วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เด้งอีก!3ตร.น้ำพันส่วยน้ำมันเถื่อน

สตช.สั่งย้ายด่วน"3บิ๊กตร.น้ำ"พันส่วยน้ำมันเถื่อน พ.ต.อ.วริศร์สิริภ์,พ.ต.อ.สมชาติ และพ.ต.อ.จักรพันธุ์

ที่ห้องประชุม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก) เมื่อเวลา 10.30 วันที่ 28 พฤศจิกายน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วยผบ.ตร.) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เรียกประชุมตำรวจจากทุกกองบังคับการในสังกัดบช.ก.

ประกอบการ กองบังคับการปราบปราม กองบังคับการตำรวจน้ำ กองบังคับการตำรวจทางหลวง กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กองบังคับการตำรวจรถไฟ กองบังคับการปราบปรามกากระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตั้งแต่ระดับผู้กำกับการ(ผกก.) ขึ้นไปถึงผู้บังคับการ(ผบก.) เข้าร่วมประมาณ 160 นาย โดยบรรยากาศการประชุมนั้นไม่เคร่งเครียดแต่อย่างใด โดยผู้ร่วมประชุมส่วนใหญ่สีหน้าเรียบเฉย แม้ว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนายตำรวจระดับสูงในสอบสวนกลาง จะอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในข้อหาแอบอ้างสถาบันฯแสวงหาผลประโยชน์มิชอบ เรียกรับส่วยก็ตาม

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้พูดเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรณีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีตผบช.ก. ในที่ประชุมด้วยแต่ไม่ได้แจงในรายละเอียดการดำเนินคดี โดยย้ำว่าหลังจากนี้ไป บช.ก.ต้องทำงานเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของสอบสวนกลางที่เคยมีชื่อเสียงในอดีต ซึ่งกองปราบปราม มีชื่อจับกุมทำคดีที่ไม่มีใครทำได้มาตลอด แต่หลังๆผ่อนลงไป จากนี้ไปให้ทุกกองบังคับการไปเขียนแอคชั่นแพลนในระยะเวลา 1 เดือน ภายในเดือนธันวาคมนี้จะทำอะไรบ้าง ในด้านการดำเนินการจับกุม ป้องปราบ คืนความสุขให้ประชาชน ซึ่งบช.ก.ไม่ได้ทำในระยะที่ผ่านมา

“ อีก1เดือนจากนี้ให้สื่อมวลชนคอยสังเกตผลงานของทุกกองบังคับการ ซึ่งจะมีผลในการปรับย้าย หากทำงานในช่วงนี้ทำงานไม่สำเร็จจะมีปัญหาในตำแหน่งที่ท่านอยู่ จะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อความเหมาะสม และได้พูดถึงขวัญกำลังใจ คนที่ทำงานดีอยู่แล้วไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ถูกต้องก็ทำงานต่อไป ไม่มีใครไปยุ่งหากทำดี เรื่องของรายชื่อส่วยนั้นก็ย้ำว่าไม่ได้ดำเนินการทุกคนที่มีชื่อ ต้องตรวจสอบที่มาที่ไป บางทีชื่อคล้าย ย้ำว่าไม่ได้กวาดทั้งหมด ต้องตรวจสอบก่อนเพราะเอกสารรายชื่อจ่ายส่วยได้มาจากผู้กระทำผิดที่อาจมีความคลาดเคลื่อน มีการรับแทน อ้างชื่อ ทั้งนี้จะดำเนินการกับใครต้องมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการส่งเงิน ย้ำไปว่าไม่ต้องกังวล ซึ่งทุกคนเข้าใจ ซึ่งบรรยากาศดีขึ้น จากนี้ไปสั่งการให้ทุกหน่วยทำตามหน้าที่ ผมยกเลิกชุดเฉพาะกิจในบช.ก.ทั้งหมดไปแล้ว ให้ทำตามหน้าที่ของหน่วยตามกฎหมาย และจะวัดผลรายสัปดาห์ตามแอคชั่นแพลนที่เสนอมา โดยจะติดตามการทำงานการปราบปรามมือปืนรับจ้าง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่นแก๊งรัสเซีย แก๊งโคลัมเบีย แก๊งเอทีเอ็ม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งค้าทรัพยากรธรรมชาติ ค้าน้ำมันเถื่อน ทั้งหมด บช.ก.ต้องทำ ต้องดำเนินการ โดยให้ประชาชนแจ้งเบาะแสมาได้ผ่านสายด่วนโทร.1599 การประชุมวันนี้มีกันพร้อมเพรียงเว้นแต่ผู้ที่มีภารกิจสำคัญไม่ได้เข้าร่วม" พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงรายชื่อตำรวจเกี่ยวข้องกับส่วยน้ำมันเถื่อน ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ออกมาเปิดเผย พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ตนรับมาส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบแล้ว ว่า ผกก. รองสารวัตร หมวดที่ กล่าวอ้างคือใคร มีความเชื่อมโยงระดับไหน โดยมีผู้ที่รับสารภาพไปแล้วบางคนยังต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติม

“วันนี้ ผมมีคำสั่งให้ตำรวจน้ำ ระดับพ.ต.อ. มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจสอบสวนกลาง 3 นายเพื่อเปิดโอกาสให้การตรวจสอบกรณีส่วยน้ำมันเถื่อนเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยได้มีคำสั่งบช.ก.ที่ 266/2557ให้ พ.ต.อ.วริศร์ ศิริภ์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้กำกับการ 5 ตำรวจน้ำ(รับผิดชอบภาคตะวันออก) พ.ต.อ.สมชาติ หรือธนชาติ ศุภวุฒิ ผู้กำกับการ 7 ตำรวจน้ำ(รับผิดชอบภาคใต้ตอนล่าง) และ พ.ต.อ.จักรพันธุ์ รัตนเทวมาตย์ ผู้บังคับการเรือ(สบ4) กลุ่มงานเรือตรวจการณ์ จังหวัดชลบุรี ช่วยราชการศปก.บช.ก.โดยขาดจากตำแหน่งเดิม

จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้รายงานตัวที่ศปก.บช.ก. ตั้งแต่ 09.00 น.วันนี้ ทั้งนี้ไม่ได้บอกว่าเป็นคนผิด แต่เพื่อให้มีการตรวจสอบเรื่องการจ่ายส่วยน้ำมันเถื่อนในทะเล นอกจากตำรวจน้ำผมยังไม่เห็นชื่อของหน่วยอื่นเกี่ยวข้อง แต่มีรายชื่อที่ผบ.ตร.ให้มา มีหลายหน่วย แทบทุกหน่วยในพื้นที่ แต่ต้องตรวจสอบเสียก่อนเพราะหลายครั้งเจอโพยในพื้นที่ระบุรายชื่อ แต่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ทั้งนี้มีส่วนที่ตรงความจริง มีคนรับสารภาพแล้วและสอดคล้องกับที่ ผบ.ตร.ระบุ” พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณี พ.ต.ต.ชาตรี รุ่งดำรงค์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1กองกำกับการ 1ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจหลวงประตูน้ำพระอินทร์ จ.พระนครศรีอยุธยา ลาออกกะทันหันเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เกี่ยวข้องกับกรณีพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์หรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ตนขอเรียนว่า เป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถรับราชการได้ในสถานการณ์นี้ จึงขอลาออกก่อน หากขวัญและกำลังใจดีคงกลับมาใหม่ก็เป็นเรื่องของเขา เบื้องต้นไม่ผิดอะไร จึงใช้วิธีลาออกเพื่อไปใช้ชีวิตทำงานอย่างอื่น ขอเรียนว่าผู้ที่กระทำ ผู้ที่เกี่ยวข้องบางรายไม่สบายใจ ถูกกล่าวหาถูกมองในทางไม่ดี จึงคิดว่าลาออกดีกว่า ก็เป็นความคิดส่วนตัว การลาออกเป็นเหตุผลส่วนตัว ตนคงชี้ชัดไม่ได้ แต่เบื้องต้นไม่มีหลักฐานอะไรชี้ว่าเขากระทำผิด แต่เขาเลือกวิธีนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัว สอบถามแล้วทราบว่าเป็นความสมัครใจ

เมื่อถามถึงการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า กรณีกลุ่มผู้ต้องหา 5 ราย ที่ถูกออกหมายจับและนำตัวฝากขังวันนี้ นั้น นายณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา เดิมมียศ ว่าที่ พ.ต. แต่ในขณะจับกุมได้รับแจ้งจากผู้บังคับบัญชา ว่ามีการถอดยศและปลดจากการเป็นนายทหารราชองค์รักษ์แล้ว คำสั่งอยู่ในมือตน ส่วน นายสิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา ก็มีคำสั่งถอดยศ จ.ส.อ. แล้วเช่นกัน ขณะที่นายณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา ซึ่งเป็นข้าราชการในสำนักพระราชวัง ก็มีการปลดออกเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ตามคำสั่งของนายจิรายุ อิศรางกูล ณ อยุธยา โดยทั้ง 3 คนเคยเป็นข้าราชการ เคยมียศ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ถูกปลดไล่ออกแล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนของตำรวจที่ถูกดำเนินคดีในขบวนการนี้อยู่ระหว่างดำเนินการถอดยศ เช่นกัน โดยตนจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า ล่าสุดวันนี้ พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้ขอนุมัติหมายจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย เป็นพลเรือนทั้งหมด มีพฤติการณ์ตั้งแก๊งทวงหนี้ ข่มขู่ ขูดรีด โดยแอบอ้างสถาบันฯ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเป็นเครือข่ายของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ทำหน้าที่ทวงหนี้ให้