส่วนของบัญชีเงินเดือนที่ได้มาอย่างถูกต้องปปง.ไม่ได้เข้าไปตรวจสอบแต่อย่างใด
พ.ต.อ.สีหนาท. กล่าวอีกว่า สำหรับบัญชีเงินฝากเครือข่ายจำนวน 107 บัญชีรวมเป็นเงินฝากทั้งสิ้น 37.9 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวพบว่าบัญชีเงินฝากในชื่อพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มีเพียงแค่ 3 บัญชี มีเงินรวม 70,000 บาท และมีการเคลื่อนไหวของเงินน้อยมาก ระดับนี้ถือว่าจนผิดปกติ บ่งชี้ว่าพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เป็นผู้รู้กฎหมายฟอกเงินเป็นอย่างดี จึงไม่เก็บทรัพย์สินในรูปของเงินสด ไม่ทำธุรกรรมผ่านสถาบันการเงินและฟอกเงินผ่านวัตถุโบราณ เช่น เครื่องชามสังคโลกที่มีราคาแพงมีการจดบันทึกราคาไว้ใบสูงละถึง 50,000 บาท การตรวจสอบเส้นทางการเงินจึงทำได้ยากลำบาก อย่างไรก็ตาม พบว่าบัญชีเงินฝากของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ไม่เชื่อมโยงกับบุคคลอื่นยกเว้นนายชอบ และนางติยะพรรณ ชินะประภา ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นน้องเขยและน้องสาว
เลขาธิการปปง. กล่าวอีกว่า ในส่วนของพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ มีเงินฝากจำนวน 7 บัญชี เป็นเงิน 3,187,475.37 บาท พ.ต.อ.อัครวุฒิ หลิมรัตน์ จำนวน 15 บัญชี เป็นเงิน 2,404,798.98 บาท พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ จำนวน 2 บัญชี เป็นเงิน 5,300,000 บาท นายทรงพล ทองสิน จำนวน 53 บัญชี เป็นเงิน 3,096,777.80 บาท ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา จำนวน 8 บัญชี เป็นเงิน 500,513.25 บาท ด.ต.ฉัตรินทร์ เหล่าทอง จำนวน 2 บัญชี เป็นเงิน 10,828 บาท และน.ส.ชื่นกมล รุ่งธีรพงศ์ จำนวน 16 บัญชี เป็นเงิน 28,655,506.42 บาท โดยการตรวจสอบพบว่าน.ส.ชื่นกมลเป็นภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับนายทรงพล ทั้งคู่ทำหน้าที่ฟอกเงินเก็บทรัพย์สินให้กับพล.ต.ต.โกวิทย์ ซึ่งแม้ว่าน.ส.ชื่นกมล จะยังไม่ถูกออกหมายจับจากพนักงานสอบสวน แต่เป็นผู้มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงเข้าข่ายความผิดกฎหมายฟอกเงิน สำหรับพล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน พบกระแสเงินเคลื่อนไหว 31 ล้าน แต่ขณะเข้าตรวจสอบไม่พบมีเงินหลงเหลืออยู่ในบัญชร
เลขาธิการปปง. กล่าวต่อว่า ปปง.ได้อายัดบัญชีอีกกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อีก 4 บัญชี คือ น.ส.ปณิดา สุวะดี (อัครพงศ์ปรีชา) ซึ่งมีหุ้นส่วนในบริษัท ศิรินทิพย์ 2007 จำกัด ร่วมกับนางสุดาทิพย์ นายณรงค์ นางวันทนีย์ และนายอภิรุจ สุวะดี (อัครพงศ์ปรีชา) พ.ต.อ.โกวิทย์ ม่วงนวล และน.ส.ขวัญตา เกิดอำแพง ในความผิดฐานแอบอ้างเบื้องสูงหลอกลวงประมูลส่งเครื่องเสวยให้กับวังอัมพรและวังศุโขทัย. นอกจากนี้ยังมีความผิดตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าโดยยึดเงินในบัญชีของน.ส.ปณิดาจำนวน 61,644,020.94 บาท
"ในส่วนของการโอนเงินไปต่างประเทศพบว่ากลุ่มของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ แต่เป็นการโอนไปที่สถานศึกษาในประเทศอังกฤษ และสวิสเซอร์แลนด์ จำนวน 16 ครั้งเป็นเงิน 5.2 ล้านบาท คาดว่าเป็นการเงินที่ส่งบุตรหลานไปเรียนในต่างประเทศ ซึ่งปปง.จะเร่งตรวจสอบว่าผู้ต้องหาคดีนี้นำเงินไปซื้อสิ่งปลูกสร้างในต่างประเทศหรือไม่. หลังจากนี้จะเปิดโอกาสให้เจ้าของบัญชีชี้แจงที่มาของเงิน หากชี้แจงไม่ได้จะยึดไว้ส่งฟ้องศาลต่อไปเพื่อให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน คาดว่าภายในเดือน ม.ค. 2558 ปปง.จะทำบัญชีรายการทรัพย์สินทั้งหมดเสร็จสิ้น และจะทราบจำนวนทรัพย์สินทั้งหมดได้ "พ.ต.อ.สีหนาทกล่าว





