"ดีเอสไอ" จ่อทำหนังสือถึงพระคนดังให้ส่งเอกสารรถหรูจดประกอบ หลังไม่นำรถเข้าตรวจสอบทั้งในภาคสมัครใจ และภาคบังคับ
ดีเอสไอจ่อทำหนังสือถึงพระคนดังให้ส่งเอกสารรถหรูจดประกอบ หลังไม่นำรถเข้าตรวจสอบทั้งในภาคสมัครใจ และภาคบังคับ พร้อมจัดชุดปฏิบัติการตามยึดรถผิดกฎหมายรอเพียงหนังสืออย่างเป็นทางการจากศุลกากร ด้านป.ป.ท.ตามไล่บี้ผลสอบวินัยขรก.ศุลกากร108 ราย ตรวจปล่อยรถเกรย์มาร์เก็ตสำแดงเท็จ
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการเรียกรถยนต์จดประกอบอีก 150 คัน ให้นำรถยนต์เข้ามาตรวจสอบในภาคบังคับว่า ขณะนี้ยังต้องรอให้พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีดีเอสไอ ทำหนังสือถึงกรมศุลกากรและอีก 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดวันเวลาและสถานที่ในการนำรถยนต์เข้ามาตรวจสภาพ โดยระหว่างนี้ดีเอสไอจะติดตามรถยนต์จดประกอบราคาแพงพร้อมทำหนังสือถึงผู้ครอบครองรถยนต์ที่ยังไม่นำรถเข้ามาตรวจสภาพทั้งในภาคสมัครใจและภาคบังคับให้ส่งเอกสารการนำเข้ารถยนต์มาให้ดีเอสไอตรวจสอบ โดยในจำนวนดังกล่าวมีรถยนต์ของพระภิกษุชื่อดัง (พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม) รวมอยู่ด้วย ส่วนขั้นตอนการติดตามรถยนต์จดประกอบกว่า 6,000 คันให้นำภาษีที่ชำระขาดมาชำระให้ครบถ้วนนั้น ยังต้องรอเอกสารที่เป็นทางการจากอธิบดีกรมศุลกากรอีกครั้ง
"การสอบสวนคดีหลบเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์หรูของดีเอสไอถือเป็นคดีที่ประสบความสำเร็จเพราะสามารถทำให้รัฐบาลมีคำสั่งยกเลิกจดทะเบียนรถจดประกอบ ซึ่งปิดช่องทางการหลบเลี่ยงภาษีผ่านการสำแดงเท็จ นอกจากนี้ส่วนวิเคราะห์อาชญากรรมยังสอบสวนจนพบรูปแบบการกระทำความผิดที่เชื่อมโยงเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีการขโมยรถยนต์จากต่างประเทศเข้ามาจดแจ้งเป็นรถจดประกอบและสามารถนำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกของไทยได้ รวมถึงการลักลอบนำรถยนต์ออกจากเขตปลอดอากร (ฟรีโซน) ของกรมศุลกากรอีกด้วย. หลังจากนี้ดีเอสไอพร้อมที่จะจัดชุดปฏิบัติการตามยึดรถยนต์ผิดกฎหมายทั้งหมด โดยขณะนี้รอเพียงเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการจากกรมศุลกากรเท่านั้น"พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าว
แหล่งข่าวจากชุดสอบสวนดีเอสไอเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่มีหน้าที่ตรวจปล่อยรถยนต์ที่นำเข้าผ่านท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือคลองเตยพบว่า เจ้าหน้าที่ผู้มีชื่อเป็นผู้ใช้บัตรคีย์การ์ดประจำตัวตรวจปล่อยรถจะอ้างตรงกันว่า ในวันที่มีการตรวจปล่อยรถตรงกับวันลาพักร้อน เจ้าของบัตรไม่ได้มาทำงาน จึงไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่คนใดแอบนำบัตรคีย์การ์ดประจำตัวไปใช้
นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ในสมัยที่พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมดำรงตำแหน่งเลขาธิการป.ป.ท.ได้เคยตรวจสอบกรณีหลบเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์หรือเกรย์มาร์เก็ต โดยสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อให้เสียภาษีต่ำ และมีการส่งสำนวนไปให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.). ไต่สวน นอกจากนี้ยังส่งเรื่องให้กรมศุลกากรในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบสวนวินัยข้าราชการที่มีหน้าที่ตรวจปล่อยรถยนต์ที่สำแดงราคาเท็จจำนวน 108 ราย. ป.ป.ท.จะเข้าใช้อำนาจตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 69 เข้าไปตรวจสอบว่าที่ผ่านมา กรมศุลกากรดำเนินการสอบสวนความผิดทางวินัยกับข้าราชการ 108 รายอย่างไรบ้าง
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นายประยงค์เปิดเผย ว่า ตนได้สั่งการให้สำนักงานป.ป.ท.เขตพื้นที่ต่าง ๆ เร่งตรวจสอบงบประมาณในการก่อสร้างสนามฟุตซอล เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับโรงเรียนที่มีการก่อสร้างต่ำกว่ามาตรฐาน และมีราคาแพงเกินจริง โดยกำหนดกรอบระยะเวลาการตรวจสอบไว้ 60 วัน เพื่อคัดแยกบุคลากรที่ส่อปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.). ไต่สวนและชี้มูลความผิด เนื่องจากผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าข้าราชการที่เข้าไปเกี่ยวข้องและอยู่ในข่ายที่จะถูกดำเนินคดีอาญามีตำแหน่งระดับ 9 ซึ่งอยู่นอกอำนาจสอบสวนของป.ป.ท.
นายประยงค์ กล่าวอีกว่า ในส่วนความผิดเกี่ยวกับการสมยอมราคาหรือการฮั้วประมูล ป.ป.ท.จะรวบรวมข้อมูลบริษัทเอกชนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการยื่นซองประมูลงานก่อสร้างสนามฟุตซอลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ชนะประมูลหรือบริษัทที่เข้าร่วมยื่นซองประมูลเป็นคู่เปรียบ ทั้งนี้เพื่อเสนอให้คณะกรรมการป.ป.ท.พิจารณามีมติให้ส่งสำนวนไปให้ป.ป.ช.เช่นกัน เพราะหน่วยงานอื่นไม่มีอำนาจสอบสวนความผิดฐานนี้ โดยจะเสนอให้ป.ป.ช.ส่งสำนวนมาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบสวนเพื่อให้คดีเดินหน้าด้วยความรวดเร็ว โดยล่าสุดพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์. อธิบดีดีเอสไอ. ได้มอบหมายให้พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจน์นิรันดร์กิจ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 2 และพ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง เข้ามาร่วมประชุมกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกับป.ป.ท.แล้ว





