"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ ประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ตั้งอนุกรรมการ 3 ด้าน พร้อมปรับมาตราส่วนแผนที่ใหม่
พลเอกดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติครั้งที่ 1 ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีมติวาระที่สำคัญการพิจารณาแต่งตั้งอนุกรรมการ 3 ด้านได้แก่ อนุกรรมการจัดหาที่ดินมี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติเป็นประธาน มีหน้าที่จัดหาที่ดินให้คนยากจนทำกิน อนุกรรมการที่ 2 คืออนุกรรมการจัดที่ดิน โดยมี รมว.มหาดไทย เป็นประธาน มีหน้าที่จัดคนลงพื้นที่หลังจากที่คณะที่ 1 จัดหาพื้นที่แล้ว ให้เหมาะกับขนาดของพื้นที่ตามท้องถิ่นนั้นๆ
โดยในส่วนกระทรวงมหาดไทยจะมีรายชื่อของประชาชนที่ยากไร้ ขณะที่คณะ 1 มีรายชื่อของผู้ที่บุกรุกพื้นที่ที่ถูกผลักดันออกไป และจะนำรายชื่อมาพิจารณาร่วมกันและคัดเลือกว่าใครควรจะได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน และอนุกรรมการที่ 3 คืออนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ มีรมว.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน มีหน้าที่ในการพิจารณาว่าพื้นที่ไหนควรจะทำอาชีพอะไร พื้นที่ไหนควรทำอะไรจึงจะเหมาะสมและจะทำหน้าที่ในการจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามนโยบาย โดยจะไม่มอบให้เป็นสิทธิรายบุคคลแต่จะมีการจัดหาระบบใหม่ เช่นการใช้ระบบสหกรณ์ หรือระบบอื่นที่เหมาะสมตามลักษณะพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้การตรวจสอบจำนวนผู้ยากไร้จะใช้เลขที่ประจำตัวประชาชนในการตรวจสอบผู้ยากไร้เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน
พลเอกดาวพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้อนุกรรมการทำหน้าที่ของตนและรายงานผลอีกครั้งในช่วงเดือนธ.ค.เพื่อประเมินว่ามีผลสัมฤทธ์อย่างไร และต้องรายงานทุก 3 เดือน ซึ่งทั้ง 3 อนุกรรมการต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรายงานต่อคณะกรรมการใหญ่เพื่อให้เห็นถึงความคืบหน้า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้ มีการพิจารณาผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่เกิน 10 คน ตามระเบียบสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรเอกชนที่มีฐานะตามนิติบุคคล นอกจากนี้ต้องมีผู้มีความรู้ด้านการจัดการที่ดิน ปฏิรูปที่ดิน ผังเมือง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านกฎหมาย ที่ดินและเศรษฐศาสตร์ เข้ามาเป้นคณะกรรมการใหญ่ด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีจึงมอบให้ทั้ง3 อนุกรรมการรวบรวมและเสนอรายชื่อเข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการใหญ่
อย่างไรก็ตาม ความมั่นของรัฐบาลนั้น ต้องย้อนไปดูว่าการแก้ปัญหาที่ดิน มีการออกเอกสารสิทธิ์รายบุคคลมาหลายรูปแบบ และพบว่ามีการขายสิทธิไปจำนวนมาก จนกลายมาเป็นผู้ที่ไม่มีที่ดินเหมือนเดิมและหาพื้นที่บุกรุกใหม่ การแก้ปัญหาแบบเดิมที่ได้ผลก็มี แต่การขายสิทธิก็มีจำนวนมากจนกลายเป็นปัญหาเดิมๆ รัฐบาลนี้จึงต้องคิดใหม่ ต้องการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ แต่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ เป็นเหตุผล แต่ยอมรับจะต้องใช้เวลาซึ่งเชื่อว่าไม่เกินปีใหม่จะเห็นทิศทางของนโยบายนี้ ยืนยันว่าการแก้ปัญหาที่ดินครั้งนี้ต้องไม่จัดให้ไปกระทบกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ต้องคำนึงในการจัดสรรพื้นที่ ทั้งนี้ทุกอย่างเป็นความตั้งใจของรัฐบาล ต้องได้เห็นสิ่งที่จับต้องได้ทุก 3 เดือน ส่วนแนวทางการป้องกันกลุ่มทุนนั้นต้องยอมรับว่ากลุ่มทุนมีทั้งดีและไม่ดี โดยเชื่อว่าการแก้ปัญหาโดยโครงสร้างใหม่นี้สามารถป้องกันนายทุนไม่ดีได้ระดับหนึ่ง และทุกอนุกรรมการต้องดูเรื่องนี้อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องแยกออกมา
พลเอกดาวพงษ์ กล่าวว่า พื้นที่จะนำมาจัดสรรนั้น ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1 ที่ดินพร้อมจัดสรรคน สามารถใช้กฎหมายที่มีอยู่จัดสรรได้ทันที ซึ่งมีพื้นที่ของหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมป่าไม้ กรมธนารักษ์ กระทรวงเกษตรฯ เป็นต้น 2 เป็นพื้นที่ที่ประชาชนเข้าอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ออก สปก. และ3 พื้นที่ที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิก็ต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย เช่น อุทยานแห่งชาติสิรินาถ
ทั้งนี้ในส่วนที่มีการบุกรุกพื้นที่นั้น จะต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด แต่คนยากจนก็ได้รับจัดสรรพื้นที่ใหม่ให้เป็นพื้นที่ทำกิน และจะเข้มงวดในส่วนอุทยานแห่งชาติมากที่สุด นอกจากนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับกระทรวงมหาดไทยมีการตั้งคณะกรรมการปรับปรุงระบบแผนที่ โดยจะปรับมาตราส่วนจาก 1:50,000 เป็น 1:4,000
ส่วนกรณีที่มีการจัดคอนเสริตในพื้นที่ป่านั้น พลเอกดาวพงษ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่ของเอกชน อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ไปพิจารณาในการออกกฎกระทรวงเพื่อป้องกันเสียงรบกวนทั้งคนและสัตว์แม้จะตั้งในพื้นที่ส่วนบุคคลก็ตาม





