วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดไอเดียปฏิรูป'สปช.ป้ายแดง'

เปิดไอเดียปฏิรูป สปช.ป้ายแดง "คำนูญ"ขอนั่ง กมธ.ร่าง รธน. "บุญเลิศ"เล็งปฏิรูปจริยธรรมสื่อ

ในช่วงที่เพิ่งมีการประกาศรายชื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 250 คน และสำนักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้เปิดให้ สปช.ใหม่เข้ารายงานตัว ปรากฏว่ามีสมาชิกหลายคนแสดงความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ "กรุงเทพธุรกิจ" เห็นว่ามีความน่าสนใจ จึงรวบรวมมานำเสนอ

"คำนูญ"ขอนั่ง กมธ.ร่าง รธน.

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิก สปช. กล่าวว่า สปช.ไม่ได้ทำหน้าที่ออกกฎหมาย แต่เป็นลักษณะของสภาที่ปรึกษาเพื่อเสนอแนะแนวทางไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ข้อดีของ สปช.คือการแสดงความคิดเห็นได้อย่างกว้างขวาง ส่วนผู้ที่เหมาะสมจะเป็นประธาน สปช.นั้น ยังไม่มีชื่อในใจ แต่ควรเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และให้โอกาสสมาชิกแสดงความเห็นในการประชุมให้มากที่สุด

สำหรับการส่งตัวแทนสมาชิก สปช.ไปเป็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ร่าง รธน.) นั้น จะต้องหารือแนวทางร่วมกันใน สปช.ก่อนว่าจะมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกตัวแทนอย่างไร โดยบุคคลที่เหมาะสมต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และต้องทำงานกันเป็นทีม ซึ่งหากตนได้รับเลือกก็พร้อมเข้าไปทำหน้าที่ เพราะศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญมานาน

"บุญเลิศ"เล็งปฏิรูปจริยธรรมสื่อ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สปช. อ่านแถลงการณ์หลังจากเข้ารายงานตัวว่า ขณะนี้กำลังเข้าสู่ห้วงเวลาของการปฏิรูปประเทศและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจกันก้าวไปข้างหน้า กระบวนการทำงานของ สปช.และ กมธ.ร่าง รธน.ต้องสอดคล้องกัน โดยต้องสร้างบรรยากาศประชาธิปไตยที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง และในฐานะที่เป็น สปช.สายสื่อสารมวลชน จึงมีความสนใจเกี่ยวกับงานด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และเรื่องจริยธรรมสื่อมวลชน

"จุตินันท์"ตั้งเป้าแก้เหลื่อมล้ำ

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี สปช. กล่าวว่า ในฐานะ สปช.สายเศรษฐกิจ อยากจะลดช่องว่างด้านรายได้เพื่อสร้างความเสมอภาคให้มากขึ้น รวมถึงการสร้างความพร้อมเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเริ่มขึ้นในปีหน้า แต่ขณะนี้ในหลายมิติไทยยังไม่มีความพร้อม

ส่วนบุคคลที่จะเป็นประธาน สปช.นั้น นายจุตินันท์ บอกว่า ต้องมีประสบการณ์ และเป็นบุคคลที่มีความคิดเปิดกว้าง แต่ยังไม่มีชื่อบุคคลใดในใจ

"พารณ"เน้นพัฒนาคุณภาพ"คน"

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา สปช.ที่มีความอาวุโสสูงสุด กล่าวว่า กฎหมายบ้านเราเก่าแก่ล้าสมัยมาก ปรับตามโลกไม่ทัน ตอนนี้จึงเป็นโอกาสดีที่สุดของประเทศไทยที่จะต้องปรับเปลี่ยนกฎหมายต่างๆ ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพราะการขับเคลื่อนการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมนั้น คนดีและเก่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนทุกอย่าง แต่ถ้ากฎหมายล้าสมัยก็จะเป็นกับดักในการพัฒนาประเทศทุกเรื่อง

