เปิดภารกิจ สปช.-กมธ.ยกร่างฯ

เปิดภารกิจ สปช.-กมธ.ยกร่างฯ

(รายงาน) เปิดภารกิจ สปช.-กมธ.ยกร่างฯ 319วันสู่รธน.ใหม่-ปฏิรูปประเทศ

การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นัดแรกเมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) นอกจากจะได้ชื่อประธานกับรองประธาน สปช.ทั้ง 2 คนแล้ว ยังได้ความชัดเจนเรื่องกำหนดเวลาของการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่าง รธน.) ด้วย

ความสำคัญของการแต่งตั้ง กมธ.ยกร่าง รธน.ก็คือ เมื่อ กมธ.ยกร่างฯนับหนึ่ง ก็จะส่งผลต่อ "ไทม์ไลน์" หรือกรอบเวลาของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ (กฎหมายลูก) ข้อเสนอการปฏิรูปประเทศ และยังสามารถมองเลยไปถึงห้วงเวลาของการเลือกตั้งใหม่ตามกติกาใหม่ได้ด้วย

ทั้งนี้ ในที่ประชุม สปช.ตอนหนึ่ง สมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นเรื่องการนับระยะเวลาการตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามมาตรา 32 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 กำหนดให้การแต่งตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุม สปช.ครั้งแรก ซึ่งที่ประชุมถกเถียงกันว่าจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ทำหน้าที่สำนักงานเลขาธิการ สปช.) ออกหนังสือเชิญประชุม สปช.นัดแรก หรือนับตั้งแต่วันประชุมนัดแรก คือ 21 ต.ค. 57

โอกาสนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ สปช.ด้านการเมือง ในฐานะว่าที่รองประธาน สปช.คนที่ 1 อภิปรายชี้แจงว่า วันที่สำนักงานเลขาธิการ สปช.ออกหนังสือเชิญประชุมนั้น เป็นการ "นัดประชุม" ไม่ใช่ "เรียกประชุม"

อย่างไรก็ดี การเรียกประชุม สปช.นัดแรกไม่ได้มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใด จึงต้องนำมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาประกอบการพิจารณา คือ "เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"

ฉะนั้นหากนับการประชุมนัดแรกเป็นหลัก กรอบเวลา 15 วันนับจากนี้ก็จะตรงกับวันที่ 4 พ.ย.57 ซึ่งเป็นวันที่ สปช.ต้องส่งรายชื่อ 20 คนไปทำหน้าที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และประธาน สปช.ต้องตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งคณะด้วย เข้าใจว่าทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ยึดถือวันที่ 4 พ.ย.เป็นวันสุดท้ายของการส่งชื่อหรือตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเช่นกัน

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะทำหน้าที่สำนักงานเลขาธิการ สปช. ได้จัดทำสารคดีเป็นคลิปวีดีโอเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นไปตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาสูงสุดตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวบัญญัติไว้ ดังนี้

1.เสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการประชุม สปช.ครั้งแรก ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 19 ธ.ค.57

2.กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับความเห็นหรือข้อเสนอแนะจาก สปช. และเสนอร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช. ครบกำหนดวันที่ 17 เม.ย.58

3.สปช.พิจารณาเสนอแนะและให้ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญภายใน 10 วัน นับแต่วันรับร่างรัฐธรรมนูญ ครบกำหนดวันที่ 26 เม.ย.58

4.สปช.ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญต่อประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน 30 วัน นับแต่วันพิจารณาเสนอแนะและให้ความเห็น ครบกำหนดวันที่ 25 พ.ค.58

5.กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ (รวมคำขอแก้ไขเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี และคสช.ด้วย) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ครบกำหนดวันที่ 23 ก.ค.58

6.สปช.พิจารณาและมีมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างฯจาก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ (ร่างที่พิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว) ครบกำหนดวันที่ 6 ส.ค.58

7.เมื่อ สปช.มีมติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ประธาน สปช.ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฯ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ สปช.มีมติ โดยขั้นตอนสุดท้ายนี้จะครบกำหนดวันที่ 4 ก.ย.58

รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 319 วัน!

.......................................................

อำนาจหน้าที่ของ "แม่น้ำสายที่ 4"

สปช.อาจเรียกได้ว่าเป็น "แม่น้ำสายที่ 4" ในภารกิจฟื้นฟูและปฏิรูปประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังเข้าควบคุมอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พ.ค.57

อำนาจหน้าที่ของ สปช.แบ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุด 2 ภารกิจ ได้แก่

1.เสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่าง รธน.) จำนวน 20 คน โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุม สปช.เป็นครั้งแรก

2.ประธาน สปช.มีหน้าที่แต่งตั้ง กมธ.ยกร่าง รธน.จำนวน 36 คน ประกอบด้วย ประธาน กมธ.ตามที่ คสช.เสนอ 1 คน, สปช.เสนอจำนวน 20 คน, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอจำนวน 5 คน, คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอจำนวน 5 คน และ คสช.เสนอจำนวน 5 คน ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่เรียกประชุม สปช.ครั้งแรกเช่นกัน

นอกจากนั้นเป็นภารกิจสำคัญที่มีกรอบเวลากำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวเช่นกัน แต่ไม่ด่วนเท่า 2 ภารกิจแรก ได้แก่

-เสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการประชุม สปช.ครั้งแรก

-ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปในด้านต่างๆ ตามมาตรา 27 วงเล็บ 1-11 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อเสนอต่อ สนช. ครม. คสช. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ

หากเรื่องใดเห็นว่าจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นใช้บังคับ ให้ สปช.จัดทำร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสนอต่อ สนช.เพื่อพิจารณาต่อไป แต่กรณีที่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ให้จัดทำเสนอต่อ ครม.เพื่อดำเนินการต่อไป

-พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำขึ้น

-สปช.อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ สปช.รับร่างรัฐธรรมนูญและได้พิจารณา เสนอแนะ รวมทั้งให้ความเห็นในเบื้องต้นเป็นเวลา 10 วัน

-กรณีที่ สปช.มีมติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ให้ประธาน สปช.นำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ สปช.มีมติ และเมื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับได้ โดยให้ประธาน สปช.ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ สปช.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จภายในเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สปช.ไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ จะมีผลให้ สปช.และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันสิ้นสุดลง

การดำเนินการแต่งตั้ง สปช.และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ รัฐธรรมนูญชั่วคราวฯ มีบทบัญญัติห้ามประธาน สปช. รองประธาน สปช. สมาชิก สปช. และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดเก่า ดำรงตำแหน่งใน สปช.และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่