สปช.เห็นชอบข้อเสนอวิปฯ เรื่องวิธีการเลือกกมธ.ยกร่างรธน. 20 คน
สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ประชุมเพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาปฏิรูป (ชั่วคราว) ถึงหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วน สปช. ตามที่รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 กำหนดและที่ประชุมสปช.ลงมติเห็นชอบ คือ จำนวน 20 คนมาจากสมาชิก สปช. ทั้งหมดต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยมีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน วิปฯสปช. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมเฉพาะคราว
เมื่อเข้าสู่วาระพิจารณานายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการ วิปฯ สปช. นำเสนอรายงานการประชุมวิปฯ สปช.ชั่วคราว ถึงพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีได้มาซึ่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วน สปช. จำนวน 20 คน คือ 1.บุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องมีความสามารถ เหมาะสม สมัครใจ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 โดยต้องกรอกใบสมัครด้วยตนเอง, 2. สมาชิกสปช. ทั้ง 11 ด้านและแต่ละจังหวัด ทั้ง 4 ภาค สามารถพิจารณาเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมและไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ด้านละ 1 คนหรือมากกว่า 1 คน หรืออาจไม่เสนอสมาชิกใดเลยก็ได้ ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ์สปช. ที่ต้องการสมัครเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้รับการเสนอชื่อจากด้านต่างๆ และรายภาค สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้เอง โดยผู้ที่จะสมัคร ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 29 ต.ค. ก่อนเวลา 12.00 น. ,3. ให้ที่ประชุมสปช. พิจารณาเลือกซึ่งได้รับการเสนอชื่อหรือสมัคร จำนวน 20 คนจากรายชื่อผู้สมัครและได้รับการเสนอชื่อ โดยสปช. สามารถเลือกกมธ.ไม่เกิน 20 คน และให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดลำดับที่ 1 ถึง 20 เป็นผู้ได้รับการสรรหาจาก สปช. เป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กรณีที่มีเลือกมากกว่า 20 คนให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย สำหรับการลงคะแนนผู้กรอกคะแนนต้องเขียนชื่อและระบุที่มาจากด้านใดหรือภาคใด
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่าผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะดำรงตำแหน่งใดเป็น กรรมาธิการสามัญ ของ สปช. ไม่ได้จนกว่าการดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ และเพื่อประโยชน์ไม่ให้มีส่วนได้ส่วนเสีย ห้ามไม่ให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใน 2 ปี นับแต่วันที่พ้นตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
จากนั้นที่ประชุมได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ได้ท้วงติงของข้อเสนอของวิปฯสปช. ชั่วคราว โดยเฉพาะข้อห้ามที่ไม่ให้สมาชิก สปช. ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการอื่นใด ควบคู่กับการทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จนทำให้นายเทียนฉาย ระบุว่า ในข้อเสนอตามมติวิปฯ สปช. ชั่วคราว ประเด็นห้ามดำรงตำแหน่ง กมธ.ใดคู่ไปกับ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงประเด็นห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดภายใน 2 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอชะลอการพิจารณาไปก่อน และให้นำไปพิจารณาในช่วงพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุม สปช. ดังนั้นขอให้ที่ประชุมพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีได้มาซึ่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ขอให้ที่ประชุมได้ลงมติในข้อเสนอของวิปฯ สปช. ชั่วคราว ทันที โดยเสียงข้างมากของที่ประชุม 165 เสียง ต่อ47 เสียง เห็นชอบตามข้อเสนอของวิปฯ สปช. ชั่วคราว ทั้งมีผู้งดออกเสียง 10 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง
นายดุสิต เครืองาม สปช. อภิปรายเสนอว่าขอให้ฝ่ายเลขานุการสปช. นำเอกสารรวมถึงรายชื่อของผู้ที่กรอกใบสมัครเข้ารับการลงคะแนนเลือกเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สมาชิก สปช. ได้ศึกษาประวัติ และความรู้ ประสบการณ์ เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือก สปช. เข้าไปทำหน้าที่
จากนั้นนายเทียนฉาย ชี้แจงว่าขอให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับเลือกเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญและมีคุณสมบัติไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนด รับใบสมัครพร้อมกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งให้เจ้าหน้าที่หน้าห้องประชุมรัฐสภา ชั้น 2 ก่อนเวลา 12.00 น. ของวันที่ 29 ต.ค. จากนั้นในเวลา 14.00 น. ตนได้นัดประชุมสปช. นอกรอบอีกครั้งเพื่อลงคะแนนเลือกบุคคลเข้าไปทำหน้าที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต่อไป





