เลือก"อรรถพล ใหญ่สว่าง"นั่งคณะกรรมการอัยการ เผยอัยการทั่วประเทศส่งบัตรลงคะแนนกว่า1,600ใบ เสียเกินครึ่งจาก3พัน
คณะกรรมการตรวจนับบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง คณะกรรมการอัยการ ได้ทำการนับบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ซ่อม ก.อ.สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ต้องเลือก จากข้าราชการอัยการชั้น 6 ขึ้นไป 1 ตำแหน่ง แทน นายเรวัตร จันทร์ประเสริฐ ซึ่งเดิมได้รับเลือกตั้งเป็น ก.อ.สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ แต่เมื่อนายเรวัตร ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด จึงทำให้ตำแหน่ง ก.อ.ในสัดส่วนดังกล่าวว่างลง ขณะที่นายเรวัตร ได้เป็น ก.อ.สัดส่วน รองอัยการสูงสุด 4 คนแทน
โดยการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อม ดังกล่าว ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น ซึ่งปรากฏว่า จำนวนบัตรเลือกตั้งที่อัยการ ทั่วประเทศที่มีสิทธิลงคะแนนกว่า 3,100 คนนั้น ได้ลงคะแนน แล้วส่งกลับมาเพื่อตรวจนับมีจำนวนกว่า 2,400 ใบ โดยพบเป็นบัตรเสียกว่า 20 ใบ
ขณะที่ผลการนับคะแนน ปรากฎว่า นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ที่ถูกให้พ้นจากตำแหน่งอัยการสูงสุด ในช่วงที่มียึดอำนาจคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ( คสช.) โดยนายอรรถพล ได้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานอัยการสูงสุด ตามคำสั่งคสช.นั้น ได้คะแนนสูงถึง 1,677 คะแนน ซึ่งเกินจำนวนกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิและผู้ลงคะแนน
ขณะที่การลงเลือกตั้งซ่อมก.อ.ดังกล่าว มีผู้ได้คะแนนรองลงมา คือ น.ส.นิภาพร รุจนรงค์ ผู้ตรวจการอัยการ ได้ 620 คะแนน และนายสมชาย เก้านพรัตน์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีปกครอง ได้ 82 คะแนน
จากผลคะแนนเลือกตั้งดังกล่าว ทำให้นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ได้รับเลือกให้เป็น ก.อ.สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการเลือกตั้งข้าราชการอัยการ โดยขณะนี้ทำให้องค์ประกอบ ก.อ.ครบเต็มจำนวน 15 คนแล้ว โดยมีนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เป็นประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ) โดยตำแหน่ง จะได้ปฏิบัติหน้าที่ตาม วาระ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ 2553 ต่อไป ซึ่ง ก.อ.จะมีอำนาจในการพิจารณาโยกย้ายข้าราชการอัยการตามวาระ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลการเลือกตั้งซ่อม ก.อ.ดังกล่าว ทำให้เป็นที่จับตามอง ความเป็นเอกภาพในการบริหารงานของการสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป เนื่องจากนายอรรถพล อดีตอัยการสูงสุดที่พ้นจากตำแหน่งในช่วง คสช. ได้กลับมาลงแข่งขันเลือกตั้งเป็น ก.อ.สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ
ขณะที่แหล่งข่าวอัยการ ตั้งข้อสังเกตุ จากจำนวนใบที่มีการลงคะแนนให้นายอรรถพล มากกว่า 1,600 คะแนน จะสะท้อนให้เห็นหรือไม่ว่าอัยการยังคงสนับสนุนนายอรรถพล อดีตอัยการสูงสุด ในการปฏิบัติหน้าที่ แม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ผ่านมา ที่ดูเหมือนว่าจะมีความพยายามแทรกแซงองค์กรอัยการ





