"ปริดิยาธร"เผยหารือทูตสหรัฐทุกเรื่อง โวทำงานดีกว่ารัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง เชื่ออเมริกามีความเชื่อมั่น
ภายหลังนางคริสตี้ เคนนี่ย์ (Mrs. Kristie Kenney) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ หม่อมราชวงศ์ปรีดียาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ณ ห้องรับรอง1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล รองนายกฯ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มีการพูดคุยหลายเรื่อง เนื่องจากนางคริสตี้หมดวาระและจะกลับสหรัฐจึงไม่มีอะไรที่จะเสนอใหม่ แต่มาเพื่ออยากรู้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลทำงานจริงหรือไม่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ และด้านต่าง ๆ เช่นเรื่องข้าว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งตนได้อธิบายและสหรัฐฯก็เข้าใจ เนื่องจากสหรัฐฯเป็นประเทศใหญ่ เราจึงต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ ทั้งนี้เมื่อสหรัฐฯเห็นว่าเราทำงานจริง ก็มีความเชื่อมั่น ซึ่งบางคนกลัวว่ารัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะเข้ามาแล้วนั่งเฉย ๆ ไม่ทำงานอะไร เพียงแต่มารักษาสถานการณ์ แต่ความจริงคือไม่ใช่
"เมื่อได้อธิบายว่าเราเข้ามาเพื่อทำงานให้เร็วและทำให้สำเร็จ เรื่องปฏิรูปก็ทำไป แต่เมื่อปฏิรูปเสร็จก็มารับงานต่อไปสหรัฐฯจึงอาจเห็นว่าทำงานดีกว่าสมัยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียด้วยซ้ำ"รองนายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าทูตสหรัฐให้ความสนใจในเรื่องใดเป็นพิเศษ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทูตสหรัฐให้ความสนใจในทุกเรื่อง หลังจากรัฐบาลเข้ามาทำงานกว่า 3 อาทิตย์ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่เราได้ประกาศไป ก็ได้สอบถามหมดทุกเรื่อง ซึ่งเราก็ได้อธิบายว่าแต่ละเรื่องเราทำอร่างไรไปบ้าง และได้ประโยชน์อะไร เพื่อสร้างความมั่นใจให้สหรัฐ ส่วนความร่วมมือของนักธุรกิจไทยและอเมริกายังมีอยู่ เพราะเราไม่เคยทะเลาะกัน ทั้งนี้จากท่าทีดูจากแววตาของท่านทูตในวันนี้แล้ว เชื่อว่าเขาเข้าใจ นอกจากนี้ในเรื่องสิทธิพิเศษทางภาษีที่ไทยอาจจะถูกยกเลิกหากเปลี่ยนแปลงจากประเทศที่มีรายได้น้อยไปสู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางนั้น ยังไม่มีการหารือในครั้งนี้ แต่คงจะใช้โอกาสในการหารือกับอัครราชทูตคนใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งต่อไป
ขณะที่เว็บไซต์ทางการของทำเนียบรัฐบาล www.thaigov.go.th เปิดเผยการหารือผ่านหน้าเว็บไซต์ว่า รองนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้พบกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในวันนี้ พร้อมย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความร่วมมือในอนาคตซึ่งรองนายกฯได้ชี้แจงนโยบายปฏิรูปด้านต่างๆของไทยที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกามีความสนใจ โดยไทยมีแผนพัฒนาเครือข่ายการขนส่งและสาธารณูปโภค โดยเฉพาะการเพิ่มความเชื่อมโยงในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย รวมทั้งการปฏิรูปด้านพลังงานเพื่อจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สะท้อนต้นทุนและประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ไทยมีความยินดีหากต่างประเทศมีความสนใจร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว ทั้งนี้เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกามั่นใจว่าหากมีแผนการออกมาเป็นรูปธรรมแล้วนักลงทุนของสหรัฐอเมริกาจะมีความสนใจร่วมลงทุนอย่างแน่นอน
ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือกันในประเด็นกรอบข้อตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา หรือ TIFA ที่เปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศหารือในเรื่องที่มีความกังวล ไม่ว่าจะเป็นการประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยหรือประเด็นด้านศุลกากรและความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียน-สหรัฐอเมริกา จึงเป็นเวทีสำคัญที่จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและช่วยเพิ่มความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน โดยต่างเห็นพ้องกันว่า ควรจะเร่งกำหนดจัดประชุมซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ และควรใช้เวทีนี้หารือกันในประเด็นการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP ระหว่างกัน
เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาได้กล่าวชื่นชมไทยที่มีความก้าวหน้าด้านการแพทย์อย่างมาก โดยเฉพาะการวิจัยและการผลิตยาต้านไวรัสและวัคซีน สหรัฐอเมริกาจึงมีความประสงค์ที่จะสนับสนุนและร่วมมือกับไทยในการพัฒนาด้านการแพทย์ ซึ่งฝ่ายไทยยินดีที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ เนื่องจากเห็นว่าความร่วมมือนี้จะสามารถทำประโยชน์ต่อด้านสาธารณสุขของโลกได้อย่างมาก





