วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีนร้องเอเปคเพิ่มร่วมมือศก. เล็งดันเขตค้าเสรีเอฟทีเอเอพี

ผู้นำจีนใช้เวทีเอเปค ร้องเพิ่มความร่วมมือและการรวมตัวทางเศรษฐกิจ เล็งผลักดันเขตการค้าเสรีเอฟทีเอเอพี

พร้อมแจงจีนกำลังลดพึ่งพาลงทุน-ส่งออก เน้นขับเคลื่อนจากความต้องการประเทศ ระบุเอื้อต่อเศรษฐกิจโลกระยะยาว ชี้แม้จีดีพีลดลงแต่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ด้านรัฐมนตรีเอเปคประกาศเพิ่มความพยายามต้านคอร์รัปชันพร้อมเพิ่มความพยายามส่งตัวผู้ต้องสงสัยข้ามแดน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน กล่าวเปิดการประชุมผู้นำภาคธุรกิจของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปค) ด้วยการเรียกร้องให้กลุ่มเอเปคร่วมมือกัน เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เปิดกว้างในภูมิภาค พร้อมระบุว่า ความเสี่ยงที่จีนเผชิญ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดกัน หลังจากเศรษฐกิจจีนช่วงไตรมาส 3 ขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี

นายสี กล่าวแสดงความมั่นใจว่า รัฐบาลสามารถบริหารเศรษฐกิจไม่ให้เกิดอันตรายได้ พร้อมอธิบายว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่ "สภาพปกติแบบใหม่" ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อประเทศและโลกในระยะยาว

"บางคนวิตกว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน จะลดลงอีกและวิตกว่าจีนจะสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้หรือไม่ จริงๆ แล้วมีความเสี่ยงแต่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด" นายสีกล่าว พร้อมชี้ว่าแม้เศรษฐกิจจีนขยายตัวที่ระดับเพียง 7% แต่นับว่าสูงในระดับต้นๆ ของโลกและยังมีเสถียรภาพด้วย

นายสี กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนกำลังได้รับการขับเคลื่อนจากความต้องการของผู้บริโภคในประเทศ อันเป็นสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์แนะนำมาตลอด และกำลังค่อยๆ ลดการพึ่งพาการลงทุนรวมถึงการค้าต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากภายนอก

ระบุเงินเฟ้อจีนยังคุมได้

ผู้นำจีนชี้ว่า การสร้างงานและรายได้ ส่วนบุคคลกำลังเติบโต ส่วนเงินเฟ้อก็อยู่ภายใต้การควบคุม

"สำหรับเอเชียแปซิฟิกและสำหรับโลกแล้ว พัฒนาการของจีนจะก่อให้เกิดโอกาสและผลประโยชน์อย่างมหาศาล ทั้งยังสร้างอนาคตอันยืนยาวด้วย" นายสีระบุ แต่เสริมว่า การเติบโตในรูปแบบใหม่ที่ลดการพึ่งพาการลงทุนและการส่งออก พร้อมกับหันมาเน้นที่ความต้องการในประเทศนั้น เกิดขึ้นพร้อมกับการท้าทายและปัญหาใหม่

นายสีชี้ด้วยว่าเป็นไปไม่ได้ที่เศรษฐกิจจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก จะขยายตัวในระดับสูงเหมือน 30 ปีก่อนหน้านี้ที่เติบโตมากกว่า 10%

ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญด้านการเติบโตในโลก กำลังได้รับผลกระทบจากฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มแผ่วลง การปราบปรามการทุจริต และความต้องการที่ซบเซาในยุโรป ทำให้จีนต้องรับมือด้วยการออกมาตรการกระตุ้นแบบจำกัดเพื่อพยุงการเติบโต

นายสีคาดว่า จีนจะลงทุนมากกว่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ในต่างประเทศ ในช่วงทศวรรษหน้า และชาวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศจะมีจำนวนมากกว่า 500 ล้านคนในช่วง 5 ปีข้างหน้า

นอกจากนั้น นายสียังพยายามบรรเทาความวิตกที่ว่าอิทธิพลทางเศรษฐกิจกับการทูตที่เพิ่มขึ้นของจีน อาจเป็นภัยคุกคามต่อประเทศอื่น ด้วยการระบุว่า จีนพร้อมที่จะมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับบรรดาเพื่อนบ้าน

