ที่ประชุม ครม.อนุมัติแผนของซุปเปอร์บอร์ดในการแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจที่ต้องฟื้นฟู 7 แห่ง
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามข้อเสนอ คณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุบเปอร์บอร์ด ในการแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง ที่มีปัญหาต้องฟื้นฟู ประกอบด้วย บริษัททีโอที กสท โทรคมนาคม การบินไทย รฟท. ขสมก เอสเอ็มอีแบงก์ ไอแบงก์ เห็นชอบแผนดำเนินงาน 9 แนวทางในการดูแลรัฐวิสหากิจ คือ 1. สั่งการให้ ทีโอที และกสท โทรคมนาคม พิจารณาหน่วยงานที่ให้บริการในลักษณะเดียวกัน เพื่อนำมายุบรวมเข้าด้วยกัน โดยต้องพิจารณาข้อพิพาททางกฎหมายและข้อผูกพันต่างๆ และปรับลดค่าใช้จ่ายให้ได้ร้อยละ 10 การแก้ปัญหาสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ คือ เอสเอ็มอีแบงก์ และไอแบงก์ ในส่วนของเอสเอ็มอีแบงก์เห็นชอบแผนการเน้นปล่อยสินเชื่อให้กับรายย่อยไม่เกิน 15 ล้านบาท ให้มีสัดส่วนร้อยละ 80 ของสินเชื่อทั้งหมด เพื่อลดการแทรกแซงทางการเมือง และเร่งรัดให้ไอแบงก์สรุปการตรวจสอบทรัพย์สินหนี้สิน การกำหนดให้การบินไทยต้องลดค่าใช้จ่าย ลงร้อยละ 20-30 และสั่งการให้ รฟท.กลับไปกำหนดทิศทางในการแก้ปัญหาในองค์กรให้ขัดเจน
2. การนำระบบบรรษัทภิบาลมาใช้กับรัฐวิสาหกิจ โดยการคัดเลือกกรรมการจากบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นกรรมการ 3.การกำกับดูแลแบงก์รัฐโดยธนาคารแห่งประเทศไทยในการปล่อยสินเชื่อบริหารจัดการ แต่ในส่วของการกำหนดนโยบายให้กระทรวงการคลังกำกับดูแล
4.การกำหนดแนวทางการลงทุนด้วยความโปร่งใส 5.การเห็นชอบกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ กฟผ. เพื่อเป็นทุนสร้างโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาหน่วยลงทุน 20 ปี เพื่อนำร่องให้กับการระดมทุนของรัฐวิสาหกิจรายอื่น นับว่าเป็นการระดมทุนผ่านกองทุนดังกล่าวครั้งแรกของรัฐวิสหากิจ
6.การเสนอแผนลงทุนให้ ซุบเปอร์บอร์ดพิจารณา 7.การกำหนดยุทธศาสตร์ของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด 56 แห่ง เพื่อใช้เป็นแผนแม่บทในการบริหารงาน 8. การปรับลดสิทธิ์ประโยชน์ของบอร์ดรัฐวิสาหกิจนอกจากเบี้ยประชุมให้เหมาะสม 9.การปรับเงินบริจาคเพื่อการกุศล ต้องคำนึงถึงประโยชน์ต่อองค์กรและมีเป้าหมายให้ชัดเจน ควรปรับลดลงร้อยละ 10 เพราะที่ผ่านมาถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์





