"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ พอใจเวทีอาเซมให้การต้อนรับดี ฝากอียูช่วยยกระดับสินค้าเกษตร วอนไทยอย่าตื่นตระหนกโรคอีโบลา
ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย ยุโรป ที่นครมิลาน ประเทศอิตาลี ว่า ผู้นำที่เข้าร่วมประชุมทุกประเทศให้เกียรติกับประเทศไทย รัฐบาลไทย การจัดการต้อนรับ การรักษาความปลอดภัย ถือว่าเป็นมาตรฐาน ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด โดยปัญหาที่ที่ประชุมให้ความสำคัญกันมากคือการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ในโอกาสนี้ตนได้มีโอกาสเปิดประเด็นให้ที่ประชุม เห็นว่า อาเซียนมีมีความพร้อมในเรื่องของอาหารและพลังงานทดแทน ซึ่งตนต้องการให้เห็นความสำคัญว่า ประเทศไทยและอาเซียนเป็นแหล่งอาหารสำคัญ และช่วงที่ได้มีการหารือกับผู้นำอาเซียนนั้นมีความเห็นว่าเราควรจะต้องดูเรื่องนี้เป็นพิเศษไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหา เพราะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องของราคาสินค้า ตนได้เสนอไปว่าอยากให้สหภาพยุโรป มองในบทบาทของการเป็นประชาคมโลก คือ ต้องดูแลมนุษยชาติ โดยในปีหน้าหลายๆประเทศนั้นจะปลูกพืชไม่ได้ เพราะน้ำแล้ง ถ้าเรายังมีความพร้อมก็จะกลายเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ จึงอยากให้ยุโรป หรือผู้ที่อยู่ในสถาณะที่ดีกว่าให้การสนับสนุน และยกระดับสินค้าเกษตร
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนในการหารือเต็มคณะนั้น ที่ประชุมได้ตระหนักถึงความอันตรายที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงมากจนเพาะปลูกไม่ได้ และเรื่องของโรคอีโบลา วันนี้ที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อมากขึ้น โดยประเทศไทยได้ให้การช่วยเหลือในเรื่องของอาหาร ส่วนการแพทย์ เราต้องศึกษาดูก่อนว่าเรามีความพร้อมหรือยัง ซึ่งประเทศใหญ่นั้นมีความพร้อมตรงนี้แล้ว ถือว่าไทยนั้นโชคดีที่ยังไม่มีใครติดเชื้อ ถ้าไม่นำเชื้อจากในพื้นที่มาก็ไม่เกิด ปัญหาของเราคือต้องสกรีนป้องกันให้ได้ วันนี้เราได้รับความชื่นชมในระบบป้องกันที่ดี จนทำให้ปัญหานี้ในอาเซียนยังไม่เกิด และขอให้คนไทยอย่าตื่นตระหนก โดยตนได้เสนอต่อที่ประชุมว่าเราได้แก้ปัญหาเรื่องโรคซาร์ ไข้หวัดนก ในประเทศและอาเซียนอย่างได้ผล โดยวิธีการคือต้องบูรณาการกันให้ได้ แล้วหาทางออกร่วมกัน ไม่เช่นนั้นประชาชนจะตื่นตระหนก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งสิ่งนี้ต้องระวัง นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการรายงานถึงเศรษฐกิจโรคที่หยุดชะงักด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนประเด็นความมั่นคงนั้น ประเทศไทยจะทำตามข้อตกลงในการร่วมกันป้องกันการก่อการร้ายการใช้ความรุนแรงต่างๆ สนับสนุนการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ซึ่งตนได้ชี้แจงเพิ่มว่าเราต้องมองว่าวันหน้าถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ไปเรื่อยๆแล้วจะทำอย่างไร ซึ่งปัญหาบางประเทศมาจากความยากจน ความเหลื่อมล้ำ โดยตนได้ให้เครดิตว่าสหภาพยุโรปต้องมีบทบาท ในการหาทางว่าจะทำอย่างไรให้โลกนี้ไม่มีความขัดแย้งเหมือนที่รัฐบาล กำลังทำอยู่ในเวลานี้ ในการไม่ให้มีความขัดแย้งอีกต่อไป
