วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการจี้รัฐรื้อโครงสร้างองค์กรท้องถิ่น

"นักวิชาการ"จี้รัฐยกเครื่องโครงสร้างองค์กรท้องถิ่น ดึงปชช.ปฏิรูปแผนกระจายอำนาจ ป้องกันปัญหาคอรัปชั่น

ที่ห้องประชุมวายุภักษ์ 3 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ สถาบันพระปกเกล้าจัดงานเสวนาสู่ทศวรรษที่เก้า : ก้าวใหม่ของระบอบประชาธิปไตยไทย ครั้งที่ 5 ในหัวข้อ "ร่วมคิด ร่วมปฏิรูป : ข้อเสนอการปฏิรูปท้องถิ่นสู่การปฏิรูปประเทศไทย"

นายตระกูล มีชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การปฏิรูปกระจายอำนาจยุคนี้ไม่ง่าย เพราะมีแรงต้านเพื่อรักษาฐานอำนาจหน้าที่ ขณะเดียวกันรัฐก็เน้นการรวมศูนย์และวิตกกังวลสถานการณ์ความมั่นคง มากกว่าการกระจายอำนาจ ดังนั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดการกระจายอำนาจ โดยดำเนินการแบบบูรณาการ คำนึงถึงขนาด ขีดความสามารถ การเข้าถึงบริการสาธารณะ และการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงยกเลิกกฎระเบียบที่ทำให้องค์กรท้องถิ่นขาดอิสระ และแบ่งอำนาจ หน้าที่ของรัฐ กับท้องถิ่นให้ชัดเจน ต้องไม่ให้เป็นลักษณะการควบคุม สั่งการ แต่ต้องเป็นการร่วมมือทำงาน เพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนการกระจายอำนาจต้องเป็นเอกภาพ

นายศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องถือว่าการกระจายอำนาจเป็นวาระสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศ เพราะหากไม่สนับสนุนจริงจังการกระจายอำนาจจะไม่ก้าวหน้า โดยต้องเริ่มจากการพิจารณาภารกิจที่จะถ่ายโอนสู่ท้องถิ่นก่อนพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างให้เหมาะสมกับภารกิจ โดยโครงสร้างต้องมีขนาดเหมาะสม และมีมาตรการป้องกันการทุจริต ซึ่งรัฐต้องไปเน้นกำกับดูแล ไม่ใช่การควบคุม

นายโกวิทย์ พวงงาม อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ต้องทำให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมีศักยภาพและขีดความสามารถ เพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาประเทศ ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างสำนึกความเป็นพลเมืองเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เป็นเขตปลอดทุจริตคอรัปชั่น และปลอดการซื้อเสียง รวมทั้งต้องสร้างรากฐานประชาธิปไตย โดยต้องยุบองค์การบริหารส่วนตำบล และปรับเทศบาลทั้งหมด ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก ต้องยุบรวมกับเทศบาล ยกฐานะเทศบาลนครที่มีประชากรตั้งแต่ 3 แสนคนขึ้นไป ให้เป็นเทศบาลมหานคร โดยรวมเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าด้วยกัน พร้อมแก้ไขอำนาจหน้าที่และปรับโครงสร้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสำหรับท้องถิ่นระดับล่างให้มีเพียงเทศบาลระบบเดียว

ขณะที่นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปัญหาการเลือกตั้งท้องถิ่นมีอยู่จริง แต่ถูกขยายความมากเกินไป อาทิ ความรุนแรง การผูกขาดอำนาจของชนชั้นนำ การซื้อเสียง การเชื่อมต่อทางการเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับชาติ และการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นต้น ดังนั้นหากจะปฏิรูปการเลือกตั้งท้องถิ่น ต้องก้าวข้ามการถกเถียงเรื่องที่มา เพราะการเลือกตั้งคือวิธีได้มาซึ่งตัวแทนประชาชนที่ประชาชนมีส่วนร่วม และสามารถตรวจสอบได้มากที่สุด ที่ผ่านมาเราละเลยว่าประเทศไทยเหมาะสมการเลือกตั้งในแบบใด นอกจากไปบริหารการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรมากขึ้น จึงต้องมีการจัดการข้อพิพาท การคัดค้าน การนับคะแนน และการกำหนดวาระดำรงตำแหน่ง คุณสมบัติให้ชัดเจน หรือสนับสนุนพรรคการเมืองท้องถิ่น กำหนดโควต้าให้ผู้หญิงสมัคร และปรับเขตเลือกตั้งเป็นเขตเดียวทั้งระดับ

ส่วนนายทนงศักดิ์ ทวีทอง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ระบุว่า การปฏิรูปต้องได้รับการขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วนเพื่อเป็นข้อมูล เชื่อมโยงกับการทำงานของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขณะที่นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เห็นว่า องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจำเป็นต้องปรับบบทบาทให้เป็นผู้นำในระดับท้องที่ให้ได้ โดยต้องดึงประชาชนให้เป็นฐานของการขับเคลื่อนในการปฏิรูปเพื่อให้ตอบโจทย์อย่างแท้จริง