"ผมอยู่บริษัทเอกชนมาเกือบ 40 ปี เชื่อว่าพนักงานคือสมบัติที่ดีที่สุดของบริษัท ดังนั้นจึงมีความเชื่อว่าคนไทยเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดของประเทศ จึงขออุทิศชีวิตบั้นปลายเพื่อพัฒนาคุณภาพคนไทยและเด็กไทยให้สู้ได้ในโลก" นายพารณ ตอบคำถามที่ว่ามีความตั้งใจอะไรเป็นพิเศษในการทำหน้าที่ สปช. ส่วนประธาน สปช.นั้น เขามองว่าสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ควรจะเป็นนักกฎหมาย เป็นคนที่ได้รับการยอมรับสูง ประวัติการทำงานใสสะอาด ไม่โกง

"เอนก"ประธาน สปช.ต้องเป็นกลาง

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สปช. กล่าวว่า สปช.ทุกคนควรตระหนักร่วมกันว่า สปช.ไม่ใช่สภาการเมืองเหมือนเช่นวุฒิสภา หรือสภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นสภาเพื่อบ้านเมือง ซึ่งจะต้องคิดและทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองและเพื่อส่วนรวมเป็นหลัก

ส่วนบุคคลที่มีความเหมาะสมในการทำหน้าที่เป็นประธาน สปช.นั้น ยืนยันว่ายังไม่มีใครอยู่ในใจ แต่เห็นว่าควรเป็นบุคคลที่ต้องวางกฎเกณฑ์กติกาภายในและระเบียบการทำงานให้ดีที่สุด โดยสาเหตุที่ต้องเลือกประธานให้ดี เพราะในอดีตที่ผ่านมาเราไม่เคยมี สปช.มาก่อน เพราะฉะนั้น สปช.จะทำงานเช่นไรก็ขึ้นอยู่กับตัวประธานสปช.

"สิ่งสำคัญที่สุด คือ ประธาน สปช.ต้องไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ต้องรับฟังความเห็นของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน มีจิตใจที่ดี ให้เกียรติเพื่อนสมาชิก ประสานงานกับทุกฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เป็นการออกคำสั่งกับคนที่มีตำแหน่งต่ำกว่า"

"พงศ์โพยม"ชูปฏิรูป อปท.3เรื่อง

นายพงศ์โพยม วาศภูติ สปช.ด้านปกครองท้องถิ่น และอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จุดยืนของตนในเรื่องการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น คือ อยากเห็นประชาชนในพื้นที่เข้มแข็ง และให้ฝ่ายการเมืองหรือข้าราชการเข้าไปช่วยเหลือทางตรงน้อยลง เพื่อให้ประชาชนเดินได้ด้วยตัวเอง เปลี่ยนจากประชาชนเป็นพลเมืองโดยผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในเรื่องการกระจายอำนาจ ดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับ อปท.

สำหรับสมาชิกสภาท้องถิ่นอาจจะมีเลือกตั้งส่วนหนึ่ง อีกส่วนอาจมาจากสายอาชีพ ภาคชุมชน หรือเป็นสภาคู่กัน สภาหนึ่งเป็นสภาทางการ อีกสภาเป็นสภาภาคประชาชน

การปฏิรูป อปท.แบ่งเป็น 3 เรื่อง คือ 1.เรื่องประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ การปกครองตนเอง 2.ประสิทธิภาพของ อปท. และ 3.ความโปร่งใสของ อปท. ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก

"ผมเห็นด้วยกับ คุณชาติชาย ณ เชียงใหม่ สปช.ด้านปกครองท้องถิ่น ที่เสนอว่าไม่จำเป็นที่โครงสร้าง อปท.จะเหมือนกันทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพฯ เมืองพัทยา ภูเก็ต เป็นเขตปกครองพิเศษ ทำไมจังหวัดอื่นถึงจะเป็นเขตปกครองพิเศษไม่ได้ จึงอยากให้โครงสร้างท้องถิ่นสามารถมีรูปแบบที่ยืดหยุ่น โดยมีส่วนกลางคอยกำหนดกรอบของการบริหาร"