วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ลั่นปฏิรูปเป็นเรื่องยาก

"ประยุทธ์"ยอมรับปฏิรูปเป็นเรื่องยาก เหตุคนบางกลุ่มจ้องรักษาผลประโยชน์ตัวเอง แนะสปช.อดทนทำหน้าที่เพื่อชาติ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ถึงการทำงานของสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า เรื่องขอความร่วมมือจากเราเพื่อจะสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในเรื่องของการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ขอขอบคุณท่านประธานสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ สมาชิก สปช. ทุกท่าน ได้เห็นความตั้งใจในการทำงาน เพื่อประเทศไทย คนไทย คสช. และรัฐบาลขอให้กำลังใจ และก็นำเรื่องที่ติชมนั้น มาเป็นแรงใจในการทำงานต้องอดทนเสียสละ ตนรู้ว่าเป็นเรื่องที่ยากในการที่จะปฏิรูปประเทศในท่ามกลางความขัดแย้ง ยังคงมีบางคน บางพวก ยังมุ่งแต่จะรักษาผลประโยชน์ตนเอง ทั้งในวันนี้และในอนาคต ทุกท่านต้องช่วยกันอดทน

"เรื่องที่ดี ๆ มีอยู่หลายอย่าง เรียนอีกครั้งว่า การทำงานของรัฐบาลขณะนี้ ก็คือการปฏิรูป อย่างหนึ่งก็คือ ในระยะสั้น เฉพาะหน้า ต้องสอดคล้องกับหลัง 1 ปีไปแล้ว และทำต่อในรัฐบาลต่อ ๆ ไป นั้นคือความต่อเนื่อง รัฐบาลทุกรัฐบาลจะต้องมียุทธศาสตร์และนโยบายของประเทศระยะยาว มิฉะนั้นก็จะเกิดการขัดแย้งกันไปมา ต้องเริ่มต้นกันใหม่มาตลอด ประกอบกับการทุจริตผิดกฎหมาย ไม่โปร่งใสทุกขั้นตอน ซึ่งเรื่องเหล่านี้เรากำลังนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในวันนี้ คสช. รัฐบาลจะกำหนดมาตรการอะไรลงไป มีปัญหาหมด ปัญหาซ้ำซ้อน แล้วก็เดือดร้อน ยิ่งคิดใหม่ ยิ่งทำใหม่ ก็ต้องมาระแวงการทุจริตกันอีก ก็คาดโทษเอาไว้แล้วกัน ข้าราชการดี ๆ เขาก็หวาดผวา ไม่กล้าทำอะไร กลัวจะถูกกล่าวหาว่าทุจริต ท่านต้องมั่นใจ อะไรที่ท่านคิดว่าท่านทำได้ ถูกต้องท่านทำไป เป็นไปตามนโยบาย ท่านก็ต้องทำ ไม่ต้องกลัว แต่พร้อมจะรับการตรวจสอบได้ก็แล้วกัน " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ที่คอยทุจริตเหล่านั้น ตนก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมยังมีข่าวจ้องจะทำความผิดตลอดเวลา นัดกันจะเป็นกลุ่มประโยชน์แอบอ้าง คสช. อ้างรัฐบาล อ้างความใกล้ชิดคนโน้นคนนี้มาตลอด สังคมต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ทำให้เห็นว่าการทุจริตเหล่านั้นเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ไม่อย่างนั้นรัฐบาลก็จะทำอะไรไม่ได้อีก จะเริ่มโครงการอะไรใหม่ ๆ ก็เริ่มโจมตีกันไปอีกแล้ว ทำให้การพัฒนาประเทศการขับเคลื่อนประเทศช้าไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ที่เป็นปัญหาในขณะนี้ ต้องรับฟังปัญหาทั้ง 2 ฝ่าย ผมรับฟังทั้ง 2 ฝ่ายอะไรที่ดีก็ต้องทำ อะไรที่ไม่ดียังไม่ตรงกันก็มาหาข้อมูลให้ตรงกัน แล้วจะทำอย่างไรก็หาทางออกให้ได้ ไม่อย่างนั้นเราเสียเวลาไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างก็กลับมาที่เดิม เสียเวลาต้องทำงานหนักเป็น 2 - 3 เท่า ประชาชนก็ต้องคอยคาดหวังอีกไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นต้องช่วยกัน ช่วยกันเฝ้าระวัง แล้วก็ส่งข้อมูลขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นข้อติชม ข้อเสนอแนะ หรือคนทุจริตที่ไหน อะไรอย่างไร ตนรับได้หมด

นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า ประเด็นที่สำคัญอีกเรื่อง คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเรานั้นค่อนข้างมีปัญหา เราจะต้องสร้างให้คนของเราอยู่ร่วมกันให้ได้อย่างสันติ ถ้าเรามัวแต่พูดถึงว่าคำว่าสิทธิเสรีภาพหรือประชาธิปไตยจนไร้ขีดจำกัด จะรวมกันไม่ได้ คิดจะพูดอะไรก็ไม่ได้ ขัดแย้งกันทุกเรื่อง ทำอะไรไม่ได้เลย ต้องหาทางรวมพลังเหล่านี้ให้ได้ ก็ด้วยการสร้างความเข้าใจ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราทำไม่ได้ เราจะปฏิรูปกี่ครั้ง ตั้งสภาปฏิรูปกี่ครั้ง ก็ทำไม่ได้แก้อะไรไม่ได้ ประชาธิปไตยไทยนั้น ถ้าสอนให้คนรู้จักแต่เพียงสิทธิ เสรีภาพ ไม่คำนึงถึงหน้าที่ ไม่รู้จักผลประโยชน์แห่งชาติว่าอยู่ที่ไหน ก็ยังคงเป็นแบบนี้อยู่ต่อไป ผมต้องการใช้คำว่าพวกเราทุกคนก็ไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับประเทศไทย ถ้ายังเป็นอย่างนั้นอยู่อีก

"ระบบการสอน การเรียนรู้ การให้แนวคิด ในสังคมปัจจุบัน อยากให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องลองปรับเล็กน้อย อย่าสอนให้เสรีมากนัก คำว่าเสรีต้องมีขีดจำกัด อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ต้องรู้จักหน้าที่ ต้องรู้จักการให้เกียรติบุคคลอื่นบ้าง ไม่สอนให้คนไม่เคารพกฎหมาย หรือต่อให้เรามีกี่คณะ ทำงานออกมา กฎกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ทำออกมา สปช. ออกแบบออกมาว่า จะร่างรัฐธรรมนูญกันอย่างไร ก็ไม่สำเร็จ เพราะทุกคนจะรู้สึกว่า ถูกบังคับ ไม่ยอม ก็เป็นอันตราย ประชาธิปไตยของโลกสากล เขายังต้องเคารพกฎหมาย มีกฎหมาย ข้อบังคับมากมาย เขาก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรกันรุนแรงแบบบ้านเรา ถ้าเราจะไม่มีกฎหมาย ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบอะไรเลย เพราะถือว่าเป็นเรื่องของเสรีประชาธิปไตย ผมว่าอันตราย เพราะฉะนั้นเราน่าจะออกแบบให้เป็นประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับคนไทย สอนให้มีสติ จะคิด จะเชื่อ เพราะเราอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและความมีเหตุผล อย่าให้เขาใช้ความยากจน ความเหลื่อมล้ำมาเป็นเครื่องมือในทางด้านการเมืองอีกต่อไปเลย " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว