เปิดใจ'อธิบดีดีเอสไอ'กับภารกิจกอบกู้วิกฤตศรัทธา

เปิดใจ'อธิบดีดีเอสไอ'กับภารกิจกอบกู้วิกฤตศรัทธา

หลังจากที่ยืดเยื้อมานาน เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งให้ "สุวณา สุวรรณจูฑะ "ขึ้นนั่งเก้าอี้สำคัญตัวนี้

และต่อไปนี้ คือ ถ้อยคำเปิดใจของเธอ "อธิบดีหญิงคนแรก" ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ )

#หลังได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีดีเอสไอตั้งใจเข้าไปทำงานในด้านใดบ้าง

ที่ผ่านมา ตนมีบทบาททำงานร่วมกับดีเอสไอมาตลอดเพราะเป็นรองปลัดกระทรวงกำกับดูแลดีเอสไอกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในสมัยก่อตั้งดีเอสไอก็เข้าไปรักษาการในตำแหน่งรองอธิบดีดีเอสไอเกือบ 6 เดือน เท่าที่ตรวจสอบสภาพปัญหาพบว่าหน่วยงานสนับสนุนคดีพิเศษของดีเอสไอยังทำงานไม่คล่องตัว จึงขอใช้จุดแข็งของตัวเองในเรื่องการสนับสนุนงานและการบริหารเข้าไปแก้ปัญหาให้กับดีเอสไอ นอกจากนี้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ก็ได้ให้นโยบายชัดเจนให้ดีเอสไอทำงานตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ให้เกิดความเป็นธรรม และทำงานเป็นมืออาชีพ เพื่อให้สังคมและประชาชนยอมรับ ส่วนตัวเชื่อมั่นในศักยภาพของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่าคงทำงานตามนโยบายได้ ในฐานะอธิบดีตั้งใจจะเข้าไปสนับสนุน กำกับ และวางมาตรการบริหารงานที่มีความเสี่ยง

#ประเด็นที่ถูกมองว่าไม่เคยผ่านงานสอบสวนและไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมาย

ดีเอสไอมีพนักงานสอบสวนที่มีความเชี่ยวชาญมากเพียงพออยู่แล้ว อธิบดีมีหน้าที่กลั่นกรองตรวจสอบการใช้เครื่องมือทุกอย่างให้เต็มศักยภาพ แม้ว่าตนจะไม่เคยผ่านงานสอบสวน แต่เคยเป็นกรรมการคดีพิเศษ และเคยเข้ามารักษาในการตำแหน่งรองอธิบดีดีเอสไอช่วงสั้นๆ สมัยที่เป็นอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพก็เคยทำงานร่วมกับดีเอสไอมามาก โดยเฉพาะสำนวนคดีที่ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงถือว่ามีประสบการณ์ในกระบวนการยุติธรรม เพียงแต่ไม่ได้มีวุฒิการศึกษาด้านกฎหมายเท่านั้น

ในเรื่องงานคดีหรือการสอบสวนคดีความต่างๆเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนอยู่แล้ว อธิบดีมีอำนาจในการตรวจสอบ ในฐานะผู้บริหารหน่วยงานต้องใช้เครื่องมือที่เราไว้วางใจได้ นอกจากนี้ในพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 21 อธิบดีมีอำนาจสั่งการให้พนักงานสอบสวนออกไปสืบสวนรวบรวมหลักฐานในเบื้องต้นก่อนพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่

#เรื่องแรกที่วางแผนเข้าไปทำงานในดีเอสไอคืออะไร

ตนจะเรียกประชุมเพื่อรับทราบปัญหาภายในจากผู้บริหารดีเอสไอ เพื่อจัดลำดับว่าอะไรเป็นปัญหาเร่งด่วน อะไรเป็นวิกฤตต้องแก้ไข เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าดีเอสไอมีระเบียบ คำสั่ง กฎหมาย กฎกระทรวงครบถ้วน แต่เวลาเราใช้ อธิบดีต้องดูความเสี่ยง และหลังมอบหมายงาน ต้องติดตามงาน กำกับ ประเมินความเสี่ยง ต้องไม่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ไปแบกรับความเสี่ยงเอง กรมต้องเข้าไปดูแล ข้าราชของดีเอสไอเองต้องตระหนักว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต้องมีความพิเศษในการทำงานเหนือว่าคนอื่น เพราะรัฐบาลให้ความสนับสนุนเป็นพิเศษ ในส่วนของงานบริหารบุคคลที่มีปัญหาฟ้องร้องและขอความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายทุกครั้ง ถือเป็นอีกภารกิจที่ต้องเข้าไปแก้ไข คนที่ทำงานต้องได้สิทธิประโยชน์ตามผลงานและสิ่งที่ควรได้รับ

#ดีเอสไอมีวิกฤตถึงขั้นอาจยุบกรม บทบาทการทำงานที่ผ่านมาทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา จะเข้ามาแก้ปัญหาอย่างไร

