"ประยุทธ์"ลั่นตอนนี้มีประชาธิปไตยมากกว่าประชาธิปไตย ยันรัฐบาลหวังลดความขัดแย้ง และลดการทะเลาะเบาะแว้ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2557 ที่แก่ผู้ประกอบการ เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการที่มีความเป็นเลิศในการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมด้านต่างๆ โดยประกอบด้วยรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 7 ประเภท จำนวน 31 รางวัล และรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล
โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมีส่วนในการช่วยขับเคลื่อนประเทศทั้งในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนานาประเทศ ซึ่งรัฐบาลต้องเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ภายนอก และความเชื่อมโยงต่างๆ ภายนอก แล้วนำประเด็นเหล่านี้มากำหนดว่าจะพัฒนาประเทศไปในด้านใดซึ่งจะต้องทำให้เกิดความสมดุลทั้งภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมตลอดจนการพัฒนาอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญต้องมีความร่วมมือกับต่างประเทศ เช่น ความร่วมมือในกรอบอาเซียน ที่อยากให้อาเซียนเป็นแหล่งอาหารโลก ดังนั้น จึงต้องพยายามทำให้ราคาข้าวดีขึ้น พยายามสร้างแบรนด์ข้าวไทย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรวมทั้งการปรับปรุงการค้าสนับสนุนต่างชาติมาลงทุนลดขั้นตอนต่างๆ เพิ่มสิทธิประโยชน์รวมทั้งส่งเสริมภาคเอกชนไปลงทุนในต่างประเทศแต่สิ่งสำคัญจะต้องสร้างความโปร่งใสในองค์กร คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ รัฐบาลยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าประเทศ หยุดสิ่งที่ไม่ดี ไม่เรียบร้อย พยายามนำเอาสื่งดีๆ มาขับเคลื่อนประเทศเดินไปข้างหน้า สิ่งสำคัญคือการลดความขัดแย้ง ต้องเลิกการทะเลาะเบาะแว้งกัน ส่วนจะผิดหรือถูกก็ต้องไปว่ากัน และตนยืนยันที่จะเดินหน้าประเทศโดยทุกคนต้องอยู่ด้วยกัน แต่ต้องคำนึงถึงนอกจากผลกำไรแล้วคือ การดูแลประเทศ คนไทยและสิ่งแวดล้อม วันนี้รัฐบาลมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกติกาการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยใหม่ในทางที่ดีขึ้น ทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์ บีโอไอมีการปรับใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่สิทธิธรรมดา แต่ปรับเพื่อความยั่งยืนในการลงทุน ไม่ใช่เป็นการออกกฎระเบียบเพื่อบังคับแต่ต้องการให้รู้ว่าผู้ลงทุนจะต้องทำอะไร จะได้ไม่เสียเวลาอีกต่อไป มีการลดขั้นตอนความยุ่งยาก รัฐบาลพยายามขจัดความยุ่งยาก ลดขั้นตอนอำนวยความสะดวก เพิ่มสิทธิประโยชน์
"วันนี้นักลงทุนต่างประเทศยังมีความต้องการมาลงทุนในประเทศไทย แต่คำถามแรกมักจะถามว่าประเทศไทยเลิกทะเลาะกันหรือยัง ซึ่งผมยืนยันและชี้แจงไปแล้วว่า วันนี้คนไทยยิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกคน มีแต่ความสบายใจ เพราะไม่มีปัญหาไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. ยังไม่มีใครตายหรือเจ็บสักคน ตอนนี้ทุกอย่างนิ่งสนิท วันนี้นักลงทุนพร้อมมาลงทุนในประเทศไทยไม่อยากไปที่อื่นเนื่องจากคนไทยน่ารัก เวลาทำงานด้วยกันน่ารัก เว้นแต่เวลาที่คนไทยไปรวมอยู่ด้วยกันมักทะเลาะกัน แต่ผมก็ยืนยันไปแล้วว่าทุกอย่างเลิกหมดแล้ว จึงมีคำยืนยันว่าเขาพร้อมจะเข้ามาลงทุนในปีนี้มากขึ้น ที่ผ่านมาต่างประเทศไม่ค่อยเข้าใจ โดยเข้าใจว่ารัฐบาลเข้ามาจะต้องยึดทรัพย์ ยึดอำนาจ ยึดกิจการ แต่ยืนยันว่าการเข้ามาบริหารประเทศนั้นตนไม่ได้เข้ามายึดทรัพย์ ยึดอำนาจ แต่เข้ามาอำนวยความสะดวกให้ทุกฝ่าย รวมทั้งชาวต่างชาติรัฐบาลก็จะดูแลและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันลดปัญหาความขัดแย้ง เพราะปัญหาความขัดแย้งเกิดจากความเหลื่อมล้ำ และความยากจน เมื่อมีคนปลุกระดมก็จะมีการลุกขึ้นมาต่อสู้กับภาครัฐ เพราะไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรได้ ก็ต้องหาคนโทษ ซึ่งต่อให้ตนทำให้ดีอย่างไรก็มีการหาทางมากล่าวหา มีคนมาชู 5 นิ้ว 8 นิ้วไปเรื่อย ไม่ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรสิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้น เพราะประเทศเรายังไม่ได้ร่ำรวย ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน หากสามารถดูแลผู้มีรายได้น้อยได้ปัญหาก็จะลดลง
"ปีใหม่นี้รัฐบาลจะเปิดตลาดทั่วประเทศเพื่อขายสินค้าราคาถูก โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการต่างๆ ซึ่งผมจะเปิดหน่วยทหารทุกหน่วยในกรุงเทพฯ เปิดท้ายรถขายของราคาถูก นำสินค้ามือสอง สินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่าย หรือแจกฟรีให้กับประชาชน แต่ก็ควรต้องประทับตราป้องกันการนำมาสินค้าที่ได้รับแจกฟรีมาเวียนเทียนขายอีกทอดหนึ่งด้วย ซึ่งปัญหาทั้งหมดจะแก้ได้หากนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องของความซื่อสัตย์มาใช้ ช่วยเหลือเผื่อแผ่แบ่งปัน การดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งการเดินทางไปต่างประเทศของผมนั้นก็เพื่อไปหาช่องทางการลงทุน ไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ ซึ่งควรดูว่าเมื่อกลับมาแล้วประเทศได้ประโบยชน์อะไร ซึ่งวันนี้ก็ได้รับความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นพอสมควรแม้ผมจะเข้ามาแบบนี้ก็ตาม แต่อนาคตข้างหน้ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ต้องทำแบบที่ผมทำ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วงท้ายว่า วันนี้รัฐบาลเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนภาคใต้ก็เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าต่างๆ การท่องเที่ยว การบริการ ซึ่งถ้ามีคนสนใจไปลงทุนรัฐบาลพร้อมให้รางวัล และให้สิทธิพิเศษ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในอาเซียน อย่างภาคใต้ก็ยังไม่มีใครนยอมไปลงทุน เพราะกลัวตาย ยืนยันว่าจะให้สิทธิพิเศษหากผู้ประกอบการใดพร้อมไปลงทุน ยืนยันว่าจะให้ไปลงทุนในพื้นที่ที่มีความรุนแรง ซึ่งมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อาจจะไปตั้งที่จังหวัดสงขลา หรืออยู่ในพื้นที่ทหาร ในเขต 5พื้นที่เศรษฐกิจชายแดน บวก 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เช่น อุตสาหกรรมลงทุนแปรรูปยาง พร้อมให้สิทธิพิเศษและดูแลความปลอดภัยให้เต็มที่ หากใครไปลงทุนจะขออะไรรัฐบาลยินดีให้ ยืนยันว่ารัฐบาลพยายามลดแรงกดดันต่างๆ ไม่ใช้อำนาจ ความรุนแรงใดๆ พร้อมรับฟังความเห็นจากทุกคน วันนี้ถือว่าเราเป็นประชาธิปไตยมากกว่าประชาธิปไตยปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจบการปาฐกถา พล.อ.อ ประยุทธ์ ถามคนในห้องประชุมว่า "มีใครสงสัยอะไรไหมครับ" ปรากฏว่าทุกคนในห้องเงียบ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็กล่าวอีกว่า ผมถามแบบนี้ไม่ได้ เอ๊ะ ไม่เข้าใจ หรือมีใครอยากจะมีคำถาม ไม่สบายใจไหม ไม่มีใครพูดอะไรเลย หรือรอให้สั่งอย่างเดียว ทั้งนี้ยืนยันว่าวันนี้เป็นประชาธิปไตยมากกว่าปกติ จะเอาอะไรกันหนักหนา





