"ประยุทธ์"โต้ตัวแทนพรรคการเมืองที่ตำหนิเรา เขาสมัครมาหรือไม่ ถ้าไม่สมัครเข้ามา จะไปเลือกเข้ามาได้อย่างไร
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษณ์วิจารณ์ว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะสามารถทำหน้าที่ได้หรือไม่ ว่า ไม่ต้องกลัว สปช.มีเข้ามา 7 พันกว่าคน มีเวลาคัดเลือกน้อย ต้องรีบทำให้เร็ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว เข้ามาก็แยกเป็นกลุ่ม เดี๋ยวทางสมาชิกจะไปจัดกลุ่มกันเองใหม่ 11 ด้าน
ส่วนกรณีมีกระแสวิจารณ์ว่า สปช.คือคมช.แปลงร่างมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอถามอย่างนี้นะ พวกพรรคการเมืองที่ตำหนิเรา เขาสมัครมาหรือไม่ ถ้าไม่สมัครเข้ามา จะไปเลือกเข้ามาได้อย่างไร เขาสมัครมาแค่ไหน ตนก็เลือกได้แค่นั้น จะให้ไปเชิญมาก็ไม่ใช่หน้าที่ของตน ตนเลือกตามที่สมัครมา 7,000 กว่าคน เขาคัดเหลือ 550 คน ตนก็มาคัดเป็น 173 คน ตนเลือกได้แค่คนใน 550 คน คนที่หลุดไปตนไปเลือกมาไม่ได้ กติกาเป็นอย่างนี้ ส่วนของจังหวัดเช่นเดียวกัน ทางนั้นส่งมา 5 คน ตนเลือกได้แค่ 1 ใน 5 คนเท่านั้น ไม่ใช่ตกรอบแรกไปแล้วตนไปเลือกมา ตนทำไม่ได้
นายกฯ กล่าวต่อว่า เดิมทีสปช.ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขมากมายเพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายเข้ามา และเมื่อพวกหนึ่งไม่เข้ามา อีกพวกหนึ่งเข้ามาก็เป็นประเด็น ฉะนั้นต้องไปบอกพวกเขาว่า ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ได้สมัครเข้ามาก็ไปหาหนทางเข้ามา ตามช่องทางที่เปิดไว้ให้ ส่วนสมาชิกที่ตกรอบแรกไป 7 พันกว่าคนนั้น ตนสั่งการไปเมื่อวานนี้แล้วว่าให้ตั้งเป็น 2 คณะได้ไหม คณะแรกคือ 250 คน คณะที่ 2 เป็นที่ปรึกษา แล้วให้ส่งเรื่องเข้ามา ใครอยากพูดอะไรให้ส่งมาตามช่องทางนั้น ฉะนั้นทั้ง 7 พันกว่าคนนั้นมีงานทำหมด แต่จะนำ 7 พันกว่าคนเข้าสภามันทำไม่ได้
เมื่อถามถึงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรว่าในส่วนของรัฐบาลนั้นมีโควต้าในใจหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีกำหนดไว้แล้วในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ว่าแต่ละหน่วยงานมีโควต้าได้กี่คน
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร มีชื่ออยู่ในใจแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนยังไม่รู้เลยว่ามีใครบ้าง ต้องดูก่อนว่ามีใครบ้าง ต้องนำชื่อทั้งหมดมาดูและหารือร่วมกัน คนที่ทำตรงนี้ก็ต้องทำให้เกิดความยั่งยืน ไม่ได้สร้างปัญหา แต่ประเด็นอยู่ที่ทำให้ประชาชนยอมรับนั้นทำอย่างไร ต้องสร้างการยอมรับว่า เราต้องการให้ประเทศไทยเป็นอย่างไร แบบเดิมหรือแบบใหม่ ถ้าอยากได้แบบใหม่ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการเป็นแบบใหม่ อาจจะไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วจะรับได้ไหม หากไม่ได้จะทำแบบไหน เพราะฉะนั้นการปฏิรูปไม่ใช่สภายกมือแล้วเสร็จเรียบร้อย มันจะต้องออกเป็นกฎหมาย อย่างจะทำเรื่อง เลือกตั้งอย่างไร สนช.ก็ไปทำใส่ในกฎหมาย บางอย่างก็จำเป็นต้องใส่ในรัฐธรรมนูญ เป็นต้น
เมื่อถามว่าคณะกรรมาธิการยกร่างฯนั้นสำคัญที่สุดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำคัญเหมือนกันหมด แต่ทั้งหมดต้องฟังเสียงภายนอกก่อน
เมื่อถามว่าจะมีการทำประชามติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำประชามติเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ว่าจะทำได้อย่างไร เหมาะสมกับสถานการณ์หรือไม่ อย่าเพิ่งถามดัก เอาเรื่องที่ยังไม่เกิดมาถามวันนี้ไม่ได้ ค่อย ๆ ทำไป วันนี้ยังไม่ได้เริ่มก็จะตีกันแล้ว ถ้าตอนนั้นสถานการณ์ปกติดี ทำประชามติได้ก็ทำไป ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ได้ ต้องถามว่าเราต้องการเปลี่ยนประเทศเราไหม เราต้องการปรับปรุงประเทศไปสู่อนาคตไหม





