คสช.เสนอพิมพ์เขียวปฏิรูป-ห้ามนั่งส.ส.เกิน2วาระ เปิดทางคนนอกนายกฯ
เปิดข้อเสนอทีมงานคสช.รวบรวมความเห็นประชาชน ชงสปช.ปฏิรูปด้านการเมือง เปิดทางคนนอกเป็นนายกฯ ได้-ส.ส.ห้ามดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระ-ไม่ต้องสังกัดพรรค-ห้ามคนทำผิดเกี่ยวกับสถาบันลงสมัคร ขณะที่ส.ว.ให้มาจากทั้งเลือกตั้ง-แต่งตั้ง ป.ป.ช.ถกสำนวนถอดถอน"ยิ่งลักษณ์"วันนี้ ขณะคดีจำนำข้าวนัด"อัยการ"สรุปความเห็นสั่งฟ้อง-ไม่ฟ้องพรุ่งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเปิดรับรายงานตัวของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) วันแรกที่อาคารรัฐสภา เมื่อวานนี้(8 ต.ค.) ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้แจกเอกสารข้อมูล 11 ด้านที่ทางคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ สำนักงานปลัด กระทรวงกลาโหม ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้เปิดรับฟังปัญหาและรวบรวมความคิดเห็นร่วมของประชาชน เพื่อจัดทำเป็นข้อมูลปฏิรูปประเทศเสนอต่อ สปช.
ทั้งนี้ข้อเสนอปฏิรูปด้านการเมือง มีข้อเสนอที่น่าสนใจ อาทิ ที่มาของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี มีข้อเสนอรูปแบบการคัดเลือกนายกฯ 2 วิธี คือ มาจากการเลือกตั้ง ผ่านระบบบัญชีรายชื่อ จากการเลือกตั้งโดยตรง หรือเลือกตั้งโดยอ้อม คือให้ส.ส.โหวตเลือกนายกฯ และจากการแต่งตั้งบุคคลภายนอก ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ขณะที่การตรวจสอบและถอดถอนให้ใช้มาตรการเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)
สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น ควรกำหนดให้คนที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเป็นผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากเกณฑ์อายุ 20 ปีถือเป็นผู้บรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ขณะที่คุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถลงสมัครได้ง่ายเพิ่มความหลากหลายของผู้สมัคร และผู้สมัครควรมีอายุ 30 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 70 ปี เพื่อให้ผู้สมัครมีวุฒิภาวะที่เหมาะสม ส่วนระดับการศึกษาไม่มีข้อกำหนด
ขณะที่ข้อห้ามของการสมัครรับเลือกตั้ง เสนอให้จำกัดวาระดำรงตำแหน่งส.ส ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน และห้ามไม่ให้บุคคลที่เคยกระทำผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน นายกฯ ต้องไม่มีอำนาจยุบสภาฯ ยกเลิกการสังกัดพรรคการเมือง ขณะที่การถอดถอนนั้นต้องทำโดยศาลเลือกตั้ง และศาลทุจริต คอร์รัปชันที่ทำหน้าที่ตรวจสอบโดยเฉพาะ ส่วนที่มาของส.ว ให้มาจากทั้งการเลือกตั้งและสรรหา
สปช.รายงานตัววันแรก41คน
ด้านการรายงานตัวของ สปช.วันแรกนั้น ตลอดทั้งวันมีสมาชิก สปช.ทยอยเข้ารายงานตัวทั้งสิ้น 41 คน โดยมี พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย สมาชิก สปช.เข้ารายงานตัวเป็นคนแรก นอกจากนี้ยังมีสมาชิก สปช.ที่มีชื่อเสียง อาทิ นายเจิ่มศักดิ์ ปิ่นทอง นายชัยอนันต์ สมุทวณิช นายดุสิต เครืองาม นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ นายเสรี สุวรรณภานนท์ นายอลงกรณ์ พลบุตร พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาพงศ์ ว่าที่ ร.ต.จิตร์ ศิรธรานนท์ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายประชา เตรัตน์ เป็นต้น โดยยังเหลือสมาชิกที่ยังไม่ได้เข้ารายงานตัวอีก 209 คน
