วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทหาร-กองปราบรวบผู้แอบอ้างเบื้องสูง

ทหาร-กองปราบรวบแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถวิ่งเต้นโยกย้ายขรก. ทหาร ตำรวจ

ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ (พล.ม.2 รอ.) พ.ต.ท.นทธีฤทธิ์ หาญเสน่ห์ลักษณ์ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้นำกำลังเข้าจับกุม นายชัยรินทร์ ขาวคม เลขาธิการสำนักงานเทิดไท้องค์ราชัน ตามกฎอัยการศึก หลังถูกกล่าวหาหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยจับกุมได้ที่ย่านบางรัก พร้อมของกลางทองคำหนัก 1 กิโลกรัม ขณะกำลังขับรถเก๋งหลบหนีไปต่างจังหวัด นอกจากนี้ ยังได้จับกุม น.ส.พิชญากัญญ์ วิชัยดิษฐ์ อายุ 35 ปี พร้อมของกลางหนังสือเดินทางเล่มน้ำเงิน ปืนพกสั้น 2 กระบอก พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง โดยจับกุมได้ที่ย่านลาดกระบัง

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.สมลาภ กิติยากร อดีตประธานสำนักเลขาธิการเทิดไท้องค์ราชัน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ว่า นายชัยรินทร์ และ น.ส.พิชญากัญญ์ ได้นำชื่อสำนักงานไปแอบอ้างเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัว จึงได้ลาออกจากประธานสำนักงานฯ ก่อนจะเข้าแจ้งความดังกล่าว

จากการสืบสวนทราบว่า นายชัยรินทร์ และ น.ส.พิชญากัญญ์ ได้นำชื่อสถาบันฯไปแอบอ้างทำโครงการหลายโครงการทั่วประเทศ เช่น ไปขอใช้อาคารของบริษัท กสท.โทรคมนาคม หรือแคทเทเลคอม ชั้น 29 เลขที่ 72 ถ.เจริญกรุง แขวงและเขตบางรัก กทม.เป็นเวลา 3 ปี โดยไม่จ่ายค่าเช่า ,หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถวิ่งเต้นโยกย้ายรัฐมนตรี นายทหาร นายตำรวจ และข้าราชการต่างๆ ,หลอกสร้างพระพุทธรูปทองคำที่ประเทศอินเดีย ,จัดงานการกุศลต่างๆ ,แอบอ้างขอถ้วยรางวัล รวมทั้งเปิดสถาบันสอนหลักสูตรปริญญาโท ปริญญาเอก โดยที่กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้รับรอง

นอกจากนี้ นายชัยรินทร์ ยังได้นำรถยนต์มาทำเป็นรถนำขบวน โดยมีการทำเรื่องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารมาดูแลความปลอดภัย และยังหลอกว่าสามารถขอหนังสือเดินทางเล่มน้ำเงิน ซึ่งเป็นหนังสือเดินทางสำหรับบุคคลวีไอพีได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม อีกทั้งนายชัยรินทร์ ยังเป็นเลขาธิการสำนักงานใต้ร่มพระบารมีอีกด้วย ซึ่งมีผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อทำให้สูญเสียทรัพย์สินมูลค่าความเสียหายทั้งหมดหลายพันล้านบาท ซึ่งเจ้าทุกข์อยู่ระหว่างเตรียมแจ้งความดำเนินคดีหลายราย โดยในส่วนของบริษัทแคทเทเลคอมนั้น มียอดความเสียหายเกือบ 30 ล้านบาท จะเข้าแจ้งความดำเนินคดี นายชัยรินทร์ กับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ในวันพรุ่งนี้ ( 18 พ.ย.)

ด้านนายชัยรินทร์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องขัดแย้งภายในสำนักงาน คนที่ตั้งสำนักงานมากล่าวหาตนซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงาน ยืนยันว่าไม่เคยไปรับเงินบริจาค หรือหลอกลวงตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งเงินที่นำมาใช้ในโครงการยังต้องนำเงินของภรรยามาดำเนินการเอง ตนรู้สึกเสียใจที่ถูกกล่าวหาเช่นนี้ ทั้งๆ ที่มาทำงานนี้ด้วยจิตอาสา ไม่ได้มีเงินเดือนแต่อย่างใด