" ผมได้มีโอกาสชี้แจง ต่อผู้นำในอาเซียนถึงสถานการณ์ประเทศไทย ซึ่งก็ไม่มีข้อสงสัยแต่อย่างใด โดยผมพูดไม่ให้เกิดความเสียหาย เพราะเป็นเรื่องในประเทศ โดยบอกเพียงว่าเรามีปัญหาเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง ต้องให้เวลาเราทำงาน แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามประเทศไทยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนต่อประชาคมโลกทั้งหมด มีการร่วมมือทางการค้าการลชงทุนเหมือนเดิม และจะขยายความร่วมมือต่างๆออกไปด้วย " นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า จากกรณีที่มีข่าวการประท้วงตนนั้น ตนไม่เห็นสักคน ส่วนรูปนั้นคงจะไปถ่ายที่ไหนมา มีการชูป้าย รวมกลุ่ม ซึ่งที่อิตาลีก็มีการประท้วงของเขาเหมือนกัน โดยเท่าที่ทราบฝ่ายรักษาความปลอดภัยของอิตาลี ได้รายงานว่า มีกลุ่มคนไทย 3-4 คนถือป้ายไปรวมในนั้นด้วย ทำให้มองดูเยอะแต่คนละเรื่องไม่ได้ประท้วงเรา ตนก็ขอให้พิจารณาเรื่องนี้กันเอาเอง ทั้งนี้ตนเห็นคนไทยที่มาต้อนรับบางคนร้องไห้ดีใจ ที่ได้เจอตน และคณะคนไทยบอกว่าฝากประเทศไทยไว้ด้วย ตนบอกไม่ต้องห่วงจะดูแลให้ดีที่สุด ยิ่งทำให้ตนมีแรงใจ เขาไม่ได้รักตนแต่รักประเทศไทย
“ผมรู้ว่าทุกคนห่วงใยว่าเดินทางทริปนี้เป็นอย่างไร ผมถามกระทรวงการต่างประเทศ ทุกคนก็บอกว่าได้รับการตอบรับที่ดี ทุกประเทศได้รับการให้เกียรติอย่างเท่าเทียม ผมได้มีโอกาสทักผู้นำทุกคน ก็ไม่เห็นเขารังเกียจ อะไรผม บอกฟรอมไทยแลนด์ เขาก็บอกรู้จัก เคยไป ประเทศไทยสวยงาม อยากไปอีก ไม่เห็นมาพูดเรื่องของผมเลย ซึ่งนั่นคือความงดงามของเรา เราอย่าใช้ความขัดแย้งทำลายมันไม่คุ้มค่า” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ประเทศในอาเซียน ร่วมทั้งจีน ญี่ปุ่น พร้อมให้ความร่วมมือกับเรา โดยเราเตรียมการลงทุนไว้พร้อมแล้ว โดยเปิดเผย บางเรื่องเป็นแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล ต้องหารือในหลักการ โดยต่อไปจะเป็นการประสานงานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีทุกสัปดาห์ตนจะมอบให้ไปสืบสานต่อ ซึ่งต่อไปนี้ทุกการพูดคุยกับต่างประเทศต้องไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนอาเซียนเข้มแข็ง ไทยต้องเข้มแข็ง ตีกันไปก็ไม่เกิดประโยชน์
นายกฯ กล่าวว่า สื่อต้องช่วยในการสร้างความเข้าใจให้กับต่างประเทศ บางครั้งสื่อต่างประเทศก็เอาข่าวจากเราไปขยายความต่อ ซึ่งตนได้เคยเชิญมาอธิบายทำความเข้าใจแล้ว ซึ่งสื่อในประเทศต้องช่วยให้ข้อมูลกับสื่อต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย ตนไม่ได้ห้ามว่าจะเสนออะไรไม่ได้เลย ก็เสนอข้อเท็จจริงไป และเขียนปัญหาที่ยังสงสัยนิดหน่อย แต่แค่นิดหน่อยก็แย่แล้ว เขียนซะลึกจนคิดว่าตำรวจจะไม่รู้เชียวหรือ ฉะนั้นถ้าพูดไปแล้วมันเกินเลย มันไม่ใช่ก็เสียหายส่วนรวม ซึ่งตนไม่ได้ตำหนิ แต่ให้คิด ซึ่งในหลักการตนไม่ได้ควบคุมสื่ออะไรทั้งสิ้น แต่อะไรที่เป็นผลเสียต่อประเทศชาติ อันนี้เราแก้กันเอง ตนได้บอกไปว่าเรายุติความขัดแย้งทั้งหมด เพื่อให้เกิดความมั่นคง มีเสถียรภาพ เพื่อเกินหน้าเศรษฐกิจ และไปสู่ประชาคมโลกได้ ปัญหาที่เป็นเรื่องภายในตนขอให้เป็นเรื่องของเรา ต้องให้เวลาเรา ในการแก้ปัญาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ไปสู่ประชาธิปไตยที่ถาวรเหมือนที่นานาประเทศในโลกเป็น ซึ่งผมก็ได้บอกทุกประเทศไปแบบนี้ เขาก็ตอบเยสๆ หมด ไม่เห็นไล่ซักเลย ส่วนกรณีบุคคลที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศนั้นสามารถกลับมาประเทศไทยได้ ตนไม่ได้ห้าม
ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินผลการออกสู่ต่างประเทศครั้งนี้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถือเป็นทริปแรกของตน โดยพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ได้เดินทางไปเตรียมการไว้ก่อน สร้างความเข้าใจไว้ก่อน เราต้องทำแบบนี้ โดยพล.อ.ธนะศักดิ์ ประเมินไว้ว่าหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ คือในเรื่องของการประชุม ในข้อตลงความร่วมมือ
“สิ่งที่ผมทำวันนี้คือเราใช้ทุกอย่างแสดงออกด้วยความสร้างสรรค์ แก้ไขปัญหาและเตรียมการต่อไปในระยะสั้น กลาง ยาว ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายการปฏิรูปนั้นมี 3 ระยะหมด ต้องให้เวลาและทำความเข้าใจว่าเราออกมาเพื่ออะไร ซึ่งไม่มีใครได้ทั้งหมด ต้องมีการเฉลี่ยเพื่อให้ได้ความเป็นธรรมนี่คือหลักการของกฎหมาย ผิดคือผิด ถูกคือถูก ส่วนความเท่าเทียมนั้นต้องคุ้มครองคนที่มีรายได้น้อย และให้ความไว้ใจกับคนที่มีรายได้สูง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่ามีโอกาสได้หารือกับผู้นำมาเลเซียในระหว่างการประชุมที่อิตาลีถึงการพูดคุยสันติสุขหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คุยในหลักการชั้นต้นจบแล้วโดยตนเรียนผู้นำมาเลเซียไปว่าไทยมีการตั้งคณะทำงานให้เป็นสากล มีคณะใหญ่และคณะย่อย ซึ่งเป็นมาตรฐานของการพูดคุย ผู้นำมาเลเซียก็ตกลง ทั้งนี้หากเรามีมาตรฐานเขารับได้ ส่วนเรื่องการสร้างความเข้าใจ ลดความขัดแย้ง ซึ่งเป็นเรื่องภายในของเรา เหมือนที่ตนเคยพูดว่าปัญหาคือความยากจน ความเหลื่อมล้ำต่างๆ หากทุกคนมีงานทำมีรายได้ ความขัดแย้งก็ลดลงประเทศก็ยกระดับขึ้น ซึ่งขณะนี้เราอยู่ในขั้นตอนที่กำลังจะไปสู่รายได้ปานกลาง แต่เมื่อมีปัญหาขัดแย้งก็ยังเดินหน้าไม่ได้
ส่วนเรื่องปัญหาชายแดนเราคุยกันหมดแล้ว จุดไหนปักปันเขตแดนได้ก็ปักเลย ตรงไหนปักไม่ได้ก็คุยกันต่อไป คณะกรรมการมีอยู่แล้ว ส่วนไหนจำเป็นต่อการค้าเปิดได้ให้เปิดเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ส่วนการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 พื้นที่นั้น เราต้องสร้างเมืองเศรษฐกิจขึ้นมา ซึ่งเราปฏิบัติแล้ว ต่างประเทศพร้อมจะร่วมลงทุน หลังได้ฟังยุทธศาสตร์จากเรา ทั้งนี้เราต้องรักษาศักดิ์ศรีความเป็นไทยของเราไม่ใช่ขอเขาหมด นอกจากนี้ต่างประเทศยังห่วงในเรื่องทุจริตผิดกฎหมาย เรื่องของการดูแลแรงงาน ซึ่งเขาบอกว่ามาตรฐานดี แต่สื่อสารไม่รู้เรื่อง ซึ่งเราต้องพัฒนาเรื่องของภาษาอังกฤษด้วยเพื่อสื่อสารกับโลกได้
พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวตอนท้ายการสัมภาษณ์ด้วยว่า สวัสดีครับ คิดถึง เมื่อเครื่องบินถึงประเทศไทย ยังพูดกันเลยว่าที่ไหนก็ไม่เหมือนบ้านเรา ถึงแม้จะขัดแย้ง จะมีปัญหาก็เป็นประเทศไทย ที่อบอุ่น ไปเมืองนอกนั้นไม่มีจิตวิญญาณที่เป็นความหลากหลายเหมือนบ้านเรา อากาศก็หนาว กิจกรรมก็น้อยต่างคนต่างอยู่ในบ้าน





