วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รัฐบาล-คสช.'ถกแลกเปลี่ยนสถานการณ์บ้านเมือง

"รัฐบาล-คสช." ถกแลกเปลี่ยนสถานการณ์บ้านเมือง คสช.ย้ำดูแลงาน 3 ด้านหลัก เชื่อยังคุมกลุ่มต้านได้

ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. ได้เป็นประธานการประชุมร่วม คสช. และ ครม. ซึ่งเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติในมาตรา 42 วรรค 4 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 โดยในวันนี้มี คณะรัฐมนตรี, หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง, สมาชิกคสช. คณะทำงานและที่ปรึกษา คสช. เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

หลังจากนั้น เวลา 15.30 น. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้แถลงผลการประชุมว่าสาระสำคัญของการประชุมร่วมนั้น คสช.ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันและผลการดำเนินการในด้านต่างๆ ทั้ง 7 ฝ่ายของ คสช. (มั่นคง เศรษฐกิจ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สังคมจิตวิทยา กิจการพิเศษ หน่วยงานขึ้นตรงหัวหน้า คสช.) ร่วมถึงหารือถึงการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกัน ครม. ได้ชี้แจงผลการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินจากทุกกระทรวงและนโยบายเฉพาะเรื่อง ซึ่ง คสช.ได้แสดงความคิดเห็นต่อแนวนโบายต่างๆ พร้อมทั้งจะได้นำไปเป็นข้อมูลในการให้การสนับสนุน การบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามที่รัฐบาลวางกรอบไว้ ทั้งนี้ คสช.จะยังคงบทบาทและภารกิจในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย สร้างสภาวะที่เหมาะสมต่อการบริหารราชการแผ่นดิน สร้างความปรองดองสมานฉันท์ สนับสนุนงานการปฏิรูปประเทศและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ต่อไป

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง คสช.ได้ชี้แจงถึงผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง ให้ที่ประชุมได้รับทราบ ทั้งเรื่องการการปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งปัจจุบันได้ดำรงความต่อเนื่องการตรวจสอบการล่วงละเมิด รวมถึงให้ความรู้ความเข้าใจในพระราชกรณียกิจ และสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยแผนงานในอนาคตจะร่วมกับส่วนราชการและภาคประชาชนจัดกิจกรรม และการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 และเร่งรัดการดำเนินคดีและติดตามผลการนำผู้กระทำความผิดในคดีหมิ่นสถาบันมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

"เป็นการแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกัน ช่วยสนับสนุนส่งเสริมการทำงาน ซึ่ง คสช.ก็ได้รับทราบว่าที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้บริหารงานไปอย่างไรบ้าง ทั้งนี้หน้าที่หลักๆ ของ คสช.ยังคงอยู่ใน 3 งานหลัก คือ 1.การรักษาความสงบเรียบร้อย 2.การรักษาและสร้างบรรยากาศปรองดอง เพื่อจะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายของสังคมที่ได้คาดหวัง และ 3.การสนับสนุนงานของรัฐบาล การใช้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าผลการปฏิบัติงานของ คสช.เป็นไปสัมฤทธิ์ ทั้งในเรื่องการปกป้องเทิดทูนสถาบัน การบูรณาการระหว่างทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง ในเรื่องการจัดระเบียบสังคม การบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการจัดกิจกรรมการสร้างความปรองดอง" พ.อ.วินธัย กล่าว

ส่วนเรื่องการรักษาความมั่นคงของรัฐ ขณะนี้ได้บูรณาการความร่วมมือทหารตำรวจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและทุกภาคส่วนในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยได้จัดระบบความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนทั้งทางบก น้ำ อากาศและติดตั้งระบบส่องสว่างและกล้องวงจรปิดในพื้นที่กรุงเทพฯ, เขตชุมชนเทศบาลเมือง ,พื้นที่ท่องเที่ยวในทุกจังหวัดเพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมในทุกพื้นที่โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน รวมทั้งเพิ่มความเข้มข้นและกำหนดมาตราการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ได้เตรียมจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้พ.ศ. 22558 - 2560 และเตรียมแผนปฏิบัติงานด้านความมั่นคง โดยกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดเพื่อให้งานด้านความมั่นคงและงานด้านการพัฒนาสามารถดำเนินการได้อย่างมีเอกภาพ ทั้งแนวความคิดและการปฏิบัติ

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า สำหรับเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการให้บริการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้องของประชาขนอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่มภารกิจให้กับศูนยดำรงธรรมทั้งด้านกฎหมายในคดีทางอาญา ทางแพ่งและทางปกครองแก่ประชาชนตามกระบวนการยุติธรรม โดยขณะนี้ได้มีการพัฒนาระบบโปรแกรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ได้ดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ในทุกระดับ รวมถึงการจัดระเบียบที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าวและการใช้แรงงานอย่างเป็นธรรม

ส่วนเรื่องการรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรและการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยขณะนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบสิทธิการครอบครองพื้นที่ของประชาชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาเขตที่ดินทับซ้อนและแนวเขตพื้นที่ป่าที่ไม่ชัดเจนภายใต้การมีส่วนร่วมของประชาชนและท้องถิ่นและเพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพจึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาการถือครองสิทธิที่ดินทับซ้อนและป้องกันการบุกรุกผืนป่ารวม ถึงเร่งฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและใช้มาตราการปราปรามโดยการบังคับใช้กฏหมายต่อผู้กระทำผิดโดยเคร่งครัด นอกจากนี้ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมบทบาทการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียนโดยขณะนี้ได้ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนจำนวน 3 ฉบับ โดยในระหว่างวันที่ 18-19 พฤจิกายน 2557 ณ กรุงพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

พ.อ.วินธัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมได้มีการรายงานถึงสถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศในภาพรวมว่ามีความเรียบร้อย และไม่มีความเคลื่อนไหวที่จะส่งผลให้เกิดความรุนแรง จนส่งผลกระทบด้านความมั่นคงของรัฐบาล ซึ่งในส่วนของ คสช.ก็ยังคงจะดูแลและรักษาบรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการทำงานของรัฐบาลเหมือนเดิม เพียงแต่จะลดภาพการปฏิบัติงานให้เบาบางลง โดยเน้นการพูดคุยทำความเข้าใจเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ หรือ ปัญหาที่จะไม่เข้าใจกัน พร้อมทั้งจะเปิดช่องให้ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา หรือ นักวิชาการ มีช่องทางในการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นการยืนยันให้เห็นว่า คสช.ไม่ได้เป็นการปิดกั้น ทั้งนี้ทุกภาคส่วนได้ให้ความร่วมมือ และมีความเข้าใจในส่ิงที่ รัฐบาล และ คสช.ทำอยู่ แต่ก็ยอมรับว่ายังมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ยังคงต้องการแสดงความเห็น ซึ่งตรงนี้ถ้าหากว่าเป็นเจตนาดีทาง คสช.ก็พร้อมให้มีการพูดคุยกันอยู่แล้ว

"ในที่ประชุมหัวหน้า คสช.ได้ระบุถึงการจัดประชุมร่วมระหว่าง คสช. และรัฐบาล ที่จะจัดขึ้นครั้งที่สองในเดือน พ.ย. ว่าอยากจะให้มีการปรับการประชุมให้มีความกระชับมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งให้มีการสานต่อการประชุมครั้งนี้ที่ผ่านมา" พ.อ.วินธัย ระบุ