ทั้งนี้ นายสุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง น้องชายของนายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง สมาชิก สปช.ได้เข้าขอผ่อนผันการรายงายตัวแทนพี่ชายเนื่องจากติดภารกิจในต่างประเทศ โดยจะเข้ารายงานตัวในวันที่ 18 ต.ค.นี้ต่อไป ซึ่งทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ยังเปิดรับรายงานตัวไปจนถึงวันที่ 15 ต.ค.ที่โถงชั้นล่าง อาคารรัฐสภา 1 อย่างไรก็ตาม หากสมาชิกสปช.ติดภารกิจก็ยังสามารถเดินทางเข้ารายงานตัวเพิ่มเติมได้
"ชัยอนันต์"ปัดตอบแคนดิเดทประธาน
นายชัยอนันต์ สมุทวณิช สปช.กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีชื่อเป็นแคนดิเดทประธาน สปช.ว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้ ส่วนตัวคิดว่ามีคนอื่นที่เหมาะสมกว่า แต่คงต้องรอดูการพิจารณาของที่ประชุมต่อไป ขณะที่คุณสมบัติของคนที่จะมาเป็นประธานต้องเป็นคนที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความเห็น สามารถเชื่อมโยงภาคส่วนต่างๆ ที่สนใจมาร่วมกระบวนการปฏิรูปได้ ทั้งนี้
ส่วนตัวมีความสนใจเรื่องการกระจายอำนาจสู่ประชาชนมากขึ้น การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ด้วยการจัดระบบงบประมาณรายจ่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนเคยเสนอมาแล้ว ในส่วนของการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็ควรถามประชาชน เพราะ สปช.ต้องยึดโยงประชาชน ส่วนจะเป็นการลงประชามติหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา ขณะเดียวกันคนที่ไม่ได้เข้ามาร่วมเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็สามารถจัดวงเสวนาในเรื่องดังกล่าวได้
"ไพบูลย์"หนุน"บวรศักดิ์"รองประธานสปช.
นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิก สปช.กล่าวถึงตำแหน่งประธาน สปช.ว่า สนับสนุนตัวเต็งอย่าง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า แต่ทราบจากนายบวรศักดิ์ว่า อาจจะไม่รับตำแหน่งประธาน สปช. เพราะดูจากรายชื่อแล้วมีบุคคลที่มีอาวุโสสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ตนจะเป็นผู้เสนอชื่อนายบวรศักดิ์ ให้เป็นรองประธาน สปช.คนที่ 1 ส่วนตำแหน่งประธาน สปช.นั้น ขอกลับไปคิดอีกทีก่อน
แบ่งเค้กเก้าอี้ปธ.กมธ.สนช.ลงตัว
ด้านพล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อสรรหาสมาชิก สนช.ให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการสามัญประจำ สนช.คณะต่างๆ จำนวน 16 คณะ เปิดเผยว่า ขณะนี้การสรรหาสมาชิก สนช.ให้ดำรงตำแหน่งในกรรมาธิการสามัญฯ เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการสรรหาเป็นไปอย่างราบรื่น สมาชิกทุกคนให้ความร่วมมือ และเข้าใจกติกาการสมัครเป็นกรรมาธิการอย่างชัดเจน และวันที่ 9 ต.ค.นี้ จะนำรายงานเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุม สนช. จากนั้นวันเดียวกันกรรมาธิการแต่ละคณะจะดำเนินการประชุม เพื่อเลือกประธาน รองประธาน โฆษกกรรมาธิการ และตำแหน่งอื่นๆ เพื่อจะได้เดินหน้าทำงานได้ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม สนช.วันที่ 10 ต.ค.นี้ ที่ประชุมจะรับรองตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ รวมทั้งเลือกสมาชิกที่จะเข้าเป็นกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช. (วิป สนช.) จำนวน 7 คน เพื่อไปรวมกับตัวแทนของคณะกรรมาธิการสามัญจำนวน 16 คน ที่แต่ละคณะส่งรายชื่อมา บวกกับผู้แทนคณะรัฐมนตรี เลขาธิการ รวมทั้งหมดไม่เกิน 28 คน เพื่อแต่งตั้งเป็นวิป สนช.
