"นายกฯประยุทธ์" ชี้เหตุเผาโรงเรียน ฝีมือผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อหวังสร้างความหวาดกลัว สร้างเหตุการณ์ให้โลกรู้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกิดเหตุเผาโรงเรียน ที่จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาที่ทับซ้อนมายาวนาน วันนี้เราได้มีการปรับโครงสร้างทุกหน่วยงานมาขับเคลื่อนโดยรัฐบาลแม้กฎหมายจะแยกกันก็ตาม แต่วันนี้เราก็มีคณะกรรมการนโยบายขับเคลื่อนผู้ปฏิบัติศาลแพ่ง กอ.รมน. ศอ.บต. กระทรวง ทบวง กรมก็ได้มีการขับเคลื่อนทั้งหมดแต่ต้องยอมรับว่าปัญหาในพื้นที่ภาคใต้เป็นปัญหาที่ซับซ้อนเกิดมาเป็นเวลาหลายร้อยปีรวมทั้งประวัติชาติพันธุ์
จึงทำให้มีคนคิดยุแหย่เรื่องต่างๆ เหล่านี้ รัฐบาลก็พยายามจะปรับเปลี่ยนซึ่งถ้ารัฐบาลไม่ทำใช้การปราบปรามอย่างเดียวไม่มีการพัฒนาเราเสียอย่างแน่นอน เพราะจะเกิดเหตุคนเจ็บคนตายมากกว่านี้ วันนี้แม้สถิติเหตุการณ์ต่างๆ จะลดลง แต่พวกเราทุกคนไม่เคยมีความสุขเพราะแค่เสียชีวิตหนึ่งคนเราก็ยอมไม่ได้ ตนจึงไม่อยากใช้คำว่าสถิติลดลงคนตายลดลงจากร้อยเหลือ 50 คนเพราะถือเป็นชีวิตของทุกคน แต่อย่าลืมว่าเจ้าหน้าที่เองก็ตายด้วย
"สิ่งที่สื่อต้องช่วยผมต้องเสนอข่าวว่าทำไมคนเหล่านี้จึงต้องมาใช้ความรุนแรงกับเราแบบนี้ ที่ผ่านมาเราไม่เคยไปฝืนใจหรือบังคับ เราให้และทำให้ทุกอย่าง คนไทยพุทธยังไม่ได้เท่านี้เลย ผมก็รักทุกคน ผมเองก็อยู่ในพื้นที่มาโดยตลอด แต่พอมีเรื่องขึ้นมาวันนี้ก็มาหาว่าเป็นการตบหน้านายกฯ มาตบผมตรงไหน ผมก็พยายามทำให้เหตุการณ์มันลดลง ปรับตรงโน้นแก้ตรงนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เร่งทำงานที่ผ่านมาเดินมา 7 ยุทธศาสตร์ และไม่ใช่ว่าเรื่องจะจบได้โดยเร็ว ดูทั้งเรื่องความมั่นคงเรื่องความปลอดภัยทรัพย์สิน การพัฒนา การสร้างความเข้าใจ การแสวงหาจุดร่วมท่ามกลางความขัดแย้งมีการทำงานทั้งหมด 20 ด้านมีคนทำงานกว่า 6 หมื่นคน ถ้าถามว่าทำไมปัญหายังไม่จบก็บอกได้ว่ามันเป็นการต่อสู้ทางความคิด โดยลักษณะการปลูกกระแสว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เรื่องของศาสนา เจ้าหน้าที่ดังนั้นประเด็นการพูดคุยสันติสุขจึงเกิดขึ้น โดยรัฐไม่ได้มองว่าพวกเขาเป็นศัตรูถือว่าเป็นคนไทยทุกคน เป็นไทยมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จลงพื้นที่หลายสิบปีถึงยังอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่ทำป่านนี้คงไม่อยู่กับเราแล้ว ไปไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถรับทราบมาตลอดว่าคนใต้เป็นคนน่ารัก มีฝีมือตัดเย็บอะไรก็ชนะได้ที่หนึ่งไม่มีภาคไหนปักผ้าได้สวยเท่าภาคใต้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นประเมินหรือไม่ว่าคนในพื้นที่ต้องการอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คนส่วนใหญ่ในพื้นที่ต้องการความสงบสุขแต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถอยู่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ฝ่ายที่ไม่หวังดีก็แอบซ่อนเข้ามา ดังนั้นเราต้องสร้างคนเหล่านี้ให้มีความเข้มแข็งด้วยการพัฒนา แต่กลุ่มผู้ไม่หวังดีก็จะใช้ความรุนแรงเข้ามาฆ่าประชาชน จึงทำให้คนไม่กล้าเข้ามาหารัฐทั้งที่ทุกวันนี้มีคนจำนวนมากต้องการเข้ามาหาฝ่ายรัฐ กลุ่มที่ต้องการกลับบ้านก็มี ต้องการมาร่วมมือกับรัฐก็มี แต่ก็ถูกฆ่าและตนเชื่อว่าผู้ก่อความไม่สงบไม่ใช่คนมุสลิมแต่เป็นคนที่ไม่มีศาสนามากกว่า เพราะถ้ามีศาสนาคงไม่ฆ่าคน
ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ที่ก่อเหตุเผาโรงเรียนมีรายงานว่ามากัน 40 คนเป็นคนในพื้นที่หรือมาจากที่อื่น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังติดตามอยู่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กำลังดูอยู่แล้ว กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพยายามที่ก่อเหตุจุดนั้นจุดนี้แต่มีไม่มาก ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาถึงแผนป้องกันและมาตรการต่างๆ รวมทั้งการข่าวซึ่งก็ต้องมาปรับแก้กัน
เมื่อถามว่ายังมีพื้นที่สีแดงอีกจำนวนเท่าไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "วันนี้ไม่มีแดง วันนี้มีพื้นที่ความมั่นคง 136 หมู่บ้าน ทั้งหมด 3 จังหวัด 4 อำเภอ มีทั้งหมดกว่า 2,000 หมู่บ้าน ซึ่งเราแบ่งออกเป็น 3 เกรด คือ 1.พื้นที่ที่มีการก่อเหตุจำนวน 136 หมู่บ้าน 2. ระดับกลางมีพันกว่าหมู่บ้านที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเรื่องความมั่นคง และ 3.เป็นหมู่บ้านที่มีการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบไม่มีการบาดเจ็บหรือสูญเสีย วันนี้เหลือเพียง 136 หมู่บ้าน ซึ่งไม่ได้เกิดเหตุทุกวันโดยเราก็ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการแก้ปัญหาทางฝ่ายสันติสุขก็ต้องคุยไป ในส่วนการพัฒนาก็เร่งลงไปในพื้นที่ตอนนี้ทุกกระทรวงเร่งทำงานกันทั้งหมด ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ และการสร้างรายได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีทุกที่ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ ยืนยันว่าผมแก้ปัญหาทั้งหมดอยู่ร้อยแปดพันเรื่อง ทำกันจนจะตายอยู่แล้ว"
เมื่อถามว่าเหตุใดวิธีการเผาโรงเรียนจึงถูกนำมาใช้อีก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องไปถามคนที่เผา เป็นเพราะต้องการสร้างความหวาดกลัวเปิดช่องทางการสื่อสารทางสังคม สร้างเหตุการณ์ให้สากลโลกรู้ สื่อก็เป็นเครื่องมือในการโฆษณาช่วยผู้ก่อความไม่สงบต่อไป วันนี้ฝ่ายก่อความไม่สงบใช้กำลังสู้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่ได้ก็หันมาใช้วิธีการโฆษณาให้ต่างชาติได้เห็นเดี๋ยวก็เข้ามา
เมื่อถามว่ากลุ่มอาร์เคเคซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ก่อเหตุยังมีอยู่จำนวนมากในพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนพูดมาหลายครั้งแล้วว่าจำนวนลดลงเรื่อยๆ แต่ก็มีการปะทะกันมากแต่มีไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวบ้านปะปนอยู่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ถึงเวลาก็ออกไปยิงคน ขอร้องสื่อว่าอย่าตกเป็นเครื่องมือหรือขยายความให้ผู้ก่อเหตุความไม่สงบ ต้องดูว่าอะไรที่เสนอข่าวแล้วเป็นข้อเท็จจริงและเกิดประโยชน์ต่อบ้านและประเทศเราก็สมควรที่จะทำ ถ้าไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศเสนอข้อเท็จจริงก็ควรจบไม่ควรไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อว่าเจ้าหน้าที่ก็ใช้ไม่ได้ แล้วเราจะได้อะไรขึ้นมา ผลประโยชน์ก็จะไปตกอยู่กับฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้น ทำให้ต่างประเทศรับรู้รับทราบ
ต่อข้อถามว่ารัฐบาลมีแผนงานที่จะพัฒนาในพื้นที่อย่างเข้าถึงได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทำงานมาโดยตลอดมีการขับเคลื่อนโดยทุกหน่วยงานจากทุกกระทรวง เพียงแต่ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องงบประมาณ ไม่ยอมทำงานกันจึงทำให้เกิดปัญหาจึงต้องมาทำกันวันนี้





