วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชงเลือก'นายกฯ-ครม.'โดยตรง

มติกมธ.ปฏิรูปการเมือง ชงเลือก"นายกฯ-ครม."โดยตรง เผยมีกมธ.เสียงข้างน้อยขออภิปรายในที่ประชุมสปช.

นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาลงมติข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงการการเมืองเรียบร้อยแล้ว โดยโครงสร้างการเมืองให้ยึดหลักแบ่งแยกอำนาจ ที่ให้ประชาชนเป็นผู้เลือกครม.และนายกฯโดยตรง โดยในบัญชีรายชื่อครม.นั้น ให้ระบุรายชื่อนายกรัฐมนตรีและครม.ทั้งคณะทำหน้าที่บริหารอย่างเดียวไม่มีอำนาจยุบสภาฯ และฝ่ายบริหาร ครม. มีอำนาจเสนอร่างพระราชบัญญัติให้สภาฯพิจารณาโดยตรง ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติแบ่งเป็น 2 สภาฯ คือ 1.สภาผู้แทนราษฎร มีจำนวนส.ส. 350 คน มาจากการเลือกตั้งตามเกณฑ์จำนวนประชากร โดยยึดเกณฑ์ประชากร 2 แสนคน ต่อส.ส. 1 คน และการเลือกตั้งไม่เกินเขตละ 3 คน ซึ่งให้ประชาชนเลือกได้ 1 คน 1 เสียง โดยให้คะแนนที่ได้สูงสุด 3 อันดับแรกชนะการเลือกตั้ง

นายสมบัติ กล่าวว่า 2.วุฒิสภา ให้มีสมาชิก 154 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจังหวัดละ 1 คน ได้ 77 คน และอีก 77 คนมาจากการเลือกตั้งขององค์กรวิชาชีพและองค์กรอาชีพ เช่น สภาทนายความ สหภาพแรงงาน เป็นต้น รวม 154 คน โดยวุฒิสภามีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและให้ความเห็นชอบตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายที่เสนอโดยสภาฯด้วย นอกจากนี้ สภาฯมีอำนาจเสนอร่างกฎหมายทุกประเภท เช่น ร่างกฎหมายการเงินสามารถเสนอได้ และฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจตรวจสอบไต่สวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ประพฤติมิชอบสามารถส่งฟ้องศาลคดีการเมืองได้โดยตรง รวมถึงให้มีการจัดตั้งองค์กรอิสระโดยให้เพิ่ม คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ ทำหน้าที่ประเมินบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งข้าราชการประจำ ระดับสูงหรือเทียบเท่าระดับ 10 ขึ้นไป เนื่องจากในอดีตมีปัญหานักการเมืองเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง รวมถึงให้คณะกรรมการดังกล่าวประเมินผลโครงการระดับใหญ่ของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวจะทำหน้าที่จัดหาและประเมินมืออาชีพที่จะเข้าทำโครงการใหญ่ๆ โดยเฉพาะการประเมินความคุ้มค่าทางการเงิน ให้รัฐบาลรับทราบ โดยรัฐบาลจะต้องทำตามการประเมินของคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวด้วย

"การกำหนดเรื่ององค์กรอิสระต้องสรรหากรรมการ ต้องปลอดจากการเมือง รวมถึงเสนอจัดตั้งศาลว่าด้วยคดีทุจริตและประพฤติไม่ชอบ และจัดตั้งศาลเลือกตั้ง เพื่อมาพิจารณาผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งกมธ.ปฏิรูปการเมืองจะส่งข้อเสนอดังกล่าวให้นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. ในวันที่ 8 ธ.ค." นายสมบัติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการประชุมคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง กมธ.อภิปรายแสดงความเห็นถึงกรณีที่จะเสนอให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตรงอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีกมธ.ได้ทักท้วงกับข้อเสนอดังกล่าว และพูดคุยถึงการที่สังคมไม่เห็นด้วยกับประเด็นนี้ ซึ่งข้อเสนอนี้เป็นความคิดของนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานกมธ.ปฏิรูปการเมืองที่เตรียมการมาเป็นอย่างดี นำเข้ามาให้ที่ประชุมพิจารณาซึ่งมีกมธ.เสียงข้างน้อย 6-7 คน อาทิ นายดิเรก ถึงฝั่ง นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายชัย ชิดชอบ นายประสาร มฤคพิทักษ์ และพล.ท.ฐิติวัจน์ กำลังเอก สงวนความเห็น ไม่เห็นด้วยกับการเลือกนายกฯและครม.โดยตรง เพราะประเทศไทยต้องเป็นระบบถ่วงดุลคานอำนาจ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่หากไม่เห็นด้วยก็จะจบไปและคาดว่าจะตกในชั้นกมธ.ยกร่างฯ ทั้งนี้ มีกมธ.เสนอให้จัดทำการสำรวจความเห็นประชาชนว่าเห็นด้วยกับการเลือกนายกฯและคณะรัฐมนตรีโดยตรงหรือไม่ โดยมีข้อเสนอให้กำหนดประเด็นคำถาม ได้แก่ 1.เลือกนายกรัฐมนตรี มาจากการเลือกของส.ส.ซึ่งเป็นระบบเดิม 2.เลือกโดยส.ส.และส.ว.ในรัฐสภา และ 3.เลือกจากประชาชนโดยตรง พร้อมกับการเลือกส.ส. ซึ่งที่ประชุมมีมติจะเสนอเรื่องนี้ให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)เพื่อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการ