เปิด! เส้นทางการจับกุม "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ " อดีต ผบช.ก. และจับตาเครือข่าย "40ตร." คิวต่อไป
คดีอื้อฉาวที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีการออกหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ตโกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผู้บัญชากมารตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมผู้บังคับการกองปราบปราม ที่ถูกตั้งข้อหาต้ายแรงหลายข้อหา
สำหรับ ข้อกล่าวหาที่ถูกมองว่า "นายพล พ." และพวกรับผลประโยชน์ กรณีการดูแลบ่อนการพนันโดยเฉพาะบ่อนการพนันย่านรัชดา - พระราม 9 หรือบ่อนโคลอนเซ่ ที่มีการเปิดให้บริการเมื่อปี 2553 และมีการต่อเติมสถานอาบอบนวดให้เป็นที่ลับตาคน เพื่อเปิดให้เล่นการพนันบัคคาลาและกำถั่ว พร้อมไฮโลไฮเทคกว่าร้อยโต๊ะ สามารถรับผู้เข้ามาเล่นการพนันได้กว่าพันคน พร้อมมีที่จอดกว่า 5 ไร่ โดย "นายพล ก." จะเป็นผู้ดำแลระบบการเปิดบ่อนดังกล่าวกระทั้งนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องบ่อนดังกล่าว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีการร้องเรียนถึงพฤติการณ์การรับผลประโยชน์มหาศาล นอกจากนี้ยังมีบ่อนการพนันอีหลายสถานที่ที่่กลุ่มของข่ายดังกล่าว เข้าไปเกี่ยวข้องในการเรียกรับผลประโยชน์พร้อมกับมีการอ้างเบื้องสูงเพื่อสร้างความเชื่อถือกับผู้ประกอบการเหล่านี้ด้วย
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่่ผ่านมา ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดย พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. บอกว่า ทรัพย์สิน ที่ตำรวจเข้าจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ และพวก ทางปปง. ได้ประสานข้อมูลกับ สตช. เพราะคดีดังกล่าว เข้าข่ายฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งปปง. สามารถดำเนินการได้ทันที
และอยู่ระหว่างการทำบัญชีรายการทรัพย์สินเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ ก่อนส่งมอบให้กับ ปปง. เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุมูลค่าที่ชัดเจนได้ แต่คาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 10,000 ชิ้น สำหรับทรัพย์สินประเภทวัตถุโบราณที่มีอยู่จำนวนมาก ปปง.จะต้องตรวจสอบว่ามีการซื้อขาย และรายงานธุรกรรมถูกต้องหรือไม่เพราะการซื้อขายวัตถุโบราณตามมาตรา 16 ของกฎหมายฟอกเงินถือเป็นการประกอบอาชีพค้าของเก่ามีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรม หากไม่รายงานต้องเสียค่าปรับครั้งละ 500,000 บาท วันละ 5,000 บาท ปปง.จะติดตามเพื่อเอาผิดกับร้านขายของเก่าที่นำของมาขาย หากไม่สามารถติดต่อได้ผู้ต้องหาต้องชี้แจงถึงการได้มาทรัพย์สิน
จากพฤติกรรมการเก็บทรัพย์สินตามที่ตำรวจตรวจพบ เช่น การสร้างตู้นิรภัยในรูปแบบต่าง ๆ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการเก็บทรัพย์ไม่เป็นปกติ ซึ่งการปิดบังอำพรางทรัพย์ถือเป็นลักษณะความผิดฐานฟอกเงินทั้งนี้ปปง.ได้เดินหน้าติดตามเส้นทางการเงิน และธุรกรรมของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อแจ้งเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ทั้งนี้ทรัพย์สินของกลางที่ยึดได้รวมถึงที่ผ่านกระบวนการฟอกเงินจากการรับส่วนหรือสินบนค้าน้ำมันเถื่อน เช่น พระพุทธรูป ภาพเขียนตำรวจจะตรวจสอบและมอบให้ ปปง.ดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินทั้งหมดส่วนการติดตามบัญชีธนาคารเชื่อว่าจะมีทรัพย์สินไม่มากนัก เพราะบุคคลระดับผู้บัญชาการ ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินการฟอกเงินจะทำให้ไม่ต้องนำทรัพย์ผ่านสถาบันการเงิน ถือเป็นการซ่อนทรัพย์วิธีหนึ่ง
นอกจากนี้ณะนี้ชุดทำงานเตรียมออกหมายเรียก “นายตำรวจ” อีกล็อตใหญ่ไม่ต่ำกว่า 40 นาย ที่มีข้อมูลหลักฐานว่าอาจโยงใยกับขบวนการเครือข่ายการกระทำความผิดฯ โดยเฉพาะประเด็น ส่วยน้ำมันเถื่อน,ส่วยบ่อนการพนันในเมืองกรุง รวมไปถึงการการตรวจสอบข้อมูลรายชื่อนายตำรวจที่เคยมีการวิ่งเต้นโยกย้ายจ่ายเงิน เพื่อเข้ามาอยู่ในตำแหน่งหลัก ๆ ก็จะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดเช่นกัน





