"อธิบดีกรมราชทัณฑ์" กำชับ "ผบ.เรือนจำฯ" ดูแลความปลอดภัย "พงศ์พัฒน์" หวั่นผู้ต้องขังอื่นทำร้าย
นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงการรับตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กลับพวกเข้าคุมขังในเรือนจำ ว่า ตนไม่ได้สั่งการใดๆเป็นพิเศษกับนายอายุตม์ สินธพพันธ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพราะการดูแลผู้ต้องขังเป็นหน้าที่ปกติของเรือนจำ ดังนั้นความเหมาะสมในการจัดการดูแลตนให้ผบ.เรือนจำเป็นผู้ตัดสินใจ รวมถึงการจัดว่าจะให้ผู้ต้องหาอยู่รวมกันหรือแยกขัง
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องขังคดีดังกล่าวถือเป็นอดีตนายตำรวจที่มีชื่อเสียงทำให้อาจต้องใส่ใจเป็นพิเศษเรื่องความปลอดภัย เพื่อไม่ให้ผู้ต้องขังอื่นที่เคยถูกตำรวจเหล่านี้จับกุมมีโอกาสเข้ามาทำร้ายได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องขังใหม่ต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของเรือนจำ ขณะที่เรือนจำมีเพื่อนผู้ต้องขังอื่นและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ช่วยดูแลความเคลื่อนไหวอีกทางหนึ่ง
นายอายุตม์ กล่าวว่า ตามขั้นตอนปกติหลังรับตัวผู้ต้องขังแล้ว ผู้ต้องขังใหม่ทั้งหมดจะถูกทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจร่างกายโดยแพทย์ประจำเรือนจำจะสอบถามว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ จากนั้นส่งตัวเข้าแดนแรกรับ (แดน1) โดยการดูแลระยะแรกจะจำกัดพื้นที่เฉพาะให้อยู่รวมกันทั้งหมดในเรือนนอนที่มีกล้องวงจรปิดเพื่อจับตาความเคลื่อนไหว และสั่งห้ามไม่ให้ผู้ต้องขังอื่นเข้าใกล้ โดยเฉพาะผู้ต้องขังคดีอาญาทั่วไป เพื่อป้องกันเหตุร้าย.เพราะขณะนี้เรือนจำไม่ทราบว่าผู้ต้องขังรายใดที่ถูกจับกุมดำเนินคดีโดยตำรวจชุดนี้บ้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องขังจะถูกคุมขังในแดนแรกรับประมาณ 7 - 15 วันก่อนจำแนกไปแดนคุมขังอื่นๆที่เหมาะสม ในช่วงแรกรับจะ ไม่มีกิจกรรมใดๆให้ทำเป็นพิเศษเพราะอยู่ระหว่างฝากขังตามคำสั่งศาล สำหรับญาติสามารถเข้าเยี่ยมได้ปกติเหมือนผู้ต้องขังทั่วไปในวันจันทร์ถึงศุกร์ รอบเช้า08.30-11.00น. รอบบ่าย 13.00 - 15.00 น.