สำหรับสมาชิกที่จะนั่งในตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการคณะต่างๆ นั้น ได้มีจัดสรรเบื้องต้นว่า จะมาจากสายพลเรือน 6 คน สายทหาร 10 คน แบ่งเป็นจากทหารบก ทหารอากาศ ทหารเรือ และตำรวจ โดยมีการคาดว่า นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการสังคม กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว นายกล้านรงค์ จันทิก เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเมือง ขณะที่ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ มีชื่อนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล และนางพิไลพรรณ สมบัติศิริ เป็นแคนดิเดท
"รัชตะ"เลือกเก้าอี้รมต.-ทิ้งอธิการบดีมหิดล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีสภามหาวิทยาลัยมหิดลได้ขีดเส้นตายให้ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข เลือกดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเท่านั้น ระหว่างการเป็น รมว.สาธารณสุข กับการเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ล่าสุดที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มีการประชุมสภาคณบดีมหาวิทยาลัย ซึ่งมี ศ.นพ.รัชตะ เข้าร่วมการประชุม
ทั้งนี้ นพ.รัชตะ ในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีสารถึง "ชาวมหิดล" ตอนหนึ่งระบุว่า "ตามที่ผมได้สัญญากับชาวมหิดลไว้ว่า จะขอเวลาสักระยะโดยอาศัยแนวทางประกอบการตัดสินใจ 4 องค์ประกอบ ตามที่เรียนให้ทราบแล้วข้างต้น ผมจึงได้ตัดสินใจว่า จะขอปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพียงตำแหน่งเดียว ทั้งนี้ เพื่อจะได้รับใช้ประเทศชาติและเพื่อความเป็นเอกภาพของมหาวิทยาลัยมหิดล สำหรับการบริหารมหาวิทยาลัยมหิดลในระยะเปลี่ยนผ่านว่าจะดำเนินการอย่างไรนั้น ผมจะนำเข้าปรึกษาหารือในสภามหาวิทยาลัยมหิดลในการประชุมสภาฯ วันที่ 15 ต.ค.นี้"
"ผมขอวิงวอนต่อชาวมหิดลว่า เหตุการณ์เช่นนี้มิควรเกิดขึ้นอีกในมหาวิทยาลัยที่เป็นที่รักของเรา มหาวิทยาลัยต้องเป็นแบบอย่างด้านจริยธรรมของสังคม ขอให้ชาวมหิดลทุกคนปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักธรรมาภิบาล บริหารความคิดความเห็นที่แตกต่างโดยสันติ ด้วยสติและปัญญา ปัญหาภายในมหาวิทยาลัยของเรา ควรแก้ไขกันเอง โดยไม่ต้องประโคมข่าวสู่สังคมภายนอกที่จะไม่เข้าใจความเป็นมาของแต่ละปัญหาอย่างลึกซึ้ง ไม่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมของมหิดล เป็นการให้ข้อมูลด้านเดียวแก่สังคม และทำให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลเสื่อมเสีย" นพ.รัชตะ ระบุ
ด้าน ศ.นพ.วิรุณ บุญนุช ประธานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ศ.นพ.รัชตะ ได้กล่าวต่อที่ประชุมสภาคณบดี ว่า ขอเลือกตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ซึ่งเมื่อกล่าวจบทุกคนในที่ประชุมก็ยืนขึ้นปรบมือ แสดงความชื่นชมในการตัดสินใจครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นสุภาพบุรุษ รักษาสัญญา พูดคำไหนคำนั้น
นายสุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดี เท่ากับว่า ศ.นพ.รัชตะรักษากติกา และตัดสินใจเลือกดำรงตำแหน่งใดเพียงตำแหน่งเดียว ทำให้เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี เป็นแบบอย่างให้มหาวิทยาลัยอื่นๆ
ปปช.ถกสำนวนถอดถอน"ยิ่งลักษณ์"วันนี้
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และกรณีถอดถอนอดีต ส.ว.39 ราย ที่ต้องทบทวนในสำนวนเพื่อความรอบคอบว่า ทาง ป.ป.ช.ต้องพิจารณาหลักการเกี่ยวกับกรณีถอดถอนทั้ง 2 เรื่อง รวมทั้งการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองอื่นๆ ว่า หากเป็นการกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหาส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ตามมาตรา 58 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ถือว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่จะไต่สวนต่อไป
โดยกรณีของ นางสาวยิ่งลักษณ์ในคดีจำนำข้าวนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ไปทบทวนดูสำนวนเพื่อความรอบคอบ ว่า มีการกระทำความผิดในกรณีกฎหมายอื่นหรือไม่ เพราะในคดีดังกล่าวมีเรื่องเกี่ยวกับการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจเข้าข่ายตามความผิดกฎหมายอื่นๆ ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลดังกล่าวแล้วจะนำเข้ารายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ เพื่อพิจารณาและสรุปส่งไปยัง สนช. พิจารณาถอดถอนต่อไป
ส่วนการประชุมคณะทำงานร่วม ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด ในคดีอาญา นางสาวยิ่งลักษณ์ ปมจำนำข้าว จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 10 ต.ค.เพื่อสรุปให้ได้ว่า อัยการสูงสุดจะส่งฟ้องเรื่องดังกล่าว หรือทาง ป.ป.ช.จะส่งฟ้องเอง