เตรียมผลักดันเอฟทีเอเอพี

ผู้นำกลุ่มเอเปค 21 ประเทศจะจัดการประชุมสุดยอดเป็นเวลา 2 วันเริ่มตั้งแต่วันนี้ (10 พ.ย.) คาดว่าที่ประชุมจะออกแถลงการณ์ร่วมในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) ตอกย้ำเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้าเปิดเสรีการค้า รายงานข่าวระบุว่าในที่ประชุมครั้งนี้ จีนจะผลักดันเขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก (เอฟทีเอเอพี) ขณะที่สหรัฐกำลังผลักดันความเป็นหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งไม่รวมจีนไว้ด้วย โดยนายสีกล่าวว่าเอเปคมีความรับผิดชอบ ในการสร้างความฝันของเอเชียแปซิฟิกสำหรับประชาชนในภูมิภาค

นายสี อธิบายว่า ความฝันของเขาสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้น อิงอยู่บนการมีสันติภาพ พัฒนาการ และผลประโยชน์ที่เอื้อและเกื้อหนุนกัน

"ความฝันของเอเชียแปซิฟิก" ที่นายสีพูดถึง คล้ายคลึงกับ "ความฝันของจีน" ที่ผู้นำกรุงปักกิ่งมักเอ่ยถึงบ่อยๆ แต่ไม่ชัดเจนว่าหมายถึงอะไร โดยจีนซึ่งเป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีเศรษฐกิจเฟื่องฟูมากจนมีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกและมีอิทธิพลในระดับภูมิภาครวมถึงระดับโลก แต่จีนใช้นโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น อันเป็นท่าทีที่เปิดโอกาสให้จีนสามารถสานสัมพันธ์กับผู้นำหลายคนที่ถูกชาติตะวันตกมองว่าเป็นอันธพาล

ด้านนายไมเคิล โฟรแมน ผู้แทนการค้าพิเศษของสหรัฐ กล่าวว่าเอฟทีเอเอพีจะไม่ใช่การเปิดตัวข้อตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่ เพราะเอฟทีเอเอพีเป็นข้อเสนอที่มีมานานแล้ว ขณะเดียวกันก็ยังไม่ชัดเจนว่าผู้นำกลุ่มเอเปคจะรับรองโรดแมพปักกิ่งเกี่ยวกับเรื่องเอฟทีเอเอพีหรือไม่

รมต.เอเปคเพิ่มแรงต้านคอร์รัปชัน

ด้านรัฐมนตรีเอเปคประกาศเพิ่มความพยายามต้านคอร์รัปชัน ด้วยการระบุในแถลงการณ์ว่าเอเปคจะเพิ่มความพยายามต่อต้านการทุจริตเพื่อไม่ให้ผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริต สามารถหนีไปหลบภัยในประเทศต่างๆ ได้ รวมถึงจะเพิ่มความพยายามส่งตัวผู้ต้องสงสัยข้ามแดน พร้อมย้ำว่าการเคลื่อนไหวนี้จะต้องสอดคล้องกับกฎหมายในประเทศรวมถึงหลักการทางกฎหมายพื้นฐานของแต่ละประเทศ

"สมาชิกเอเปคยอมรับว่าการทุจริตเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน คุกคามความมั่นคงและความยุติธรรมในสังคม บั่นทอนหลักนิติธรรม และความน่าเชื่อถือของรัฐบาล" แถลงการณ์ระบุ พร้อมรับปากจะตั้งสำนักงานเครือข่ายต่อต้านการทุจริตและสำนักงานของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือในการติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินคดีการทุจริต การให้สินบน การฟอกเงิน และการค้าผิดกฎหมาย รวมถึงพยายามขอความร่วมมือในการติดตามคดีข้ามชาติ

การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าจีนได้รับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีเอเปค ที่จะเพิ่มความพยายามต่อต้านการทุจริต เพราะข้อเสนอนี้ได้รับการผลักดันจากจีน และได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ไม่ชัดเจนว่าการเคลื่อนไหวนี้จะมีผลมากน้อยเพียงใด เพราะบางประเทศมองว่าการส่งผู้ต้องสงสัยคืนให้จีน อาจทำให้ผู้ต้องสงสัยนั้นถูกละเมิดสิทธิและไม่ได้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายที่เหมาะสม

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นแนวคิดริเริ่มของจีนที่เมื่อเดือนก.ค.ได้ริเริ่มการรณรงค์ "ล่าสุนัขจิ้งจอก" เพื่อนำตัวเจ้าหน้าที่ทุจริตและคนในครอบครัวซึ่งหนีออกนอกประเทศพร้อมสมบัติที่ยักยอกไป กลับมารับโทษในประเทศ

นายอลัน บอลลาร์ด ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการเอเปค กล่าวว่าความพยายามต่อต้านการทุจริตต้องเกิดขึ้นภายในกฎหมายและโครงสร้างทางกฎหมายที่แตกต่างกัน แต่แถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่าจะดำเนินการดังกล่าวอย่างไร