ดีเอสไอรับคดีพิเศษรุกสิรินาถ-เขากมลา "วิษณุ"ชี้แนวรับคดี เน้น ซับซ้อน มีอิทธิพล กระทบความสงบชาติ
บอร์ดคดีพิเศษ รับ 3 คดี แอบอ้างธนาคารหมู่บ้านไบโอดีเซลฯ หลอกลวงประชาชน รุกอุทยานสิรินาถ และเทือกเขากมลา เป็นคดีพิเศษ "วิษณุ" ลั่นดีเอสไอต้องไร้อิทธิพลแทรกแซงการพิจารณารับ-ไม่รับคดีพิเศษ จ่อเพิ่มคดีสิ่งแวดล้อมในบัญชีแนบท้าย
วานนี้ (13 พ.ย.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) โดยที่ประชุมมีมติรับ 3 คดี ประกอบด้วย 1.กรณีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นผู้ดำเนินการโครงการธนาคารหมู่บ้านไบโอดีเซลและสหกรณ์พลังงานเพื่อไทยตามแนวทางพระราชดำริ หลอกลวงประชาชน
2.กรณีการบุกรุกยึดครอบครองที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในเขตป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และ 3.กรณีการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ต.สาคู ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นคดีพิเศษ
ทั้งนี้ในที่ประชุมยังได้รับการชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการรับคดีพิเศษ โดยหลังจากนี้จะเน้นเฉพาะคดีที่มีความสลับซับซ้อน และคดีที่กระทบกับความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของชาติเท่านั้น แม้บางคดีจะเข้าข่ายลักษณะความผิดตามบัญชีแนบท้ายการสอบสวนคดีพิเศษ แต่หากไม่ใช่คดีที่มีความสลับซับซ้อน ต้องใช้อำนาจพิเศษ ใช้ความรวดเร็ว หรือหากไม่รับสอบสวนแล้วคดีจะขาดอายุความ ก็ไม่จำเป็นต้องรับเป็นคดีพิเศษ
นอกจากนี้หลายคดีมีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วนราชการที่ทำหน้าที่สืบสวนอยู่แล้วก็เห็นควรให้ใช้อำนาจหน่วยงานนั้นดำเนินการ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอาจทำได้ดีกว่าดีเอสไอ หากยึดตามแนวทางนี้ดีเอสไอก็จะไม่ถูกอิทธิพลบีบให้รับหรือไม่รับคดีพิเศษได้อีก
"ดีเอสไอต้องไม่สักแต่รับคดี ไม่ใช่ว่าคดีใหญ่โตรุนแรงแล้วต้องรับเป็นคดีพิเศษเสมอไป ต้องเลือกรับคดีพอสมควร อาชญากรรมตามท้องถนนซึ่งตำรวจทำคดีได้ดีไม่ควรส่งมาให้ดีเอสไอ ที่ผ่านมาดีเอสไอจะถูกกดดันอยู่ 2 เรื่อง คือ รับคดีที่ไม่ควรเป็นคดีพิเศษ กับมีชาวบ้านเดินขบวนมากดดันให้รับคดีพิเศษ เพราะหวังว่าการสอบสวนจะรวดเร็ว ต่อไปนี้จะรับเฉพาะคดีที่มีความสลับซับซ้อนหรือมีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องจริงๆ" นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับคดีพิเศษที่รับสอบสวนไว้ก่อนหน้านี้บางคดีหากพิจารณาแล้วพบว่า ไม่จำเป็นต้องใช้การสอบสวนคดีพิเศษก็สามารถปรับลดเป็นคดีอาญาปกติให้ตำรวจหรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อได้ โดยสามารถขอมติเพื่ออนุมัติเปลี่ยนเป็นคดีอาญาทั่วไปได้
นอกจากนี้จะมีการแก้ไข พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษเพิ่มเติมให้ความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นความผิดแนบท้ายคดีพิเศษด้วย
ด้าน พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดีเอสไอ กล่าวว่า คดีบุกรุกอุทยานสิรินารถ ดีเอสไอได้ตรวจสอบแผนที่ทางอากาศพบว่า มีการออกเอกสารสิทธิในเขตอุทยาน 379 แปลง เนื้อที่กว่า 2,700 ไร่ โดยพบความผิดปกติในเอกสารสิทธิหลายรูปแบบ ได้แก่ สค.1 ปลอม ทั้งที่ตั้งและเนื้อที่ สค.1 ที่บินจากแปลงอื่น และสค.1 ที่ออกเกินจากพื้นที่จริง ปัจจุบันมีการปลูกสร้างบ้านพักตากอากาศ โรงแรม และอีกหลายแปลงยังคงสภาพเป็นป่าสมบูรณ์
ส่วนการบุกรุกขอออกโฉนดในเทือกเขากมลา ผู้เกี่ยวข้องเป็นอดีตข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ตที่ใช้อิทธิพลดำเนินการออกโฉนดในเขตป่า ซึ่งเป็นจุดชมวิวทั่วหาดป่าตอง
อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอจะเร่งประสานไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศของ ป.ป.ช.ให้วิเคราะห์ภาพถ่ายพื้นที่ทั้งสองแห่ง เพื่อให้ฐานข้อมูลของดีเอสไอ และป.ป.ช.เป็นชุดเดียวกัน





