วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'200ผู้นำเข้าโลก'แห่เยือนไทยธ.ค.

“ฉัตรชัย” เผยทูตพาณิชย์ไทยนำทัพผู้ซื้อ-ผู้นำเข้าจากทั่วโลกเกือบ 200 รายเดินทางเยือนไทยเดือนธ.ค.นี้

“ฉัตรชัย” เผยทูตพาณิชย์ไทยนำทัพผู้ซื้อ-ผู้นำเข้าจากทั่วโลกเกือบ 200 รายเดินทางเยือนไทยเดือนธ.ค.นี้ เลือกช็อปสินค้าไทย ดันยอดส่งออกปลายปีขยายตัว เผยโครงการลดราคาสินค้าทั่วประเทศ คืนความสุขประชาชนได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่ได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ ที่ประจำอยู่ทั่วโลก เร่งรัดจัดกิจกรรมผลักดันการส่งออกของไทยให้มีผลเป็นรูปธรรมภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 นั้น ล่าสุดทูตพาณิชย์จากทั่วโลกได้จัดคณะผู้ซื้อ 2 กลุ่มใหญ่เพื่อเดินทางมาสั่งซื้อสินค้าจากไทย โดยกลุ่มแรกมาจากภูมิภาคอเมริกาเหนือ, สหภาพยุโรป (อียู), ลาตินอเมริกา, รัสเซียซีไอเอส และแอฟริกา เดินทางมาวันที่ 1 - 3 ธ.ค.นี้ ส่วนกลุ่ม 2 จากอาเซียนและเอเชีย มาวันที่ 10 - 13 ธ.ค.นี้

“ผู้ที่เดินทางมาเป็นผู้แทนการค้าที่มีอำนาจตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า มีทั้งผู้นำเข้า ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างค้าปลีก รวมเกือบ 200 ราย โดยจะจัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ (บิสเนส แมชชิ่ง) กับนักธุรกิจจากไทย ทั้งผู้ผลิต ผู้ส่งออก ในสินค้าหลากหลายชนิด คาดว่าจะเกิดการจับคู่ธุรกิจ เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายของห่วงโซ่การผลิต และเกิดการค้าต่อเนื่อง” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

คณะผู้ซื้อเยี่ยมชมโรงงานผลิต และย่านการค้าในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ตลาดโบ๊เบ๊ แหล่งผลิตและขายเสื้อผ้า, ตลาดวรจักร แหล่งผลิตและค้าชิ้นส่วนยานยนต์ และอะไหล่ เพื่อให้ผู้นำเข้าได้เห็นถึงศักยภาพในการผลิต ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นสั่งซื้อสินค้าไทย และเป็นพันธมิตรทางธุรกิจต่อไป โดยกลุ่มที่เดินทางมามากที่สุด คือ อาเซียน 77 ราย รองลงมาเป็นจีนและฮ่องกง, อเมริกาเหนือ, แอฟริกา, ญี่ปุ่น และเกาหลี ตามลำดับ โดยยุโรป สนใจสินค้าอาหารและอาหารแปรรูป เครื่องดื่ม อัญมณี ชิ้นส่วนเครื่องทำความเย็น เครื่องปรับอากาศ

สำหรับสินค้าและบริการของไทยที่มีศักยภาพในตลาดเป้าหมาย ได้แก่ ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว อาหารสำเร็จรูป ผัก ผลไม้กระป๋อง เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ซอสปรุงรส เครื่องปรุง ผัก-ผลไม้แห้ง อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว-เสริมความงาม เครื่องประดับ และสินค้าอุตสาหกรรมหนัก เช่น วัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์พลาสติก ชิ้นส่วนรถเข็นผู้สูงอายุ และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ผู้นำเข้าอาหารจากรัสเซีย และเกาหลีใต้ ยังสนใจนำเข้าไก่สด และเนื้อหมูสดจากไทย ภายหลังจากที่ทั้ง 2 ประเทศได้ส่งหน่วยงานด้านสุขอนามัยมาตรวจโรงงานไก่สดในไทย หลังจากไทยปลอดไข้หวัดนกมานานแล้ว คาดว่าทั้ง 2 ประเทศจะนำเข้าไก่สดจากไทยได้ในเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะรัสเซีย ที่มีความต้องการจำนวนมาก เพราะถูกยุโรปคว่ำบาตรทางการค้าจากกรณีการสู้รบในยูเครน

”การที่ผู้นำเข้า ผู้จัดซื้อ จำนวนมากเดินทางเจรจาสั่งซื้อสินค้าจากไทยในครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีที่จะทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยในปีหน้าขยายตัวเพิ่มขึ้น เบื้องต้นได้ตั้งเป้าหมายการขยายตัวสำหรับปี 58 ไว้ที่ 4% จากปีนี้ซึ่งน่าจะเป็นไปได้” พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว

ส่วนความคืบหน้าโครงการลดราคาสินค้าทั่วประเทศ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้ว 80-90% โดยจะหารือร่วมกับภาคเอกชนอีก 1-2 ครั้ง ก็จะได้ข้อสรุป โดยโครงการนี้ กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการอย่างยิ่งใหญ่ และลดราคามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

สำหรับการเปิดประมูลข้าวในสต็อกรัฐบาลนั้น ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการขออนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เพื่อขอเปิดประมูลข้าวเป็นการทั่วไปเพื่อการส่งออกครั้งที่ 4/57 หาก นบข. อนุมัติ กรมการค้าต่างประเทศจะเปิดประมูลได้ภายในเดือนธ.ค.นี้ และเชื่อว่าการระบายจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาข้าวเปลือกที่กำลังออกสู่ตลาด

ส่วนสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกล่าสุด พบว่า ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 11,000 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาเฉลี่ยตันละ 12,000-14,000 บาทที่ความชื้น 15% ต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่ตั้งไว้ตันละ 15,000-16,000 บาท ถือว่าเป็นราคาที่น่าพอใจ