เรื่องอื่นไม่สำคัญเท่าการทำงานตามกรอบอำนาจหน้าที่ เราควรให้สังคมเห็นว่าจะทำงานตามกรอบกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรม แต่ในเรื่องของความเชื่อถือนั้นขึ้นอยู่กับเวลา กว่าจะออกมาว่าสิ่งไหนควรเป็นที่ยอมรับหรือไม่ต้องใช้เวลา ตนคงต้องเข้าไปทำความเข้าใจและขอความร่วมมือจากคนในดีเอสไอว่าจะทำงานขับเคลื่อนกรม กรมจะเป็นที่ยอมรับหรือไม่ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคน หลังจากนี้จะมอบหมายให้ผู้บัญชาการสำนักทำตัวชี้วัดผลงานอย่างละเอียด เพื่อให้งานภายใต้ความรับผิดชอบเกิดขึ้นให้ได้ ถ้าผู้บัญชาการสำนักคดีกำกับงานในระดับล่างไม่ได้ก็ต้องมาคิดกันว่าจะทำอย่างไร

#หนักใจหรือไม่กับภารกิจกอบกู้วิกฤตศรัทธาเพราะอาจมีเดิมพันสูงถึงขั้นยุบดีเอสไอ

รัฐมนตรีรวมถึงผู้บังคับบัญชาทุกระดับไม่ได้กดดันเรื่องกรอบเวลา และไม่ได้ปล่อยให้ตนเข้ามาแก้ปัญหาดีเอสไอโดยลำพัง โดยทุกคนรับปากว่าจะระดมทีมงานทั้งกระทรวงมาช่วยกันขับเคลื่อนดีเอสไอ เพราะการแก้ปัญหาที่เป็นวิกฤตของดีเอสไอจะโยงมาถึงกระทรวงด้วย จึงต้องช่วยกันทั้งหมดทั้งระบบบริหาร การสนับสนุนคดีพิเศษ งานสืบสวนสอบสวนคดี ซึ่งในวันนี้ได้สั่งการให้รวบรวมว่าทำงานกันอย่างไร ทำไมจึงเกิดปัญหา เพื่อแก้ไขและวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ผู้บริหารทุกยุคต่างมีจุดแข็งในแต่ละด้าน สิ่งที่เป็นประโยชน์ก็จะหยิบมาใช้ อะไรจุดอ่อนก็เข้าไปกำจัด และจะบอกกับเจ้าหน้าที่ทุกคนว่ากรมเป็นของเราทุกคน จึงขึ้นอยู่กับมือของเราว่าจะทำอย่างไรให้คนเชื่อถือ ศรัทธา ยอมรับ

"จากกระแสข่าวที่รับฟังมา ไม่ได้ข่าวถึงขนาดยุบดีเอสไอ แต่การทำงานต้องสอดคล้องกับเจตนารมย์ของการก่อตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในประเด็นที่ประชาชนเสื่อมศรัทธา ต้องเข้าใจว่าศรัทธาเวลาลดจะลดเร็ว แต่เวลาเพิ่มจะค่อยๆเพิ่ม ต้องใช้เวลานาน ภาระที่ตนเข้ามารับผิดชอบถือเป็นงานที่ท้าทาย เหนื่อยและหนัก แต่เมื่อได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาก็จะทำเต็มที่ และทำให้เร็วที่สุด เพราะรัฐมนตรีเร่งรัดและติดตามงานในทุกกระทรวง โดยตนเหลือเวลาทำงานอีกเพียง 2 ปี ก่อนเกษียณอายุราชการ"

#คดีการเมืองที่อยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอจะเข้าไปสะสางอย่างไร

เชื่อว่าการให้ความเป็นธรรมในการดำเนินคดีถือเป็นเรื่องสำคัญ หากให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายก็จะยอมรับได้

#มีข่าวว่าการได้รับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอเพราะ"หน้าบ้าน" (สามี)สนับสนุนผลักดัน

ตนได้รับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายก่อพงศ์ สุวรรณจูฑะ สามี ซึ่งเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ไม่ใช่ผู้พิพากษาอาวุโสตามข่าว และกล่าว(ติดตลก)ว่า ข่าวคลาดเคลื่อนที่ออกไปอาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าตนมีสามีแก่ ยืนยันว่าครอบครัวไม่มีความสนิทสนมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สามีของตนเป็นผู้พิพากษาที่เก็บตัว ทำงานไม่ค่อยพบปะบุคคลภายนอก และไม่เกี่ยวข้องกับ "จุฬาคอนเนคชั่น"

การได้รับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอในครั้งนี้ เพราะตนดูแลงานด้านกระบวนการยุติธรรมมาตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้ล่วงหน้าว่าถูกวางตัวให้เป็นอธิบดีดีเอสไอ รู้เพียงว่ารัฐมนตรีให้ไปทำงานในตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอ แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะให้เป็นตัวจริง

ส่วนการเข้าไปเป็นคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ด้านกฎหมายกระบวนการยุติธรรม ก็เพราะตนเคยร่วมงานกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)มาก่อน ท่านจึงขอให้ไปช่วยงาน